Kim Soo-hyun
Cover Kim Soo-hyun ขึ้นแท่นเป็นดาราเกาหลีที่รวยที่สุดอีกครั้งในปีนี้ (ภาพ: Instagram / @soohyun_k216)
Kim Soo-hyun

Tatler เปิดรายได้ของซีรีส์เกาหลีที่ทำให้เหล่าดาราเกาหลีตัวท็อปรายได้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

กระแสความนิยมของซีรีส์เกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้นไม่เพียงแต่พลิกโฉมหน้าวงการบันเทิงโลกเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้ชมจากทั่วโลกอย่างกว้างขวาง แน่นอนว่ามันส่งผลดีอย่างมากต่อรายได้ที่หมุนเวียน ซึ่งไปไกลกว่าแค่วงการบันเทิง ความสำเร็จนี้ช่วยตอกย้ำว่าเหล่านักแสดงเกาหลีซึ่งเป็นผู้นำกระแส K-Wave ได้สร้างชื่อเสียงและรายได้มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อ่านเพิ่มเติม: 10 ไอดอล K-pop ที่โด่งดังจนกลายเป็นดาราชื่อก้อง

ความนิยมที่แผ่ขยายออกไปของซีรีส์เกาหลีทำให้เกิดกลุ่มแฟนด้อมขนาดใหญ่และเหนียวแน่น ส่งผลให้เหล่านักแสดงได้รับค่าตอบแทนต่อตอนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยดาราเกาหลีระดับ A-list อย่าง Kim Soo-hyun, Lee Jung-jae, Song Joong-ki และอีกมากมายต่างก็ได้รับค่าตอบแทนหลายแสนดอลลาร์ต่อตอน ซึ่งคิดเป็นหลายล้านดอลลาร์ต่อซีรีส์หนึ่งเรื่อง และนี่คือ 9 ดาราเกาหลีที่มีรายได้สูงสุดในปี 2024

Note: รายได้โดยประมาณนี้ยังไม่รวมโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ การปรากฏตัวตามงานต่างๆ ที่ได้รับค่าจ้าง และการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของสินค้าหรือโฆษณา

1. Kim Soo-hyun

Tatler Asia
Kim Soo-hyun
Above Kim Soo-hyun นักแสดงนำจากซีรีส์ ‘Queen of Tears’ (ภาพ: Instagram / @soohyun_k216)
Kim Soo-hyun

Kim Soo-hyun (คิมซูฮยอน) นักแสดงวัย 36 ปี เจ้าของรางวัลมากมาย เขามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในเกาหลีอยู่แล้วก่อนที่ซีรีส์เรื่อง Queen of Tears  จะสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้เขามีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมากมาย และยกสถานะของเขาให้กลายเป็นนักแสดงระดับโลก โดยก่อนจะกลับมาแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ เขาหยุดพักงานแสดงไปถึงสามปี

นอกจากนี้เขายังมีผลงานแสดงในซีรีส์เกาหลีชื่อดังอีกหลายเรื่อง เช่น Dream High (2011), Moon Embracing the Sun (2012), My Love from the Star (2013 - 2014) และ It's Okay to Not Be Okay (2020)

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 423,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14.5 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของ One Ordinary Day )

2. Lee Jung-jae

Tatler Asia
Above Lee Jong-jae นักแสดงนำจากซีรีส์ 'Squid Game' (ภาพ: Instagram / @from_jjlee)

นักแสดงชื่อดังอย่าง Lee Jung-jae (อีจองแจ) เขาคือนักแสดงที่ฝากฝีมือเอาไว้ในวงการภาพยนตร์ของเกาหลีใต้มาหลากหลายเรื่อง แต่การร่วมแสดงในซีรีส์แนวระทึกขวัญของ Netflix อย่าง Squid Game ในปี 2021 ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก และทำให้เขากลายเป็นที่จับตาของตลาดอย่างรวดเร็ว หลากหลายแบรนด์ต่างก็ต้องการเซ็นสัญญากับนักแสดงหนุ่มคนนี้ โดยเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมระดับนานาชาติหลายรางวัลทั้งจากเวที Screen Actors Guild Awards 2022 และ Primetime Emmy Awards ในปีเดียวกัน ซึ่ง Lee Jong-jae เตรียมกลับมารับบทเดิมอีกครั้งในซีซั่นที่สองของ Squid Game เร็วๆ นี้

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 248,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเขาใน Squid Game )

3. Song Joong-ki

Tatler Asia
Song Joong-ki
Above Song Joong-ki นักแสดงนำจาก 'Vincenzo' (ภาพ: Instagram/@hi_songjoongki)
Song Joong-ki

Song Joong-ki (ซงจุงกิ) เป็นนักแสดงหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตาผ่านผลงานการแสดงซีรีส์มากมาย ซึ่งเขาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและทำให้แฟนๆ ซีรีส์เกาหลีหลายล้านคนตกหลุ่มรักฝีมือการแสดงของเขาในผลงานต่างๆ ไม่ว่าเป็น The Innocent Man (2012), Descendants of the Sun (2016), Arthdal Chronicles (2019), Vincenzo (2021) และ Reborn Rich (2022) และนับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา เขาปรากฏตัวในลิสต์ Power Celebrity 40 ของ Forbes Korea มาแล้วถึงหกครั้ง และอยู่ใน 10 อันดับแรกมาแล้วถึงสี่ครั้ง

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 228,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.8 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเขาใน Reborn Rich )

4. Song Hye-kyo

Tatler Asia
Song Hye-kyo
Above Song Hye-kyo นางเอกจาก 'The Glory' (ภาพ: Instagram / @kyo1122)
Song Hye-kyo

Song Hye-kyo (ซงฮเยคโย) เป็นหนึ่งในดาราเกาหลีที่โด่งดังตั้งแต่ต้นยุค 2000 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นผู้นำ K-wave ในยุคแรกๆ เธอคือนักแสดงสาวที่ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติจากการรับบทนำในซีรีส์ Autumn in My Heart (2000), Full House (2004), That Winter, the Wind Blows (2013), Descendants of the Sun (2016), Encounter (2018) และบทบาทสุดฮือฮาใน The Glory (2022) ซึ่งปัจจุบันติดอันดับ 1 ใน 10 ซีรีส์ทีวีต่างประเทศตลอดกาลของ Netflix นอกจากนี้เธอยังเป็นแฟชั่นไอคอนที่ผู้หญิงหลายๆ คนต้องจับตา

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.6 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเธอใน The Glory)

5. Jun Ji-hyun

Tatler Asia
Gianna Jun Ji-hyun
Above Jun Ji-hyun นักแสดงสาวจาก 'Jirisan' (ภาพ: Instagram / @junjihyun.official)
Gianna Jun Ji-hyun

Jun Ji-hyun (จอนจีฮยอน) (หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ Gianna Jun) หนึ่งในดาราเกาหลีที่โด่งดังตั้งแต่ยุค 2000 จากบทบาทของเธอในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง My Sassy Girl (2001) ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการภาพยนตร์เกาหลี นอกจากนี้เธอยังแสดงในซีรีส์เกาหลียอดนิยมอย่าง My Love from the Star (2013), The Legend of the Blue Sea (2016) และ Kingdom (2021) ของ Netflix อีกด้วย

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.6 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเธอใน Jirisan)

6. Lee Young-ae

Tatler Asia
Lee Young-ae
Above Lee Young-ae นักแสดงสาวผู้รับบท แดจังกึม ใน Jewel in the Palace (ภาพ: Instagram/@leeyoungae0824)
Lee Young-ae

ภาพของ Lee Young-ae (อียองเอ) ถูกจดจำมากที่สุดในบทบาท Dae Jung Geum (แดจังกึม) จากซีรีส์อิงประวัติศาสตร์เกาหลีเรื่อง Dae Jang Geum (Jewel in the Palace) ในปี 2003 เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนส่งผลต่อวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แม้ว่าเธอจะประกาศกึ่งเกษียณตัวเองจากงานแสดงในปี 2006 แต่เธอก็สวมชุดฮันบกอีกครั้งใน Saimdang, Memoir of Colors ในปี 2017 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการคัมแบ็กของนักแสดงสาวผู้โด่งดังในเรื่องความงามเหนือกาลเวลาของเธอ ก่อนจะรับบทนำใน Inspector Koo (2021) และ Maestra: Strings of Truth (2023) โดยเธอจะกลับมารับบทแดจังกึมอีกครั้งใน Jewel in the Palace 2 ที่มีการประกาศออกมาเมื่อต้นปี 2024

