ธรรมิกา สงค์แก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ธรรมิกา สงค์แก้ว นักเขียนไทยในสิงคโปร์ กับนวนิยายเล่มแรก ที่ได้รับการกล่าวขวัญด้านเนื้อหาที่ “ทรงพลังและท้าทายผู้อ่าน” และการ “ถ่ายทอดออกมาด้วยความจริงใจ ไร้การปรุงแต่ง” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ธรรมิกา สงค์แก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ผู้หญิงหนึ่งคน ห้องคนไข้หนึ่งห้อง กับชีวิตคู่ที่กำลังพังทลาย ของ “Stamford Hospital” เป็นดั่งภาพชีวิตของ ธรรมิกา สงค์แก้ว นักเขียนหน้าใหม่แห่งสำนักพิมพ์ Penguin ที่กล้าหาญในการประกาศ “เสียงแห่งวรรณกรรมอาเซียน”

The night was dark enough to feel like a cover. It cornered them in their separate shells—three of them in the bedroom, usually three different dreams, each with its own preoccupations, but tonight Tarisa laid awake…

นี่คือประโยคเริ่มต้นของนวนิยาย Stamford Hospital ที่เมื่อเปิดอ่านหน้าต่อๆ ไปก็จะเผยให้เห็นชีวิตของ “Tarisa” (ทาริสา) หญิงไทยที่อาศัยในสิงคโปร์ ผู้กำลังอ่อนล้าทางอารมณ์ จากความพยายามทำหน้าที่สมบูรณ์พร้อมทั้งในฐานะ “แม่” และ “ภรรยา” ได้พาลูกสาววัยสามขวบที่ป่วยเพียงน้อยนิดเข้าแอดมิดในโรงพยาบาล เพียงเพื่อต้องการหาความเงียบสงัดเพื่อรักษาความร้าวรานใจจากชีวิตสมรสที่แม้จะมั่นคง แต่ขาดสิ่งสำคัญทางกายอย่างที่สามีภรรยาควรจะเป็น

อ่านเพิ่มเติม: Pride Month: 7 หนังสือเรื่องจริงของคนข้ามเพศ

Tatler Asia
Stamford Hospital ผลงานเขียนนวนิยายเล่มแรก ของ ธรรมิกา สงค์แก้ว ภายใต้การจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ระดับโลก Penguin Random House SEA
Above “Stamford Hospital” ผลงานเขียนนวนิยายเล่มแรกของ ธรรมิกา สงค์แก้ว กับภาพปกที่เธอมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ความหมาย ภายใต้การจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ระดับโลก Penguin Random House SEA
Stamford Hospital ผลงานเขียนนวนิยายเล่มแรก ของ ธรรมิกา สงค์แก้ว ภายใต้การจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ระดับโลก Penguin Random House SEA

ประสบการณ์ชีวิตในม่านอักษร

ความน่าสนใจของ Stamford Hospital คือความกล้าหาญในการถ่ายทอดเรื่องราวที่หยิบแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งมาจากประสบการณ์จริงที่ไม่สมบูรณ์แบบของผู้ประพันธ์ พริ้ม ธรรมิกา สงค์แก้ว ที่เขียนเรื่องนี้เป็นเล่มแรก และทวีความน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อได้รับการจัดพิมพ์โดย Penguin Random House ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Penguin SEA) ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่นักเขียนไทยจะได้รับการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ระดับโลกแห่งนี้

“ก่อนจะเป็น Penguin SEA พริ้มถูกปฏิเสธจากเอเจนซีสำนักพิมพ์ในอเมริกาเป็นร้อยแห่ง” ธรรมิกาหัวเราะ และเล่าว่าเธอเริ่มเขียนเรื่องนี้เมื่อปี 2018 และพยายามส่งต้นฉบับไปตามระบบการคัดเลือกของสหรัฐอเมริกาที่เธอเคยศึกษาและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น แต่ก็ได้รับการปฏิเสธโดยไร้ฟีดแบกใดๆ จนถึงปี 2022 “ลองส่งไปที่เพนกวินซีอีเอดู ถ้าไม่ได้อีกคงเป็นเราเองแล้วที่เขียนไม่ดีพอ แต่สองเดือนต่อมาเขาก็ตอบรับ วันที่ได้รับอีเมลเลยตื่นเต้นมาก” นัยน์ตาธรรมิการะริกไหวบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจ

เมื่อทบทวนถึงสาเหตุที่เคยถูกปฏิเสธ เธอคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเนื้อหาที่อาจไม่ตรงกับตลาดอเมริกา ขณะที่ Penguin SEA ให้ความสนใจต้นฉบับจากนักเขียนอาเซียน เมื่อรวมกับสิงคโปร์ที่เป็นฉากหลัง พร้อมความกล้าหาญในการนำเสนอมุมมองที่ “ชวนให้ขบคิดเกี่ยวกับผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้าม” ก็น่าจะมีคุณค่าบางอย่างที่คู่ควรกับตราเพนกวิน

พื้นที่ของนักเขียนภูมิภาค

Penguin Books หรือ Penguin Random House ในปัจจุบัน มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะสำนักพิมพ์ที่ปฏิวัติวัฒนธรรมการอ่านด้วยการทำให้การซื้อหนังสือเป็นเรื่องง่ายในราคาที่เข้าถึงได้ ถือกำเนิดในปี 1935 ปีนี้จึงถือเป็นวาระครบรอบ 90 ปีของสำนักพิมพ์ที่ไม่ได้แค่สร้างคุณูปการต่อวงการวรรณกรรม แต่ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดัน “นักเขียนร่วมสมัย” ทั่วโลกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยมีการตั้งสาขาในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ ภายใต้ชื่อ Penguin Random House SEA (ก่อตั้งปี 2018) ที่เป็นพลังสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักเขียนไทยได้ทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์ระดับโลก

อ่านเพิ่มเติม: สิ่งพิมพ์ตายแล้ว? Penguin Random House Southeast Asia กับการปฏิวัติวงการหนังสือและเสียงที่กล้าหาญที่กำลังหล่อหลอมวงการวรรณกรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Tatler Asia
Penguin Books logo (ภาพ: enguin Random House)
Above ตลอดระยะเวลา 90 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1935 Penguin Books ไม่เพียงสร้างคุณูปการต่อวงการวรรณกรรม แต่ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดัน “นักเขียนร่วมสมัย” ทั่วโลกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง (ภาพ: enguin Random House)
Penguin Books logo (ภาพ: enguin Random House)

“Penguin น่ารักมากค่ะ” ธรรมิกาตื่นเต้น “เขาให้เรามีส่วนร่วมออกไอเดีย” เธอชี้ไปยังปกหนังสือที่เป็นภาพมือกำลังทำตุ๊กตาบาร์บี้ตกลงพื้น “มันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง บาร์บี้เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์ แต่เราก็ทำตัวเองตกไปบ้าง” ในที่นี้เธอหมายถึงทาริสา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือตัวเธอเอง นอกจากนี้บาร์บี้ยังหมายถึงตุ๊กตาที่ธรรมิกาเล่าว่ามีฉากหนึ่งบุตรสาวอยากเล่นบาร์บี้ แต่ทาริสาผู้เป็นแม่ไม่พร้อมเล่นด้วยเพราะความเหน็ดเหนื่อย “ผู้หญิงที่เหนื่อยกับการเป็นแม่ เมื่อถูกบังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เกิดสติแตกได้”

เธอเว้นจังหวะหน่อยหนึ่งก่อนเล่าถึงการทำงานกับ Penguin SEA ว่าทางสำนักพิมพ์แทบไม่แก้ต้นฉบับเลย อาจเป็นเพราะตลอดสี่ปีที่พยายามส่งต้นฉบับไปยังเอเจนซีนับร้อย เธอได้ปรับแก้ไขไปเรื่อยๆ จนลงตัว กระทั่งสำเร็จเป็นรูปเล่มในปี 2024 และเดินทางมาประชาสัมพันธ์หนังสือในเมืองไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ชีวิตที่แปรเปลี่ยน

แม้จะ “หน้าใหม่” ในฐานะ “นักเขียนนวนิยาย” แต่สำหรับแวดวงสื่อสารมวลชนก็ใช่ว่าจะหน้าใหม่แต่อย่างใด เพราะธรรมิกาเคยมีผลงานในฐานะ food writer ให้กับสื่อออนไลน์ในสิงคโปร์ และงานเขียนบทความในสื่อแนววรรณกรรมอย่าง Ninth Letter และ World Literature Today อีกด้วย โดยฝีปากกาของเธอได้รับการบ่มเพาะจากหลักสูตร MFA ของ Vermont College of Fine Arts นอกจากนี้เธอยังได้รับทุนเรียนต่อระดับปริญญาเอกสาขาวรรณคดีเปรียบเทียบที่ University of Texas at Austin ที่ทำให้สนใจเรื่องการศึกษากระทั่งตัดสินใจเรียนจบปริญญาโท (ใบแรก) ของที่นี่ ก่อนย้ายไปเรียนปริญญาโท (ใบที่สอง) ด้านการศึกษาที่ University of Pennsylvania ในภายหลัง

“พริ้มชอบเรียน มีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นศาสตราจารย์ สอนหนังสือ เป็นนักวิจัยค่ะ” เธอเริ่มเล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง

Tatler Asia
ธรรมิกา แสงแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above การเติบโตในครอบครัวนักการทูต ทำให้ ธรรมิกา สงค์แก้ว ได้ใช้ชีวิตอยู่ในหลายประเทศ ทั้งอินเดีย สหรัฐอเมริกา รวมถึงการเดินทางไปหาประสบการณ์หนึ่งเทอมที่ยูกันดาและรวันดา ระหว่างศึกษาที่สหรัฐอเมริกา (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ธรรมิกา แสงแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ธรรมิกาเติบโตในครอบครัวนักการทูต ทำให้ต้องย้ายไปใช้ชีวิตในหลายประเทศ กระทั่งตัดสินใจตั้งหลักศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขา French Literature ที่สหรัฐอเมริกา และจบปริญญาโทใบที่สองที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตคู่กับสามีที่อเมริกา

“ตอนที่เราตัดสินใจย้ายจากอเมริกามาสิงคโปร์ เราตกลงกันไว้ว่าจะอยู่เพียงหนึ่งปี แล้วพริ้มจะกลับไปเรียนต่อปริญญาเอก แต่แล้วจู่ๆ สามีบอกไม่กลับไปอเมริกา พริ้มก็ใช้ชีวิตต่อไปแบบงงๆ เพราะที่เคยตกลงกับอาจารย์ว่าจะกลับไปเรียนให้จบดอกเตอร์มันหายไป ตอนนั้นรู้สึกทุกอย่างรอบตัวมืดมน เพราะนอกจากเรื่องเรียนต่อเรื่องนี้ ชีวิตคู่ก็ขาดบางสิ่งสำคัญไป แม้จะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเติมเต็มได้เพียงลำพัง” เธอเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ช่วงนี้เองที่เริ่มทบทวนตัวเองทั้งในฐานะภรรยา แม่ และความใฝ่ฝันที่ยังไม่ได้ถูกเติมเต็ม (เช่นเดียวกับที่เธอเขียนในนวนิยาย) จนตระหนักว่าในฐานะสามีภรรยา เธอและเขาอาจเป็นกันและกันไม่ได้อีกต่อไป แต่ในฐานะ “พ่อแม่” ทั้งคู่ยังทำได้ดี ธรรมิกาและสามีจึงเริ่มต้นความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ที่ “เราต่างมีความทรงจำที่ดี และต่างก็อยากเก็บสิ่งที่ดีไว้” ทำให้ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ไปให้สุดทางฝัน

หลังการวางจำหน่าย Stamford Hospital ถูกกล่าวขวัญว่าเป็น “เรื่องราวแนวจิตวิทยาที่เฉียบคม” และเป็น “งานเขียนที่ทรงพลัง ท้าทายผู้อ่าน” โดย Margaret Thomas สมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคมสตรีเพื่อการปฏิบัติและการวิจัย (AWARE) ให้มุมมองว่านวนิยายเรื่องนี้ “เป็นภาพเหมือนที่ชัดเจนของผู้หญิงคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความโหยหา การสูญเสีย และพลังแห่งการยืนหยัด ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยความจริงใจไร้การปรุงแต่ง”

Tatler Asia
ธรรมิกา แสงแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ธรรมิกา สงค์แก้ว ในช่วงเวลาที่เดินทางมาพบปะนักอ่านที่เมืองไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ธรรมิกา แสงแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เมื่อความปรารถนาในการตีพิมพ์นวนิยายได้รับการตอบสนอง เราไม่ลืมที่จะถามถึงการเปิดรับต้นฉบับของ Penguin SEA เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนไทยที่อาจมีเพนกวินอยู่บนปกหนังสือเป็นรายต่อไป “เขาเป็นสำนักพิมพ์ที่เปิดใจกว้างมาก” เธอว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจตัวเองว่าเราพยายามทำอะไรอยู่ มองเป้าหมายตัวเองให้ชัดแล้วลุยให้ถึงที่สุด”

ส่วนเธอเองก็กำลังเตรียมเรื่องต่อไป แต่จะเปลี่ยนจาก “นวนิยายอัตชีวประวัติ” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “ผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมา พร้อมกับความเจ็บปวดภายในครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้ในวัยเด็ก เธอพยายามประสานรอยแผลนั้นเข้ากับชีวิตใหม่ที่เธอเลือกด้วยตัวเอง ชีวิตที่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเธอเท่านั้น แต่ยังเพื่อมอบความหมายและความหวังให้กับลูกสาวของเธอด้วย”

ทันทีที่เห็นความกระตือรือร้นขณะพูดถึงหนังสือเล่มใหม่ ทำให้เราใคร่รู้ขึ้นมาว่า เธอยังอยากไปเรียนปริญญาเอกเพื่อเป็นนักวิจัยอยู่หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้รับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “ไม่แล้วค่ะ” เธอยิ้ม “ตอนนี้พริ้มรู้สึกเหมือนเราได้วิจัยชีวิต การเขียนหนังสือทำให้เราเข้าใจการเป็นตัวของตัวเอง และแท้จริงแล้วมันก็คือการทำวิจัยเช่นเดียวกัน”

ถึงตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะมีโอกาสเห็นเล่มใหม่ของ Thammika Songkaeo ในเร็ววัน

พริ้มอยากให้หนังสือเล่มนี้ช่วยจุดประกายบทสนทนา ให้สังคมเรารับฟังเสียงของผู้หญิงได้มากขึ้น

- ธรรมิกา สงค์แก้ว -

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด