Cover วงดนตรีร็อกระดับตำนาน AC/DC กับการคืนเวทีใน Power Up Tour เมื่อเดือนต้นเดือนที่ผ่านมา (ภาพ: Facebook.com/acdc)

อะไรที่เป็นแรงผลักดันให้วงดนตรีรุ่นเก่ากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

หลังจากยุคโควิด หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนโหยหามากที่สุดคือการได้ไปรวมตัวกันดูคอนเสิร์ต พบปะแฟนเพลงคนอื่นๆ และตะเบ็งเสียงร้องตามเพลงที่ชอบร่วมกับคนอีกเป็นร้อยเป็นพันขณะที่ศิลปินคน (หรือวง) โปรดกำลังวาดลวดลายบนเวที เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่เอไอยุคไหนก็ยังสร้างให้ไม่ได้

มาถึงปีที่แล้วและปีนี้ มีวงดนตรีและกลุ่มศิลปินรุ่นเดอะโดยเฉพาะที่โด่งดังในช่วงทศวรรษที่ 1970s ถึง 2000s ประกาศ ‘รวมตัวกันคืนวงการ’ หรือรียูเนี่ยนกันอย่างคับคั่ง ทำเอาแฟนเพลงรุ่นใหญ่ใจฟูน้ำตารื้น ซื้อบัตรคอนเสิร์ตกันแทบไม่ทัน ตั้งแต่พี่น้อง Oasis ที่เคยบาดหมางกันมานาน ในที่สุดก็ยุติความขัดแย้งเพื่อเตรียมทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2025 การกลับมาอย่างไม่คาดฝันของยักษ์ใหญ่แห่งวงการแทรชเมทัลอย่าง Slayer ในปี 2024 และการกลับมาของตำนานอย่าง AC/DC และสองสาวพี่น้องวง Heart แม้แต่วงบอยแบนด์ยุค 90s อย่าง Five และวงคัลท์ที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Brand New และ The Beta Band ก็กำลังกลับคืนสู่เวทีอีกครั้ง และอีกหลายวงที่เริ่มมีข่าวลือกันให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

อะไรกันที่ทำให้วงดนตรีที่ประกาศยุบวงหรือลาวงการไปแล้วหลายสิบปีกลับมาโลดแล่นบทเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม: 10 ภาพยนตร์ที่บ่งบอกความเป็น “ราชาบอลลีวูด” ของ Shah Rukh Khan

Tatler Asia
Above กระแสตอบรับล้นหลามกับการคืนเวทีของของวงดนตรียุค 90s จากอังกฤษ Oasis (ภาพ: Facebook.com/OasisOfficial)

ความโหยหาอดีตของแฟนเพลงดั้งเดิม

แรงผลักดันหนึ่งที่ทรงพลังไม่ใช่แค่กับอุตสาหกรรมดนตรีแต่ยังครอบคลุมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ คือความคิดถึงอดีตและอยากกลับไปสัมผัสความสุขในวัยเยาว์อีกสักครั้ง เด็กที่เติบโตขึ้นมากับเพลงร็อคยุค 70s พังก์ร็อกและดิสโก้ยุค 80s กรันจ์หรือโมเดิร์นร็อกในช่วง 90s หรือเพลงป๊อปแดนซ์สุดฮิตในปี 2000s วันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนที่มีกำลังซื้อสูงและมีความเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับเพลงที่หล่อหลอมวัยเยาว์ของพวกเขา

การได้กลับไปฟังเพลงเก่าๆ โดยเฉพาะการได้เห็นวงโปรดขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้งในราคาสูงคือราคาที่พวกเขายินดีจะจ่าย กลายเป็นแรงจูงใจที่หอมหวานในการกลับมาของวงดนตรีที่เคยคิดว่าอาชีพนักดนตรีของตัวเองสิ้นสุดลงแล้ว และโปรโมเตอร์จัดคอนเสิร์ตที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการประชาสัมพันธ์มากนัก 

การเกิดแฟนเพลงกลุ่มใหม่จากสื่อยุคดิจิทัล

Spotify และ YouTube อาจเคยโดนกล่าวหาว่าทำให้ศิลปินไม่ได้รับค่าตอบแทนการจากการทำดนตรี และการเปิดให้ฟังและดาวน์โหลดเพลงฟรีถูกมองว่าทำให้อุตสาหกรรมดนตรีล่มสลาย แต่สำหรับวงเก่าๆ ที่ปิดร้านเลิกทำเพลงไปนานแล้ว นี่คือการสร้างฐานแฟนเพลงรุ่นใหม่จากการนั่งค้นหาเพลงฟังไปเรื่อยเปื่อย การสืบค้นหาอัลบั้มเก๋ากึ๊กที่นักร้องคนโปรดของเขาพูดถึง หรือแม้แต่หาต้นฉบับของเพลงที่เอามารีมิกซ์หรือคัฟเวอร์ โปรแกรมเหล่านี้คือห้องสมุดดนตรีดิจิทัลที่พร้อมให้สืบค้นอย่างง่ายดาย และสามารถนำไปแชร์กับเพื่อนๆ และคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเพลงซินธ์ป๊อป Running Up That Hill (A Deal With God) ของ Kate Bush ที่ออกมาเมื่อปี 1985 และกลับมาดังระเบิดจากซีรีส์ Stranger Thing ทาง Netflix รวมถึงเพลงฮิตในอดีตอย่าง Dreams (Fleetwood Mac), Forever Young (Bronski Beat), Blue Monday (New Order) และอีกมากมายที่คนรุ่นใหม่ได้รู้จักจากคลิปไวรัลต่างๆ เป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านดนตรีที่นำไปสู่การค้นพบวงโปรดวงใหม่ (ที่มาจากอดีต) ไปโดยปริยาย 

Tatler Asia
Above วงดนตรีร็อกระดับตำนาน AC/DC กับการคืนเวทีใน Power Up Tour เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา (ภาพ: Facebook.com/acdc)

ความโหยหาอดีตของวงดนตรียุคเก่า

ไม่เพียงแต่แฟนเพลงเท่านั้นที่โหยหาบรรยากาศเก่าๆ วงดนตรีที่เคยกุมหัวใจแฟนเพลงเมื่อหลายสิบปีก่อนก็โหยหาการได้อาบแสงสปอตไลท์บนเวที ได้ยินเสียงโห่ร้องต้อนรับ และร้องเพลงตามของแฟนๆ ที่กระหึ่มอารีนา ในสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่ทันสมัยอย่างในปัจจุบัน การออกไปโชว์ตัวแจกลายเซ็นหรือการแสดงสดคือหนทางเดียวที่ศิลปินในยุคนั้นจะได้พบปะแฟนเพลง เมื่อมีเสียงเพรียกหาจากแฟนๆ ที่เคยต่อคิวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อเอาปกแผ่นเสียง ซีดี หรือโปสเตอร์ไปให้เซ็น ที่พร้อมจะต้อนรับพวกเขาขึ้นเวทีอีกครั้ง ใครจะใจแข็งปฎิเสธได้ 

เวลาที่เยียวยาความขัดแย้ง 

วงดนตรีไม่น้อยแยกทางกันไปเพราะความขัดแย้ง ทั้งเรื่องส่วนตัว แนวทางการทำดนตรี หรือแม้กระทั่งทัศนคติทางธุรกิจ หลายวงเลิกราไปในขณะที่ยังประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยซ้ำ เมื่อเวลาผ่านไปความบาดหมางและบาดแผลเริ่มเยียวยา มิตรภาพและความทรงจำดีๆ ในอดีตก็เริ่มกลับมา ปัจจุบันวงดนตรีเหล่านี้ก็อยู่ในช่วงชีวิตและอาชีพที่การกลับมารวมตัวกันนั้นสมเหตุสมผลในแบบของพวกเขาเอง สมาชิกที่ออกไปอาจไม่ประสบความสำเร็จกับเส้นทางศิลปินเดี่ยวหรือกับกลุ่มใหม่ ลูกๆ ที่ยังเล็กและเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งจนต้องทิ้งอาชีพนักดนตรีไปในตอนนั้นไม่ต้องการการดูแลมากแบบนั้นอีกแล้วในตอนนี้ เคมีที่ไม่เหมือนใครและพลังที่ยังมีร่วมกันยังคงเป็นแรงดึงดูดที่ทรงพลังให้อยากกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง นอกจากนี้ความเป็นอิสระจากค่ายเพลงยังหมายความว่า วงดนตรีมักจะสามารถจัดการการรียูเนี่ยนและการทัวร์ได้ตามตารางเวลาและเงื่อนไขของตนเองมากขึ้น ปราศจากแรงกดดันและความคาดหวังจากค่ายเพลงใหญ่ที่พวกเขาอาจต้องเผชิญในยุครุ่งเรือง

อ่านเพิ่มเติม: Coachella 2025: Jennie, Lisa และเหล่าศิลปินเอเชียรวมพลังสร้างโมเมนต์แฟชั่นสุดไอคอนิกในเทศกาลดนตรีระดับโลก

Tatler Asia
Above การแสดงสดพร้อมเอฟเฟกต์อลังการของ Eagles ที่ลาสเวกัส (ภาพ: Facebook.com/EaglesBand)
Tatler Asia
Above การแสดงสดพร้อมเอฟเฟกต์อลังการของ Eagles ที่ลาสเวกัส (ภาพ: Facebook.com/EaglesBand)

เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เพิ่มอรรถรสให้การแสดงสด

เทคโนโลยีแสงสีเสียงและโปรดักชั่นการจัดคอนเสิร์ตพัฒนาไปมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากไพโรเทคนิคที่เป็นเทคนิคหลักๆ แบบเดียวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคนั้น ตอนนี้ยังมีภาพกราฟฟิกที่เคลื่อนไหวได้ การแมปปิ้ง ระบบแสงสีที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเอฟเฟกต์พิเศษมากมายที่ติดตั้งสะดวกรวดเร็วให้เลือกใช้ในราคาที่จับต้องได้ กลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้วงในสมัยก่อนอยากลองสัมผัสประสบการณ์แสดงคอนเสิร์ตสมัยใหม่ กับโปรดักชั่นที่สื่อความเป็นตัวตนของพวกเขาได้ดีขึ้น เพิ่มมูลค่าให้กับการแสดง พร้อมกับคุณภาพเสียงที่คมชัดและหนักแน่นกว่าระบบเสียงในยุคก่อน

Tatler Asia
Above โปสเตอร์โปรโมตทัวร์ของ Eagles (ภาพ: Facebook.com/EaglesBand)

ค่าตอบแทนคุ้มค่าในวันที่ไม่ (จำเป็นต้อง) มีผลงานใหม่ๆ 

ยุคสมัยและรสนิยมของผู้ฟังที่เปลี่ยนไปอาจไม่เอื้อให้วงยุคเก่าผลิตผลงานใหม่ๆ แต่การแสดงคอนเสิร์ตของวงเหล่านี้ยังสามารถเอ็นเตอร์เทนคนดูได้ด้วยเพลงฮิตและผลงานเก่าๆ วงอย่าง Eagles ที่รวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 1971 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จสูงสุดของพวกเขานั้นอยู่ในอดีตแต่ก็ยังเชื่อมโยงกับผู้ฟังในปัจจุบันได้ แม้วงจะออกอัลบั้มชุดที่เจ็ด (Long Road Out of Eden) ในปี 2007 (และห่างจากชุดที่หก The Long Run ถึง 28 ปี) แต่เพลงที่เลือกมาบรรจุในคอนเสิร์ตคือเพลงจากยุค 70s แทบทั้งนั้นซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของวง จึงเห็นได้ว่าวงยุคนั้นไม่จำเป็นต้องผลิตดนตรีใหม่ๆ เลย และไม่มีกระแสกดดันจากแฟนเพลงด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่แฟนๆ มองหาคือซาวนด์แบบเดิมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของวง การกลับมาคืนเวทีของวงส่วนใหญ่จึงเรียกว่ามีความเสี่ยงน้อยและค่าตอบแทนสูง เพราะวงดนตรีเหล่านี้ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของสาธารณชนอย่างแท้จริง ทำให้การรียูเนี่ยนไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการกลับมาเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ชมที่พร้อมอยู่แล้ว และรู้ว่าตั๋วคอนเสิร์ตที่อยู่ในมือจะสร้างความพึงพอใจในแบบที่คาดหวังได้และค่อนข้างแน่นอนโดยไม่ต้องโฆษณา

หลายคนมองว่าแนวโน้มนี้เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมดนตรีกำลังพึ่งพาอดีตมากเกินไป แต่ความต้องการอันมหาศาลและความตื่นเต้นกับข่าวการประกาศรียูเนี่ยนเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน สำหรับวงดนตรีจากยุค 70s, 80s และ 90s เสียงเรียกร้องให้กลับคืนสู่เวทีไม่ใช่แค่การสนองกิเลสในการย้อนอดีต หรือกอบโกยผลกำไรในช่วงบั้นปลายเท่านั้น แต่มันคือการยืนยันถึงผลกระทบอันทรงพลังด้านดนตรี วัฒนธรรม และสังคมอันยืนยาวที่เกิดจากพลังสร้างสรรค์ของพวกเขา


อ่านเพิ่มเติม:

Jeff Satur กับการเติบโตในโลกของ T-pop และผลงานการร่วมงานกันของ Anson Lo

10 รายการวาไรตี้เกาหลีสุดฮิต ที่ควรมีไว้ในเพลย์ลิสต์วันหยุดของคุณ

รวมซีรีส์วายใหม่ที่หลายคนตั้งตารอในปี 2025

Topics

Manta Klangboonkrong
Dining & City Guide Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

Manta Klangboonkrong has a passion for uncovering exceptional dining destinations and distinctive travel experiences - a trusted voice in Thailand’s luxury lifestyle space.

Reach her at manta.klangboonkrong@tatlerasia.com.