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 160,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.5 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเธอใน Inspector Koo)

7. Hyun Bin

Tatler Asia
Hyun Bin
Above ฮยอนบิน นักแสดงซีรีส์ Crash Landing on You (ภาพ: Instagram/@vast.ent)
Hyun Bin

Hyun Bin (ฮยอนบิน) อีกหนึ่งนักแสดงเกาหลีที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ จนก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงแถวหน้าซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากบทบาทในซีรีส์ My Name is Kim Sam-soon เมื่อปี 2005 ก่อนจะตามมาด้วยอีกหลายบทบาทการแสดงในซีรีส์เกาหลี เช่น Secret Garden (2010), Memories of the Alhambra (2018) และหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ได้รับเรตติ้งสูงสุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์เคเบิลของเกาหลีอย่างเรื่อง Crash Landing on You (2019) ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับค่าตัวสูงที่สุดแห่งยุค ณ เวลานั้น และยังคงเป็นนักแสดงที่เป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก และล่าสุดเขากลับมารับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Harbin ที่จะพรีเมียร์ในงานเทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต เดือนกันยายน 2024 นี้

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 113,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเขาใน Secret Garden)

8. Go Hyun-jung

Tatler Asia
Go Hyun-jung
Above Go Hyun-jung นักแสดงสาวจากซีรีส์ ‘Reflection of You’ (ภาพ: Instagram/@atti.present)
Go Hyun-jung

นักแสดงสาวและรองชนะเลิศ Miss Korea 1989 Go Hyun-jung (โก ฮยอนจอง) เดบิวต์บทบาทการแสดงครั้งแรกในซีรีส์เรื่อง Sandglass ปี 1995 ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับเรตติ้งสูงสุดและได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ของเกาหลี โดยหลังจากที่เธอเกษียณตัวเองจากอาชีพนักแสดง เธอได้คัมแบ็กอีกครั้งในซีรีส์เมโลดราม่าเรื่อง Spring Day (2005) ตามมาด้วย What's Up Fox? (2006), HIT (2007), Queen Seondeok (2009), Big Thing (2010) และกลับมาเป็นดาราดังอีกครั้งใน Reflection of You (2021) การกลับมาคงสถานะดาราดังนี้ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงละครเกาหลีที่ได้รับค่าตัวสูงที่สุด

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 85,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) (อ้างอิงจากรายได้ต่อตอนของเธอใน Reflection of You)

9. Lee Min-ho

Tatler Asia
Lee Min-ho
Above นักแสดงหนุ่ม Lee Min-ho กับบทนำใน 'The King: Eternal Monarch' (ภาพ: Instagram / @actorleeminho)
Lee Min-ho

Lee Min-ho (อีมินโฮ) เป็นนักแสดงชาวเกาหลีใต้ที่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากที่สุด และเป็นดาราเกาหลีคนแรกที่มีหุ่นขี้ผึ้งของมาดามทุสโซ บทบาท Gu Jun-pyo ใน Boys Over Flowers (2009) ของ Lee Min-ho กลายเป็นภาพจำจนทำให้นักแสดงหนุ่มคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่แห่งปีจาก 45th Baeksang Arts Awards 2009 และสานต่อชื่อเสียงในระดับนานาชาติของเขาด้วยผลงานการแสดงใน City Hunter (2011), The Heirs (2013), The Legend of the Blue Sea (2016), The King: Eternal Monarch (2020) และ Pachinko (2022) ที่ฉายทาง Apple TV+ โดยซีรีส์ Pachinko ซีซั่นที่สอง (ซึ่งเป็นกระแสจากการที่โรเซ่จาก Blackpink มาร่วมร้องเพลงประกอบ ในบทเพลงคัฟเวอร์ Viva La Vida ของ Coldplay) ก็กำลังฉายอยู่บนแพล็ตฟอร์มเดียวกันนี้ ซึ่งหนุ่ม Lee Min-ho ก็ยังคงกลับมารับบทนำในภาคต่อนี้ด้วย

รายได้โดยประมาณต่อตอน: 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.7 ล้านบาท)

Topics

Asa Ngamkala
Digital Writer, Tatler Thailand
Tatler Asia

นักเขียนดิจิทัลที่ต้องการเล่าเรื่องของผู้คน ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและมีมุมมองเฉพาะตัว