หลังห่างหายจากเวทีไทยนานถึง 12 ปี ละครเพลงระดับโลกที่ทุกคนหลงรักและยืนหยัดเหนือกาลเวลา “The Phantom of the Opera” ของ Andrew Lloyd Webber พร้อมแล้วที่จะกลับมาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมชาวไทยอีกครั้ง ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ในวันที่ 5-31 สิงหาคมนี้
ในโลกแห่งละครเพลงที่เต็มไปด้วยผลงานชิ้นเอกมากมาย มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่สามารถครองใจผู้ชมทั่วโลกได้นานกว่าสี่ทศวรรษ และ The Phantom of the Opera คือหนึ่งในผลงานอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น นวนิยายรักคลาสสิกยุคกอธิกของ Gaston Leroux ที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครเพลงโดย Andrew Lolyd Webber ไม่เพียงแค่เป็นละครเพลงระดับปรากฏการณ์ของโลก แต่เป็นการเดินทางสู่โลกแห่งความรัก ความหลงใหล ความงดงาม และโศกนาฏกรรม โดยได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในละครเพลงที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์
และนี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดชม เพื่อสัมผัสประสบการณ์ทางละครเวทีที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนกว่า 160 ล้านคนใน 47 ประเทศทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม: 6 ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากละครเพลงชื่อดัง ก่อนตีตั๋วชม ‘The Phantom of the Opera’ สิงหาคมนี้

Above การกลับมาประเทศไทยในรอบ 12 ปีของละครเพลงสุดยิ่งใหญ่ “The Phantom of the Opera” ซึ่งจะเปิดม่านให้ชมในเดือนสิงหาคมนี้ (ภาพ: Tero Scenario)
1. ละครเพลงที่เปิดแสดงยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์บรอดเวย์
The Phantom of the Opera เปิดรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1986 ที่ Her Majesty’s Theatre ย่านเวสต์เอนด์ (West End) ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ สองปีต่อมาก็ข้ามมหาสมุทรไปเปิดการแสดงในบรอดเวย์ (Broadway) กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 มกราคม 1988
นับตั้งแต่เปิดการแสดง The Phantom of the Opera ครองสถิติมากมายในวงการละครเวทีระดับโลก ทำให้เป็นหนึ่งในการแสดงที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากที่สุดตลอดกาล และยังเป็นละครเพลงที่เปิดแสดงยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์บรอดเวย์ถึง 35 ปี ในจำนวนเกือบ 14,000 รอบ ก่อนที่จะปิดม่านลงเมื่อเดือนเมษายน 2023 ทำลายสถิติเดิมของละครเพลง Cats ที่เคยครองไว้
อย่างไรก็ดี หลังการปิดม่านการแสดงไปเมื่อสองปีก่อน ก็มีเรื่องที่น่ายินดีว่า ในปีนี้ The Phantom of the Opera จะกลับมาเปิดการแสดงที่นิวยอร์กอีกครั้ง พร้อมกับความแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ Andrew Lloyd Webber ยืนยันว่าการแสดงจะมีขึ้นที่ 218 West 57th Street โดยจะเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรปลายเดือนมิถุนายนนี้
ส่วนที่เวสต์เอนด์ในกรุงลอนดอน ปัจจุบันก็ยังคงเปิดการแสดงที่ His Majesty’s Theatre (ชื่อเดิมคือ Her Majesty’s Theatre) โดยเป็นละครเพลงที่จัดแสดงยาวนานเป็นอันดับสองรองจาก Les Misérables (เปิดรอบปฐมทัศน์ที่เวสต์เอนด์ปี 1985) พร้อมการเป็นหนึ่งในกระแสหลักของเวสต์เอนด์มาตลอดหลายทศวรรษ

Above หลังเปิดการแสดงในบรอดเวย์ที่โรงละคร Majestic ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นานถึง 35 ปี “The Phantom of the Opera” ได้เปิดการแสดงรอบสุดท้ายในโรงละครแห่งนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2023 (ภาพ: Christian Fahrenbach/picture alliance via Getty Images)

Above His Majesty's Theatre ในย่านเวสต์เอนด์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Her Majesty’s Theatre ยังคงเปิดรอบการแสดง “The Phantom Of The Opera” (ภาพ: by John Keeble/Getty Images)
2. ละครเพลงที่ทำรายได้สูงสุดทั่วโลก
The Phantom of the Opera เป็นหนึ่งในละครเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลจากยอดจำหน่ายตั๋วตลอดการจัดแสดงที่ยาวนานและประสบความสำเร็จทั่วโลก รวมถึงการเป็นละครเพลงที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกมากกว่า 160 ล้านคนใน 47 ประเทศ และกว่า 200 เมือง โดยหลายแหล่งข้อมูลระบุว่า การแสดงเรื่องนี้กวาดรายได้รวมทั่วโลกไปแล้วกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.98 แสนล้านบาท) ทำให้ The Phantom of the Opera กลายเป็นหนึ่งในความบันเทิงที่ประสบความสำเร็จทางการเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จนเคยครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของการแสดงที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล ก่อนจะถูกแซงหน้าโดยละครเพลง The Lion King
กล่าวเฉพาะยอดขายตั๋วบนเวทีบรอดเวย์ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่เปิดการแสดงก็ทำรายได้ไปแล้วกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.25 หมื่นล้านบาท) โดยภายในสัปดาห์สุดท้ายบนบรอดเวย์ในเดือนเมษายน 2023 ยังเป็นการทำลายสถิติตัวเองด้วยรายได้สูงสุดในหนึ่งสัปดาห์ ด้วยการกวาดรายได้ไปกว่า 3.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 129 ล้านบาท)
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมถล่มทลายและมนต์เสน่ห์ที่เป็นอมตะของ The Phantom of the Opera ที่ยังคงตราตรึงใจผู้ชมทั่วโลกจวบจนทุกวันนี้

Above Andrew Lloyd Webber (1948) นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ผลงานละครเพลงของเขาหลายเรื่องเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เช่น “Cats”, “Evita” โดยเฉพาะ “The Phantom of the Opera” ในปี 2001 The New York Times กล่าวถึงเขาว่าเป็น “นักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จทางการค้ามากที่สุดในประวัติศาสตร์” (ภาพ: andrewlloydwebber.com)
3. แปลเป็นภาษาต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 15 ภาษา
ตลอดเกือบ 40 ปีของการแสดง The Phantom of the Opera ได้มีเวอร์ชั่นแปลเป็นภาษาต่างๆ ไปแล้วถึง 21 ภาษาทั่วโลก อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น แดนิช โปแลนด์ สวีเดน สเปน ฮังการี ดัชต์ เกาหลี โปรตุเกส เม็กซิกัน เอสโตเนีย รัสเซีย
อย่างไรก็ดีสำหรับการแสดงในประเทศไทย แม้การแสดงจะใช้ภาษาอังกฤษ แต่โปรดักชั่นนี้มีคำบรรยายภาษาไทยให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อเรื่องเต็มอิ่ม
Above “The Phantom of the Opera" (1988 Japanese Cast Recording) เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นปี 1988 ได้นักแสดง Masachika Ichimura รับบทแฟนธอม, Ryoko Nomura เป็นคริสติน และ Yuichiro Yamaguchi เป็นราอูล โดยเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 1988 ณ โรงละครนิสเซย์ (The Nissay Theatre)
4. รับรางวัลทรงเกียรติมาแล้วมากมาย
The Phantom of the Opera ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากว่า 70 รางวัล โดยนับตั้งแต่เปิดการแสดงที่ลอนดอนในปี 1986 The Phantom of the Opera ก็สามารถคว้ารางวัลใหญ่ของโรงละครอังกฤษทุกรางวัล รวมถึง Olivier Awards 1986 และ Evening Standard Award ในปีเดียวกัน ขณะที่การแสดงที่บรอดเวย์ กรุงนิวยอร์ก ซึ่งเปิดการแสดงเมื่อวันที่ 26 มกราคม 1988 ได้กวาดรางวัลในปีเดียวกันนี้มากมาย ทั้ง Tony Awards 7 รางวัลรวมถึง “Best Musical” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับละครเวทีในสหรัฐอเมริกา, Drama Desk Awards 7 รางวัล และ Outer Critics Circle Awards อีก 5 รางวัล
นอกจากนี้ อัลบั้มเพลงจากการแสดง (Original London Cast Recording) ยังถือเป็นอัลบั้มเพลงละครเวทีที่มียอดขายดีที่สุดตลอดกาลมากกว่า 40 ล้านชุดทั่วโลก
สถิติเหล่านี้ล้วนตอกย้ำถึงสถานะของ The Phantom of the Opera ในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง และเป็นเหตุผลว่าทำไมละครเพลงเรื่องนี้ยังคงดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกมาจนถึงปัจจุบัน

Above แผ่นไวนิล The Phantom of the Opera ฉบับ Original London Cast Recording (1986) ที่มี Michael Crawford ในบทแฟนธอม และ Sarah Brightman ในบทคริสติน ยังคงเป็นที่ต้องการของนักฟังเพลงมาถึงปัจจุบัน
5. ที่สุดความรักในเงามืดกลิ่นอายกอธิก
หัวใจหลักของ The Phantom of the Opera คือเรื่องราวอมตะของความรักที่หมกมุ่น ความปรารถนาที่ไม่สมหวัง และความหลงใหลในศิลปะ โดยอิงจากนวนิยายคลาสสิกของ Gaston Leroux ที่พาไปติดตามอัจฉริยะทางดนตรีลึกลับผู้สวมหน้ากากซึ่งเฝ้าหลอกหลอนผู้คนในโรงอุปรากรที่ปารีส และความหลงใหลของเขาที่มีต่อ คริสติน ดาเอ นักร้องโซปราโนสาวผู้มีพรสวรรค์ ความรักของเขาช่างเจ็บปวด อ้างว้าง แต่เต็มไปด้วยความสละสลวยทางอารมณ์ ราวกับบทกวีแห่งความเศร้า เป็นเรื่องราวความรักที่ต้องลุ้นระทึกที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมท่ามกลางบรรยากาศในแบบกอธิก และความงดงามอันน่าทึ่งนี้ยังคงเข้าถึงใจผู้ชมทุกยุคทุกสมัย

Above "The Phantom of the Opera" นวนิยายโดยนักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส Gaston Leroux ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่โรงอุปรากรในปารีสช่วงศตวรรษที่ 19 นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นละครเวทีและภาพยนตร์ต่างๆ มากมาย ที่โดดเด่นที่สุดคือละครเพลงในปี 1986 ของ Andrew Lloyd Webber
6. บทเพลงที่ตราตรึงใจ
บทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Andrew Lloyd Webber คือจิตวิญญาณของละครเพลง The Phantom of the Opera อย่างปฏิเสธไม่ได้ และล้วนสร้างความประทับใจแทบจะทุกบทเพลง ไม่ว่าจะเป็น
· “Overture” เพลงโหมโรงที่ชวนขนลุกซึ่งสร้างบรรยากาศอันน่าพิศวง
· “Think of Me” ในฉากเปิดตัวคริสตินที่ทำให้ราอูลจำเพื่อนวัยเด็กของเขาคนนี้ได้
· “The Phantom of the Opera” เพลงเอกของเรื่องที่ทรงพลัง เป็นการร้องดูเอทระหว่างแฟนธอมและคริสติน กระทั่งถึงตอนท้ายเพลงที่คริสตินค่อยๆ ปล่อยพลังเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ
· “The Music of the Night” ที่หัวใจหลักของเพลงคือการที่แฟนธอมขับกล่อมบทเพลงให้คริสตินรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความอบอุ่นและหัวใจที่งดงามของแฟนธอม แม้เขาจะอยู่ในชุดผ้าคลุมสีดำและการใส่หน้ากากที่ดูไม่น่าไว้วางใจ
· “All I Ask of You” บทเพลงฝากรักซึ่งกันและกันระหว่างคริสตินและราอูลที่หวานจับใจ ก่อนจะโดนกระชากอารมณ์ในตอนท้ายเมื่อแฟนธอมกล่าวสาปแช่งความรักของพวกเขา
ทุกตัวโน้ตได้รับการจัดเรียงทางดนตรีอย่างพิถีพิถันเพื่อพาผู้ชมเข้าสู่โลกของปิศาจแห่งโรงอุปรากร เมโลดี้เหล่านี้ไม่ใช่แค่บทเพลง แต่เป็นภูมิทัศน์ทางอารมณ์ที่เพิ่มความเข้มข้นของดราม่า และการแสดงออกถึงความรู้สึกลึกซึ้ง ช่วยสร้างประสบการณ์ทางดนตรีที่ยากจะลืมเลือน แม้การแสดงจะจบลงไปนานแล้ว
อ่านเพิ่มเติม: ชวนฟัง 12 เพลงประกอบซีรีส์เกาหลีย้อนยุค
Above การแสดงขับร้อง “All I Ask of You” จาก “The Phantom Of The Opera” ในงาน West End LIVE 2025 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ West End LIVE ด้วยการแสดงสุดตระการตาจากละครเพลงชื่อดังของเวสต์เอนด์ ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ Trafalgar Square กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
7. ฉากและเครื่องแต่งกายอันตระการตา
การออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายของ The Phantom of the Opera โดย Maria Björnson ในเวอร์ชั่นออริจินัล ถือเป็นตำนานในด้านความอลังการแพรวพราวแบบกอธิก และการแปลงฉากอันชาญฉลาด ตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของเวทีโอเปร่าไปจนถึงส่วนลึกลับของถ้ำใต้ดินของปิศาจโรงอุปรากร ฉากเหล่านี้เปรียบเสมือนตัวละครหนึ่งที่ดึงผู้ชมเข้าสู่เรื่องราวด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อนและแสงสีที่สร้างบรรยากาศ
ในส่วนเครื่องแต่งกายที่มากกว่า 300 ชุดก็นับเป็นความอิ่มเอมใจทางสายตา ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อสื่อถึงยุคเบลล์เอปอก (Belle Époque) หรือยุคทองของฝรั่งเศสและยุโรป (ในช่วงปี 1871–80 จนถึงช่วงเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง) เฉพาะฉาก “Masquerade” ในองก์ที่สองอันโด่งดังเพียงฉากเดียวก็เต็มไปด้วยสีสัน พื้นผิว และความฟุ่มเฟือยทางละครเวที กลายเป็นอีกจุดเด่นของการแสดงละครเพลงเรื่องนี้
8. เทคนิคพิเศษอันเป็นที่กล่าวขาน
การแสดง The Phantom of the Opera มีเทคนิคพิเศษเป็นที่เลื่องลือ ไม่ว่าจะเป็นฉากคริสตินส่องกระจกบานใหญ่ที่สามารถสะท้อนภาพคริสตินขณะเดียวกันก็มีเงาร่างของแฟนธอมอยู่ด้วย หรือในฉากแฟนธอมพาคริสตินไปยังที่พักใต้โรงอุปรากรด้วยการล่องเรือข้ามทะเลสาบอย่างสมจริง และยังมีเทียนหลายร้อยเล่มปรากฏขึ้นบนเวทีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วงหล่นของโคมไฟระย้าอันน่าตื่นเต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มักจะทำให้ผู้ชมเสียวสันหลังวาบได้เสมอ เทคนิคเหล่านี้ถูกผสานรวมเข้ากับการแสดงอย่างราบรื่น ช่วยเพิ่มอรรถรสของเรื่องราวและสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำอย่างแท้จริง

Above เทคนิคพิเศษอันน่าทึ่งที่สามารถสะท้อนภาพคริสตินขณะเดียวกันก็มีเงาร่างของแฟนธอมอยู่ด้วย (ภาพ: thaiticketmajor.com)
9. พลังเสียงและการแสดงอันทรงพลัง
แม้รายชื่อนักแสดงของ The Phantom of the Opera 2025 ที่กรุงเทพฯ จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับตัวละครแฟนธอม คริสติน และราอูล แต่โปรดักชั่นระดับนานาชาติของละครเพลงเรื่องนี้มักจะคัดเลือกนักแสดงมืออาชีพมาร่วมแสดงเสมอ ศิลปินเหล่านี้คือผู้เชี่ยวชาญในงานของตนเอง นำอารมณ์ที่ซับซ้อนและความต้องการด้านเสียงของบทบาทต่างๆ มาสู่ชีวิตด้วยทักษะและความหลงใหลอันน่าทึ่ง ความสามารถของพวกเขาในการถ่ายทอดความรู้สึกโหยหา ความสิ้นหวัง และความโกรธเกรี้ยวของตัวละคร ผ่านเสียงร้องคือเหตุผลหลักที่ทำให้การแสดงนี้ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง

Above นักแสดงผู้รับบทแฟนธอมและคริสตินมักถูกจับตามองเสมอๆ สำหรับโปรดักชั่นที่จะจัดแสดงในประเทศไทยเดือนสิงหาคมนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดง (ภาพ: thaiticketmajor.com)
10. แรงบันดาลใจที่สัมผัสใจคนทั่วโลก
ด้วยประสบการณ์การแสดงยาวนานเกือบ 40 ปีทั้งในเวสต์เอนด์ บรอดเวย์ และในหลายประเทศทั่วโลก The Phantom of the Opera ได้ปลุกแรงบันดาลใจให้กับนักแสดง นักร้อง และผู้ชมทุกวัย เป็นเวทีที่สร้างฝัน และเปลี่ยนชีวิตของใครหลายคน

Above การปิดฉากอำลาของ “The Phantom Of The Opera” ในบรอดเวย์ ณ โรงละคร Majestic เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2023 โดยมี (จากซ้าย) John Riddle รับบทราอูล, Laird Mackintosh ในบทแฟนธอม และคริสติน Emilie Kouatchou (ภาพ: Bruce Glikas/Getty Images)
11. ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ห้ามพลาด
The Phantom of the Opera ไม่ใช่แค่ละครเพลง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ผ่านการแสดงในหลากหลายภาษา สร้างแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์ และกลายเป็นมาตรฐานสำหรับความเป็นเลิศทางละครเวที
นอกจากนี้การได้ชมการแสดงบนเวทีสดๆ ไม่ใช่แค่การดูโชว์ แต่เป็นการสัมผัสกับตำนานที่มีชีวิต สำหรับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ของละครเพลงเรื่องนี้ นี่คือโอกาสของคุณที่จะเข้าใจว่าทำไมมันถึงยังคงเป็นหนึ่งในการแสดงที่ยาวนานที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์บรอดเวย์และเวสต์เอนด์ โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงแหล่งต้นกำเนิด สำหรับผู้ที่เคยชมมาแล้ว การกลับมาแสดงที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ระหว่างวันที่ 5-31 สิงหาคมนี้ คือโอกาสที่จะตกหลุมรักอีกครั้งกับมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา
12. การกลับมากรุงเทพฯ ในรอบ 12 ปี
หลังห่างหายจากเมืองไทยไปนาน 12 ปี ในปีนี้เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ จะกลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยเสียงโคมไฟระย้าแตกอีกครั้ง กับการแสดงเต็มรูปแบบระดับโลกของ The Phantom of the Opera โดยบริษัทเทโร ซีเนริโอ ซึ่งสัญญาว่าจะมอบค่ำคืนแห่งละครเพลงอันน่าตื่นเต้น ดนตรีอันน่าทึ่ง และเวทมนตร์ทางละครเวทีที่น่าจดจำ ซึ่งจะตราตรึงในใจคุณไปอีกนานแสนนานหลังจากเสียงสุดท้ายจางหายไป
นี่จึงไม่ใช่แค่ “การดูละครเวที” แต่เป็นการ “สัมผัสจิตวิญญาณของศิลปะ” ที่ทั้งลึกซึ้ง งดงาม และทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต… มาเตรียมตัวให้พร้อมที่จะถูกพัดพาไปกับ “Music of the Night” แห่งความสุขนี้ไปด้วยกัน 5-31 สิงหาคมนี้
Above เตรียมพร้อมรับประสบการณ์ในการชมละครเพลงระดับโลก “The Phantom of the Opera ” ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียร์เตอร์ เดือนสิงหาคมนี้












