ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
Cover ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)

ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลีมีเสน่ห์เฉพาะตัวในการพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่ยุคต่างๆ ของอาณาจักรเกาหลีโบราณ และดนตรีประกอบก็มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การรับชม

กว่าสามทศวรรษที่ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลีได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมอย่างต่อเนื่องด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับวังหลวง ราชสำนัก ที่มาพร้อมกับความงดงามของเครื่องแต่งกายโบราณ และฉากหลังที่สะท้อนถึงความรุ่งโรจน์แห่งอดีตกาล

นอกจากนี้ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลียังขึ้นชื่อในเรื่องเพลงประกอบที่กระตุ้นอารมณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศทางความรู้สึกและทำให้ผู้ชมดื่มด่ำไปกับยุคสมัยนั้นๆ โดยเพลงประกอบบางเพลงถือเป็นสัญลักษณ์และได้รับความนิยมไม่แพ้ละครเลยทีเดียว

มาร่วมดื่มด่ำไปกับ 12 บทเพลงประกอบซีรีส์เกาหลีที่เป็นตัวแทนแห่งยุคสมัยตลอดช่วงสามทศวรรษที่ยังตราตรึงในความทรงจำ

อ่านเพิ่มเติม: 9 ซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ที่ควรตั้งตารอชมในปี 2025

Tatler Asia

2000s: ยุคทองซีรีส์ย้อนยุค

ทศวรรษ 2000s ถือเป็นยุคสำคัญของซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลี ซึ่งมีการเล่าเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ขับเน้นไปที่อดีตอันรุ่งโรจน์ ความภาคภูมิใจในชาติ เรื่องราวภายในราชวงศ์ การเมืองในราชสำนัก และความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ ผ่านการมอบความบันเทิงที่น่าสนใจ

ซีรีส์เกาหลีย้อนยุคในช่วงนี้มักมีโปรดักชั่นขนาดใหญ่ มีการหยิบยกบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มานำเสนอด้วยความยาวหลายสิบตอน โดยมี Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace ซึ่งเล่าเรื่องราวของแพทย์หญิงประจำราชวงศ์คนแรก กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เกิดกระแสความนิยมทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันหลักของกระแสวัฒนธรรมเกาหลี (Hallyu) ในต่างประเทศ

ดนตรีในยุคนี้จึงมักนำเครื่องดนตรีและวิธีการขับร้องแบบโบราณมาผสมผสานวงออร์เคสตราเพื่อสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ สง่างาม ของอารยธรรมเกาหลีโบราณ และยังมีการนำนักเรียนชั้นประถมมาร้องคอรัสจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ในยุคนี้ด้วย อาทิ Dae Jang Geum, Dong Yi, Lee San, The Great Queen Seondeok และ Ballad of Seo Dong

1. Jewel in the Palace (แดจังกึม, 2003)

Tatler Asia
ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace
Above ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace
Tatler Asia
ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace
Above ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace
ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace
ซีรีส์ Dae Jang Geum (2003) หรือ Jewel in the Palace

ระหว่างรอการกลับมาครั้งใหม่ของ ‘แดจังกึม’ ซีรีส์ในตำนานที่จุดกระแส K-series และการแพร่หลายของวัฒนธรรมเกาหลีใต้โดยเฉพาะอาหารเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรามาหวนรำลึกถึงเรื่องราวของ ‘ซอจังกึม’ นางกำนัลห้องเครื่องในรัชสมัยพระเจ้าจุงจง (ครองราชย์ในช่วงปีค.ศ. 1506–1544 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา) ที่ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคและมรสุมชีวิตทั้งในห้องเครื่องและโชคชะตาที่พลิกผันไปเป็นนักโทษก่อนกลายมาเป็น ‘แดจังกึม’ หมอหลวงคนแรกของราชวงศ์โชซอน

ด้วยการฟังเพลงประกอบซีรีส์ที่มีทั้งจังหวะสนุก ตื่นเต้น ชวนให้นึกถึงฉากการประกอบอาหารและการแข่งขันที่เชือดเฉือนกันด้วยไหวพริบและความรู้ในเรื่องวัตถุดิบ และเพลงช้ากินใจที่อาจทำให้น้ำตาคลอในช่วงเวลาที่ตัวละครซอจังกึมกำลังจะสูญเสียผู้ที่เป็นทั้งนายหญิง เพื่อนสนิทมารดา และบุคคลที่เธอเคารพรักไปตลอดกาล มีการสอดแทรกดนตรีและการร้องแบบดั้งเดิม และความกล้าเล่นกับดนตรีแนวเทคโนในอัลบั้มดนตรีประกอบซีรีส์แนวประวัติศาสตร์

Recommended track:

  • Onara (오나라) เพลงธีมที่มีสไตล์การร้องแบบเกาหลีดั้งเดิม สะท้อนถึงความหวังและความพากเพียร

2. Ballad of Seo Dong (ซอดองโย, 2006)

Tatler Asia
ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)
Above ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)
Tatler Asia
ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)
Above ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)
ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)
ซีรีส์ Ballad of Seo Dong (ซอดองโย)

เรื่องราวการต่อสู้ การเผชิญอุปสรรค สู่การครองบัลลังก์ของพระเจ้ามู กษัตริย์พระองค์ที่ 30 ของอาณาจักรแพ็กเจ (600-641, ตรงกับสมัยอาณาจักรละโว้) หนึ่งในสามอาณาจักรเกาหลีโบราณ รวมถึงความรักของพระองค์กับองค์หญิงซอนฮวาแห่งชิลลา (พระกนิษฐาของราชินีซอนต๊อก) จนเป็นต้นกำเนิดของบทเพลง ‘ซอดองโย’ ที่เล่าถึงตำนานองค์ชายแห่งแคว้นแพ็กเจซึ่งต้องออกจากวังตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับพระมารดาซึ่งเป็นนางรำของราชสำนัก และได้พบกับองค์หญิงซอนฮวาจนเกิดเป็นความรักระหว่างกัน

นอกจากกลิ่นอายเพลงบัลลาดที่จะได้รับจากดนตรีประกอบชุดนี้ ก็ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์ในเพลงธีมคอรัส ที่ได้นำท่อนเพลง เขมรไทรโยค (พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์) เข้ามาผสมผสานกันอย่างไร้ตะเข็บ จนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเพลงไทยเดิมนั้น หากรู้จักดัดแปลง และนำมาผสมผสานถูกที่ถูกจังหวะ ก็ไม่ได้เป็นสิ่งล้าสมัย แม้บทเพลงดั้งเดิมจะมีอายุร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม

Recommended track:

  • Seo Dong Yo (서동-희(喜)) (ซองดงโย) เพลงธีมคอรัสที่มีการนำเอาเขมรไทรโยคมาอยู่ในดนตรีประกอบ (นาทีที่ 1:17)

3. The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน, 2009)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ซีรีส์ The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน)
Photo 2 of 2 ซีรีส์ The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน)
ซีรีส์ The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน)
ซีรีส์ The Great Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน)

การขับเคี่ยวด้วยสติปัญญาระหว่างสองนางพญาต่างรุ่นที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองเข้มข้น The Great Queen Seondeok เล่าเรื่ององค์หญิงต๊อกมานที่ถูกพาหนีออกจากวังตั้งแต่แรกคลอดด้วยเหตุจากคำพยากรณ์อัปมงคล จนกลับมาสู่ชนชั้นเดิมอีกครั้งด้วยไหวพริบปฏิภาณ กระทั่งขึ้นสู่บัลลังก์เป็นปฐมราชินีแห่งแคว้นชิลลาในยุคสามอาณาจักร (632-647, ยุคสามอาณาจักร ตรงกับสมัยอาณาจักรละโว้)

ซีรีส์เรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องซอดองโยที่มีตัวเอก ‘ซอฮวา’ ซึ่งในประวัติศาสตร์จริงๆ คือพระกนิษฐาแท้ๆ ของราชินีซอนต๊อก

ในบรรดาซีรีส์ที่ออกอากาศปี 2009 The Great Queen Seondeok เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ขณะที่ดนตรีและเพลงประกอบก็เป็นที่จดจำ ทั้งดนตรีแก้ว เพลงร้องที่ให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่นในปณิธานที่ทรงพลัง (Come People of God), เพลงเผยความในใจหวานๆ ใน Wind Flower โดยเฉพาะ Balbambalbam (Step by Step) ที่ถ่ายทอดอารมณ์รักสลายระหว่างจอมนางผู้ปกครองอาณาจักรกับกบฏแผ่นดินผู้เป็นที่รักได้อย่างสุดสะเทือนใจ

Recommended track:

  • Araro (아라로) หนึ่งในไอคอนิกเพลงประกอบของเรื่อง ที่ท่วงทำนองชวนให้นึกถึงโชคชะตา และการเดินทางขององค์หญิงต๊อกมานสู่การเป็นราชินีผู้ยิ่งใหญ่

2010s: สานต่อความรุ่งโรจน์

ช่วงปี 2010s ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านของซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลี ที่มีการพัฒนารูปแบบการเล่าเรื่องหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การเล่าเรื่องประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม ไปจนถึงการผสมผสานองค์ประกอบของแฟนตาซีและโรแมนติก

ลักษณะเด่นของเพลงประกอบซีรีส์ในยุค 2010s จึงเป็นการผสมผสานดนตรีเกาหลีแบบดั้งเดิมกับแนวเพลงสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ป๊อป ร็อก เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และบัลลาด ที่สำคัญคือไอดอลเกาหลีชื่อดังได้มีส่วนร่วมในการแต่งและร้องเพลงประกอบละครแนวย้อนยุคมากขึ้น เพลงประกอบซีรีส์แนว ‘ซากึก’ (sageuk) ในช่วงทศวรรษนี้จึงได้รับการยอมรับทั่วโลก จากการยกระดับประสบการณ์การชมละครไปสู่ระดับใหม่ ที่ทำให้เกิดสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและรสนิยมร่วมสมัย

4. The Slave Hunters (แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า, 2010)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ซีรีส์ The Slave Hunters (แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า, 2010)
Photo 2 of 2 ซีรีส์ The Slave Hunters (แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า, 2010)
ซีรีส์ The Slave Hunters (แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า, 2010)
ซีรีส์ The Slave Hunters (แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า, 2010)

เรื่องราวของ ‘นายน้อย’ แทกิล ในตระกูลคหบดีที่มีความรักกับ ‘สาวใช้’ ในบ้าน แต่ชีวิตพลิกผันเพราะพี่ชายของสาวเจ้าพานางหลบหนีโดยสังหารพ่อแม่แทกิลและวางเพลิงเผาบ้านจนมอดไหม้ แทกิลซึ่งเหลือรอดชีวิตเพียงผู้เดียวจึงกลายมาเป็นนักล่าทาสไปพร้อมๆ การตามหาหญิงสาวอันเป็นที่รักนานนับ 10 ปี ก่อนจะพบว่านางกำลังจะวิวาห์กับทาสที่เขากำลังตามล่า!

นอกจากเนื้อหาเข้มข้นที่ฉายให้เห็นการแบ่งชนชั้นทางสังคมในปลายรัชสมัยพระเจ้าอินโจ (1623-1649 ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม-พระเจ้าปราสาทอง) การตามล่าตามรักสามเส้าสี่เส้า และความสัมพันธ์จากศัตรูมาเป็นมิตรร่วมสู้ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องปรบมือดังๆ คือดนตรีประกอบที่เสนาะจับใจกับการถ่ายทอดอารมณ์ถวิลหาคนรักที่ทั้งรักทั้งแค้น ตลอดจนความอ้างว้างของชายหนุ่มที่คิดถึงนางอันเป็นที่รักแทบทุกลมหายใจ โดยมีกิมมิกเครื่องดนตรีหลักของเรื่องคือซออู้ที่ทอดเสียงบาดลึก เพลงธีมทรงพลังที่ผสมผสานเครื่องสาย กลอง กับจังหวะร็อกและท่อนแร็ป ยิ่งหากได้ฟังทั้งอัลบั้มก็ยิ่งเห็นถึงความสมบูรณ์แบบของการทิ้งจังหวะทางดนตรีที่ค่อยๆ ปล่อยความเข้มข้นไปถึงขีดสุดในเพลงฟินาเล่ที่ให้ทั้งความยิ่งใหญ่ อลังการ และความอิ่มเอมใจตลอดความยาวของเพลงห้านาทีกว่าๆ

Recommended track:

  • 낙인 (Stigma) เพลงธีมที่ให้ความรู้สึกอ้างว้างและเปลี่ยวเหงา

5. The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)

Tatler Asia
ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)
Above ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)
Tatler Asia
ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)
Above ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)
ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)
ซีรีส์ The Princess’s Man (จอมนางกบฏหัวใจ, 2011)

นี่คือโรมิโอ-จูเลียต ภาคโชซอน ช่วงต่อรัชสมัยของพระเจ้าทันจง (1452-1455) และพระเจ้าเซโจ (1455-1468 ตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ว่าด้วยชายหนุ่ม-หญิงสาวที่มีใจให้กันแต่ไม่สามารถรักกันได้​ เพราะความขัดแย้งในราชสำนัก โดยเฉพาะเมื่อบิดาฝ่ายหญิง (ที่ต่อมาคือพระเจ้าเซโจ) ใส่ร้ายครอบครัวของฝ่ายชายว่าเป็นกบฏจนถูกฆ่าล้างตระกูล ขณะที่ฝ่ายชายก็เข้าใจผิดว่าถูกฝ่ายหญิงหลอกลวง

ด้วยเส้นเรื่องคือความสัมพันธ์พระ-นางแบบรักในรอยแค้น ความหวานระดับโรงงานน้ำตาลในตอนต้นเรื่องก็ค่อยๆ เข้มข้นบีบหัวใจและการแก้แค้นในแบบจำเลยรัก เพลงประกอบของเรื่องนี้จึงสาดความโรแมนติก ที่ให้อารมณ์ถึงการตัดพ้อ ความวุ่นวายในหัวใจ และความกดดันของแรงรักแรงแค้น ซึ่งความไพเราะนั้นหากให้จัดอันดับเพลงประกอบซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน The Princess’s Man ก็ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ แม้จะเป็นซีรีส์ที่ออกอากาศมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม

Recommended track:

  • Destino (Destiny) เพลงภาษาอิตาเลียนที่ให้เสียงร้องทรงพลัง ในอารมณ์โหยหา อาวรณ์ สะท้อนความรักหวานปนขมได้กินใจ

6. Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)

Tatler Asia
ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)
Above ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)
Tatler Asia
ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)
Above ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)
ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)
ซีรีส์ Six Flying Dragons (หกมังกรกำเนิดโชซอน, 2015)

หากแนวดนตรีของ The Great Queen Seondeok ให้ภาพการรวมอาณาจักรด้วยความสวยงามยิ่งใหญ่แบบเฟมินิสต์ The Six Flying Dragons ซึ่งผู้เขียนบทเป็นคนเดียวกัน ก็จะอยู่ในโหมดดนตรีสร้างชาติแบบโอ่อ่า อลังการ และสง่างามในแบบมังกรทะยานฟ้า ที่ให้ความหนักแน่น ทรงพลัง และปลุกใจให้ฮึกเหิม

เรื่องราวหลักของ The Six Flying Dragons อยู่ในช่วงการสิ้นสุดของราชวงศ์โครยอ (ตรงกับอาณาจักรละโว้, อาณาจักรสุโขทัย) โดยการทำรัฐประหารของแม่ทัพอีซองกเยเมื่อปี 1392 ที่ต่อมาคือพระเจ้าแทโจ (1392–1398 ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้ารามราชา) กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์โชซอน

ความสนุกของเรื่องอยู่ที่การขับเคี่ยวทางความคิดและการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองอย่างเข้มข้นระหว่าง ‘อีบังวอน’ บุตรชายคนที่ห้าของแม่ทัพอีซองกเย (ต่อมาคือพระเจ้าแทจง กษัตริย์ลำดับที่สามของราชวงศ์โชซอน) ผู้เป็นแกนนำ กับ ‘ซองโดจอน’ ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้แม่ทัพอีซองกเยก่อตั้งราชวงศ์โชซอนได้สำเร็จ แนวดนตรีของ The Six Flying Dragons จึงเต็มไปด้วยความดุดันและการประโคมของเครื่องดนตรีที่เร้าอารมณ์ อหังการ และทะเยอทะยาน

Recommended track:

  • 하날히 달애시니 (Lee Bang-Ji's Theme) บทเพลงที่โชว์การใช้เสียงเอื้อนของ vocalist ได้อย่างน่าทึ่ง เร้าใจ เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นในการแก้แค้นของตัวละครในการทวงคืนความยุติธรรม

7. Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
Photo 2 of 3 ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
Photo 3 of 3 ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)
ซีรีส์ Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์, 2016)

หนึ่งในเพลงประกอบซีรีส์ที่มักถูกพูดถึงเสมอในความไพเราะ ซึ่งหลายเพลงสร้างความประทับใจผู้ฟังมาได้ยาวนาน เช่น Say Yes (Loco & Punch), Be With You (AKMU), For You (Chen, Baekhyun และ Xiumin (EXO))

Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo เป็นการนำโครงเรื่องมาจาก ปูปู้จิงซิน ของจีนที่ประสบความสำเร็จสูงมาก มาสร้างใหม่ในสไตล์เกาหลีโดยอิงพล็อตที่ตัวเอกย้อนอดีตมาอยู่ในช่วงที่เกิดศึกสายเลือดแย่งชิงบัลลังก์ในรัชสมัยพระเจ้าแทโจ (ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์โครยอ ก่อตั้งเมื่อปี 918 ตรงกับช่วงสิ้นยุคอาณาจักรน่านเจ้า) ที่มีเรื่องราวคล้ายกันกับฮ่องเต้คังซี โดยคงความเข้มข้นในแบบเดียวกัน แม้จะจบไปหลายปี แต่หลายคนก็ยังมูฟออนจากเรื่องนี้ไม่ได้ และนั่นก็เป็นเหตุผลให้ต้องกลับมาฟังเพลงประกอบชุดนี้ให้หายคิดถึง

อ่านเพิ่มเติม: 7 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ IU

Recommended track:

  • For You บทเพลงที่ถ่ายทอดความปรารถนา ความหวัง และความรัก ที่หนุนส่งความเข้มข้นทางอารมณ์ให้เพิ่มขึ้นอีกชั้น

8. Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)

Tatler Asia
ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)
Above ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)
Tatler Asia
ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)
Above ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)
ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)
ซีรีส์ Queen for Seven Days (เจ็ดวันบัลลังก์ราชินี, 2017)

ซีรีส์โรแมนติกดราม่าน้ำตานองกับการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในราชสำนักจนทำให้เชื้อพระวงศ์พี่น้องต่างมารดาต้องมาห้ำหั่นกันเองทั้งในเกมรักและเกมการเมือง

แบ็กกราวนด์ของ Queen for Seven Days อยู่ในรัชสมัยพระเจ้ายอนซัน (1494-1506 ตรงกับช่วงสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่สอง แห่งกรุงศรีอยุธยา) ที่อื้อฉาวมากที่สุดของราชวงศ์โชซอน แต่มุมมองต่อพระองค์ที่ปรากฏในเรื่องจะมีความน่าเห็นใจซึ่งแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่มักให้ภาพความโหดเหี้ยมและมีอาการของจิตเภท ยิ่งเสน่ห์ของนักแสดงในบทฝ่าบาทสายดาร์ก ถึงร้ายผู้ชมก็หลงรัก นอกจากนี้เพลงประกอบก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ถ่ายทอดความเศร้า ซึ้ง แต่สวยงาม ได้น่าประทับใจโดยเฉพาะเพลงธีมที่มีเสียงเปียโนเป็นชิ้นเด่น

Recommended track:

  • Queen For Seven Days Theme Song ธีมดนตรีที่มีท่วงทำนองเศร้า รันทด โดดเด่นด้วยเสียงเปียโนนำ

2020s: ก้าวสู่ชาร์ตเพลงระดับโลก

ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Disney+, Prime และบริการสตรีมมิ่งระดับนานาชาติอื่นๆ ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์เกาหลีและเพลงประกอบจึงเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพลงประกอบซีรีส์แนวนี้หลายเพลงยังติดอันดับชาร์ตเพลงยอดนิยมบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติ เช่น iTunes และ Spotify ซึ่งเน้นย้ำถึงสถานะเพลงประกอบละครและความบันเทิงเกาหลีบนเวทีระดับโลก

เพลงประกอบละครประวัติศาสตร์เกาหลีในช่วงทศวรรษนี้มีส่วนสำคัญในการเล่าเรื่องเพื่อขยายขอบเขตอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น โดยยังคงร่วมมือกับศิลปินยอดนิยมและการพัฒนาแนวดนตรีอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่แนวเพลงยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ เราก็จะได้ดื่มด่ำกับดนตรีที่ผ่านการสร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป

9. Kingmaker: The Change of Destiny (ลิขิตฟ้าพลิกชะตาบัลลังก์, 2020)

Tatler Asia
ซีรีส์ Kingmaker: The Change of Destiny (ลิขิตฟ้าพลิกชะตาบัลลังก์, 2020)
Above ซีรีส์ Kingmaker: The Change of Destiny (ลิขิตฟ้าพลิกชะตาบัลลังก์, 2020)
ซีรีส์ Kingmaker: The Change of Destiny (ลิขิตฟ้าพลิกชะตาบัลลังก์, 2020)

ซีรีส์ที่ผสมผสานความโรแมนติก การแย่งชิงความได้เปรียบในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอนช่วงปลายรัชสมัยพระเจ้าชอลจง (1849-1864 ตรงกับปลายรัชกาลที่สี่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่ยุคจักรวรรดิ ด้วยการเล่าถึงความรักและโชคชะตา ซึ่งความน่าสนใจของเรื่องอยู่ที่การหยิบยกประเด็นความสามารถในการอ่านโหงวเฮ้งและการมองเห็นชะตาชีวิตของสองตัวเอกมานำเสนอว่าจะสามารถกำหนดทิศทางของประวัติศาสตร์ได้อย่างไร

ส่วนเพลงประกอบของเรื่องนี้เสริมแต่งโทนประวัติศาสตร์และลึกลับได้อย่างสวยงาม มีการผสมผสานระหว่างดนตรีออร์เคสตราและเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมอย่างคายากึม (พิณเกาหลี) และแทพยองโซ (ปี่โอโบเกาหลีดั้งเดิม) เป็นเครื่องดนตรีหลัก ช่วยเพิ่มประสบการณ์การฟังที่ดื่มด่ำมากขึ้น ขณะที่เพลงบรรเลงก็น่าจดจำและได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงถึงการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจและการกำกับโชคชะตาครั้งยิ่งใหญ่

Recommended track:

  • Endless เนื้อเพลงพูดถึงความพากเพียร และการแสวงหาโชคชะตาที่ไม่ยอมแพ้

10. Queen: Love and War (ศึกชิงบัลลังก์พระมเหสี, 2020)

Tatler Asia
ซีรีส์ Queen: Love and War (ศึกชิงบัลลังก์พระมเหสี, 2020)
Above ซีรีส์ Queen: Love and War (ศึกชิงบัลลังก์พระมเหสี, 2020)
ซีรีส์ Queen: Love and War (ศึกชิงบัลลังก์พระมเหสี, 2020)

ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ (ไม่อิงรัชสมัย) เล่าถึงการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาว่าที่พระมเหสีของโชซอนพระองค์ต่อไป โดย ‘คังอึนโบ’ หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่จะเป็นราชินีต้องดิ้นรนต่อสู้ทางการเมืองภายในวังเพื่อแสวงหาความยุติธรรมและเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการฆาตกรรมอดีตพระมเหสีซึ่งเป็นฝาแฝดของเธอ

เพลงประกอบที่โดดเด่นอย่างมากคือเพลงธีมเปิดเรื่องซึ่งขับร้องเป็นภาษาอิตาเลียนโดย Lim Ji-eun ที่เคยสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ Viviera (Grand Prince (2018)) ครั้งนี้เธอก็ยังรักษาท่วงทำนองที่ให้ความสง่างาม มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ขณะที่เพลงอื่นๆ ก็น่าฟังช่วยสร้างความรู้สึกให้น่าติดตาม และตั้งใจดู

Recommended track:

  • Queen: Love and War Theme Song เพลงธีมที่แสดงถึงการปะทะกันระหว่างความรัก อำนาจทางการเมือง การเสียสละ และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

11. The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
Photo 2 of 4 ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
Photo 3 of 4 ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
Photo 4 of 4 ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)
ซีรีส์ The Red Sleeve (นางในหัวใจแกร่ง, 2022)

ซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ที่หยิบยกเรื่องราวของพระเจ้าจองโจ (1776-1800 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี) มานำเสนอในช่วงที่ยังเป็นองค์รัชทายาท ‘ลีซาน’ ผ่านธีมความรักต้องห้ามทางชนชั้นระหว่างพระองค์กับพระสนมเอกอึยบินที่ละมุนละไมและตราตรึงใจ จนถูกยกให้เป็นที่สุดของซีรีส์ย้อนยุคประจำปี 2022

The Red Sleeve ประสบความสำเร็จอย่างมากในเกาหลีใต้ และยังได้รับการตอบรับที่ดีในระดับนานาชาติ ซึ่งเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมก็คือเพลงประกอบที่ไพเราะ ชวนให้นึกถึงเสน่ห์ย้อนยุค ซึ่งช่วยขับโทนอารมณ์ของซีรีส์ได้ดียิ่งขึ้น

Recommended track:

  • Starlight Heart หนึ่งในเพลงที่โดดเด่นที่สุด ถ่ายทอดความปรารถนาและความจริงอันแสนหวานปนขมของความรักที่อยู่เหนือหน้าที่และสถานะ

12. My Dearest (เธอที่รัก, 2023)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)
Photo 2 of 3 ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)
Photo 3 of 3 ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)
ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)
ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)
ซีรีส์ My Dearest (เธอที่รัก, 2023)

อีกหนึ่งซีรีส์ย้อนยุคแนวโรแมนติก ซาบซึ้งตรึงใจที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เดินเรื่องท่ามกลางไฟสงครามในช่วงราชวงศ์ชิงของจีนรุกรานโชซอน (1636-1637 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง) เล่าถึงความสัมพันธ์ของคู่พระ-นางที่ต้องพลัดพรากจากกัน ผ่านความเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วน มีเพียงความรักที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนและความทรหดอดทนเป็นเครื่องยืนยันรักแท้ที่ฝ่ายชายมีให้ฝ่ายหญิงเสมอมา

My Dearest ได้รับเสียงชื่นชมอย่างท่วมท้น ตามด้วยรางวัลแดซังซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ของวงการบันเทิง ประจำปี 2024 ในสาขา Best Drama และ Best Actor และรางวัลอื่นๆ ที่ได้รับในปีที่ออกฉาย (2023) อีกมากมาย ขณะที่เพลงประกอบซีรีส์ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของดนตรีที่สามารถกระตุ้นอารมณ์และพาผู้ฟังไปสู่อีกโลกหนึ่ง ด้วยทำนองแนวบัลลาดที่กินใจ เสียงร้องที่นุ่มนวล ถ่ายทอดภาพความรักที่ทั้งบอบบาง มุ่งมั่น อดทน ยั่งยืน ทั้งยังมีศิลปินมากความสามารถที่มามีส่วนร่วม เช่น Kai วง EXO, Yeon Woo, Miyeon (G)I-Dle ซึ่งปล่อยพลังเพียงพอที่จะครองใจแฟนๆ ซีรีส์ไปอีกหลายปี

Recommended track:

  • With My Heart เพลงบัลลาดที่ถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งของความรัก ความภักดี และความมุ่งมั่นที่ไม่ลดละ

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด