ไม่ว่าจะเป็นการอ่านช่วงวันหยุดพักผ่อนยาวๆ การออกเดินทางในจินตนาการไปยังดวงดาว หรือการมองหาคุณค่าและความหมายของชีวิต หนังสือเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มอรรถรสการอ่านที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของตัวอักษร
แทนการไถฟีดหน้าจอ ตอนนี้เจน Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997-2012) กลับมาใช้มือพลิกหน้า ‘หนังสือ’ มากขึ้น โดยมีผลวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าคนรุ่นนี้ชอบอ่าน ‘หนังสือเล่ม’ มากกว่า e-book เพราะต้องการจะ ‘digital detox’ ในขณะที่ผลวิจัยใหม่ยังพบว่า คนไทย (ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงผู้สูงอายุ) อ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เป็นการลบคำกล่าวหาที่ว่า คนไทยอ่านหนังสือปีหนึ่งไม่เกิน 8 บรรทัด ได้สำเร็จแล้ว
เมื่อการอ่านหนังสือเล่มไม่มีวันจางหาย และชีวิตคนเราก็ยังคงมีสักส่วนใดส่วนหนึ่งที่ไปเกี่ยวข้องเข้ากับโลกของหนังสืออยู่ดี เราจึงมีหนังสือหลากหลายแนวเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงเวลาที่คุณอยากสัมผัสโลกตัวอักษรอย่างลุ่มลึก
อ่านเพิ่มเติม: 5 หนังสือสะท้อนแนวคิดสังคมและประเด็นร้อนของโลกที่ Bill Gates แนะนำให้คุณอ่าน
The Vegetarian (ภาษาไทย): ชีวิตชายขอบของผู้หญิงที่เลือกกินมังสวิรัติ

Above The Vegetarian, ผู้เขียน Han Kang, ผู้แปล มินตรา อินทรารัตน์, สนพ. page, 248 หน้า, 345 บาท
เมื่อปีที่แล้วหลังจากที่ Han Kang ได้รับการประกาศให้เป็นผู้คว้ารางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี 2024 และยังเป็นนักเขียนชาวเกาหลีใต้คนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าว ทำให้ชาวหนอนหนังสือในประเทศไทยต่างเฝ้ารอคอยผลงาน The Vegetarian เรื่องเอกของ Han Kang ฉบับแปลเป็นภาษาไทยอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งสำนักพิมพ์ page ในเครืออมรินทร์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 채식주의자 หรือ เดอะเวเจอเทเรียน ฉบับแปลภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทย โดย มินตรา อินทรารัตน์ ก็ได้มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือเป็นที่เรียบร้อย
The Vegetarian เป็นหนึ่งในผลงานเรื่องดังของ Han Kang เนื้อหาประกอบด้วยเรื่องสั้นสามเรื่อง ได้แก่ คนกินมังสวิรัติ, ปานมองโกเลียน และ เปลวต้นไม้ โดยนำเรื่องแรกมาใช้เป็นชื่อหนังสือ
คนกินมังสวิรัติ เล่าเรื่องราวของ ‘ยองฮเย’ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจากคนรอบข้าง การถูกกีดกันเพราะตัดสินใจกินมังสวิรัติในสังคมที่มีวัฒนธรรมการกินผูกติดกับการรับประทานเนื้อสัตว์ ยิ่งผู้ที่กินมังสวิรัติเป็นผู้หญิงก็ยิ่งถูกผลักให้เป็นคนชายขอบ การปฏิเสธที่จะสยบยอมต่อบรรทัดฐานของสังคมในเรื่องการกินนำไปสู่การคุกคามทางเพศและปัญหาจิตเวช แม้จะเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และปัจจุบันการกินมังสวิรัติก็เป็นเรื่องปกติมากขึ้น แต่การกินมังสวิรัติก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนในประเทศเกาหลี
Han Kang ใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้เป็นสามีของยองฮเย ที่สร้างความรู้สึกที่ลุ้นระทึกถึงอารมณ์ ปนไปด้วยความลึกลับ ที่ค่อยๆ พบการเปลี่ยนแปลงของภรรยาอย่างคาดไม่ถึง โดยทางสำนักพิมพ์ได้ระบุถึงการใช้ภาษาของ Han Kang ในเรื่องนี้ว่ามีความเรียบง่าย งดงาม แต่มีความดิบเถื่อนและบ้าคลั่ง และเย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ และทั้งสามเรื่องในหนังสือเล่มนี้ “ต่างบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นเอกเทศแต่กุมความเจ็บปวดบางอย่างร่วมกันเอาไว้”
เมื่อหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้จบลง ผู้อ่านจะได้ฉุกคิดถึงการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันว่าเราควรเลือกใช้ชีวิตแบบใดดี ซึ่งคำตอบนั้นก็อยู่ที่ตัวเราจะเลือกตัดสินใจเอง
อ่านเพิ่มเติม: จากรางวัลโนเบลสู่การดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ กับ 5 นักเขียนหญิงเอเชียผู้ผลักดันวรรณกรรมให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม
ห้องสิน, ไซอิ๋ว: การปรากฏวีรกรรมของนาจาและซุนหงอคง

Above ห้องสิน สถาปนาเทวดาจีน, ผู้เขียน สี่ว์จ้งหลิน, ผู้แปล (ไม่ปรากฏ), สนพ.สร้างสรรค์บุ๊คส์, 560 หน้า, 300 บาท

Above เทพนิยายไซอิ๋ว (บันทึกทัศนาจรชมพูทวีป), ผู้เขียน อู่เฉิงเอิน, ผู้แปล วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์, สนพ.ธรรมสภา, 1863 หน้า, 2,000 บาท
แอนิเมชั่นภาคต่อของเทพเด็กแสบจากแดนมังกร Ne Zha 2 สร้างกระแสรายได้ไปแล้วทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 70,000 ล้านบาท) กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นทำเงินสูงสุดทั่วโลกเรื่องใหม่ ทิ้งห่าง Inside Out 2 ที่เคยทำรายได้ไว้ 1,698 ล้านดอลลาร์ (ราว 57,000 ล้านบาท) เมื่อปี 2024 อย่างขาดลอย
หากนับชื่อเสียงของตัวละครแนวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ในวรรณกรรมจีน คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ‘ซุนหงอคง’ ในไซอิ๋ว แต่สำหรับชาวจีนแล้ว ‘นาจา’ คืออีกหนึ่งตัวละครไอคอนิกที่โด่งดังไม่แพ้กัน โดยปรากฏในหนังสือตำนานกำเนิดเทพเจ้าเก่าแก่เรื่อง ห้องสิน ที่แต่งขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง ตีพิมพ์ครั้งแรกในช่วงปี 1550s
‘ห้องสิน’ (封神) เป็นการออกเสียงตามสำเนียงฮกเกี้ยน หากเป็นจีนกลางจะออกเสียงเป็น ‘เฟิงเสิน’ แปลว่า การสถาปนาเทพเจ้า เนื้อหาเล่าถึงพระเจ้าโจ้ว แห่งราชวงศ์ซาง ถูกปิศาจจิ้งจอกล่อลวงให้หลุ่มหลง จนละเลยงานบริหารราชการ นำไปสู่สงคราม เรื่องราวดำเนินไปจนกระทั่งมีการสถาปนาราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์โจว โดยมีเทพเจ้าและภูติผีปิศาจเข้ามาช่วยสู้รบ หนึ่งในนั้นก็คือนาจา ที่มักปรากฏรูปลักษณ์เป็นของเด็กผู้ชายเหยียบวงล้อไฟ มือถือหอกและห่วงเป็นอาวุธ มีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศปราบมารปิศาจได้ ได้เข้ามาช่วยนักพรตเจียงจื่อหยานำกองทัพราชวงศ์โจวรบกับราชวงศ์ชาง
นาจายังมีบทบาทเพิ่มเติมในวรรณกรรมเรื่อง ไซอิ๋ว (西游记) ในตอนซุนหงอคง (ก่อนจะพบพระถังซัมจั๋ง) ที่ตั้งตัวเป็นฉีเทียนต้าเซิ้น (ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน) บุกขึ้นไปอาละวาดสวรรค์ สร้างความโกลาหลปั่นป่วนไปทั่วชั้นฟ้า ขณะนั้นนาจาเป็นเทพเจ้ามีตำแหน่งเป็นแม่ทัพสวรรค์แล้ว ได้รับบัญชาจากเง็กเซียนฮ่องเต้ให้ยกกองกำลังสวรรค์มาปราบซุนหงอคง แต่ไม่สำเร็จ จนพระยูไลต้องเสด็จมาปราบเอง และลงโทษซุนหงอคงให้ถูกทับใต้ภูเขาเป็นเวลา 500 ปี กระทั่งพระถังซัมจั๋งเป็นผู้ช่วยออกมา
ห้องสิน และ ไซอิ๋ว มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นมาก ทั้งได้รับการดัดแปลงเป็นสื่ออื่นอีกหลายรูปแบบ ทั้งละครโทรทัศน์ มังงะ และวิดีโอเกม ขณะที่ประเทศไทยก็สันนิษฐานว่ามีการแปล ห้องสิน เป็นภาษาไทยในสมัยรัชกาลที่สอง (ราว พ.ศ.2361) ส่วน ไซอิ๋ว ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่หนึ่ง (ราว พ.ศ.2349) แต่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ห้า (พ.ศ.2417)
มังกรหยก: ตำนานจอมยุทธ์รักแผ่นดิน
หากนาจาคือคอนเทนต์จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่สร้างปรากฏการณ์ด้านความบันเทิงให้ผงาดในวงการแอนิเมชั่นโลก Legends Of The Condor Heroes: The Gallants มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ หรือ มังกรหยก 2025 ที่กำกับโดยฉีเคอะ และมีเซียวจ้านเป็นผู้สวมบทบาท ‘ก๋วยเจ๋ง’ และมีงานสร้างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ The Lord of the Rings ของ Peter Jackson ก็นับเป็นอีกเรื่องที่ ‘ทำถึง’ กับภาพยนตร์ระเบิดพลังในแนวมหากาพย์แอ็คชั่นแฟนตาซี ด้วยการเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้จากยอดจองล่วงหน้าช่วงตรุษจีนสูงสุดอันดับหนึ่ง 355 ล้านหยวน พร้อมรั้งอันดับห้า ภาพยนตร์จีนที่มียอดพรีเซลจองล่วงหน้ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จีน และยังสามารถขยายตลาดผู้ชมไปสู่คนรุ่นใหม่ๆ ตามฐานแฟนคลับนักแสดงนำอย่างเซียวจ้านได้อย่างสมศักดิ์ศรี
อ่านเพิ่มเติม: มังกรหยก 2025: การผนึกกำลังของ ‘ฉีเคอะ’ และ ‘เซียวจ้าน’ ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากวรรณกรรมอมตะ
มังกรหยก 2025 ได้มีการดัดแปลงและตีความตัวละครใหม่จากบทประพันธ์ดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบัน มังกรหยก จากปลายปากกาของ ‘กิมย้ง’ ราชายุทธจักรนิยายนั้นก็ได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มียอดจำหน่ายกว่า 300 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ อีกหลายภาษา
กิมย้งประพันธ์ มังกรหยก เพื่อปลุกความรักชาติของชาวจีนโพ้นทะเล เขาสร้างตัวเอกอย่าง ‘ก๊วยเจ๋ง’ ให้เป็นวีรบุรุษตามแนวคิดของขงจื้อ นั่นคือการมีความเมตตา คุณธรรม ความกล้าหาญ และความจงรักภักดี เพราะแม้จะเติบโตในต่างบ้านต่างเมืองแต่ก็ไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง ว่ากันว่า การได้อ่าน มังกรหยก สักครั้งในชีวิต นอกจากได้ดื่มด่ำกับความงดงามของสำนวนภาษา ความสนุกสนานของเรื่องราว ก็ยังได้ภาพสะท้อนทางสังคมของจีน และการมองทะลุกรอบเรื่อง ‘ชาติ’ และ ‘เผ่าพันธุ์’ ไปสู่ความเป็น ‘มนุษยชาติ’ ซึ่งเป็นคุณค่าหลักที่กิมย้งใช้สื่อสารในบทประพันธ์แทบทุกเรื่อง
Fourth Wing: แฟนตาซีผู้ขี่มังกร ‘จากศัตรูสู่ที่รัก’

Above Fourth Wing, ผู้เขียน Rebecca Yarros, ผู้แปล พลอย โจนส์, สนพ. words, ปกอ่อน (สีทอง, 656 หน้า) 595 บาท

Above Fourth Wing, ผู้เขียน Rebecca Yarros, ผู้แปล พลอย โจนส์, สนพ. words, ปกแข็ง (สีแดง, 704 หน้า) 995 บาท
นวนิยายแฟนตาซีที่มีมังกร กริฟฟิน เวทมนตร์ การเมือง และความรัก ที่มียอดขายไปได้กว่า 2 ล้านเล่มทั่วโลกและติดชาร์ตหนังสือขายดีที่สุดของ The New York Times รวมถึงอันดับหนึ่งของร้านหนังสือในประเทศไทย
Rebecca Yarros นักประพันธ์ชาวอเมริกัน ผู้โด่งดังจากผลงานนิยายรัก เขียน Fourth Wing ในรูปแบบนิยายแฟนตาซี (ผสมความรักเร่าร้อน) เป็นครั้งแรก โดยมีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะภรรยาทหาร และการเป็นโรคหนังยืดผิดปกติเรื้อรัง (Ehlers-Danlos Syndrome) ทำให้มีอาการข้อต่อหลวมและฟกช้ำได้ง่าย ตัวละครเอกอย่าง ‘ไวโอเล็ต’ จึงมีอาการที่เหมือนกับโรคนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาการวิงเวียนศีรษะ กระดูกบาง และข้อต่อที่เคลื่อนได้ง่าย
Forth Wing เล่าเรื่องราวของไวโอเล็ต ซอร์เรนเกล ผู้ใฝ่ฝันจะเข้าสู่หน่วยอาลักษณ์ (Scribe Quadrant) แต่ก็ต้องพบจุดพลิกผันเมื่อเธอโดนให้สอบเข้าหน่วยจตุภาคผู้ขี่มังกร (Riders Quadrant) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหน่วยที่เสี่ยงตายที่สุดเพื่อปกป้องอาณาจักร และทุกปีต้องมีคนที่สังเวยชีวิตให้กับหน่วยนี้ ซ้ำร้ายไวโอเล็ตยังเป็นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ แถมต้องคอยระวังไม่ให้โดนฆ่าจากคนในหน่วย โดยเฉพาะซาเดน ริออร์สัน ผู้นำแห่งปีกที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมที่สุดของหน่วย และยังเป็นบุตรชายของผู้นำฝ่ายกบฏที่มารดาของไวโอเล็ตเป็นคนสั่งประหาร แต่สุดท้ายจากความต้องการแก้แค้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แนบชิด
Fourth Wing เป็นนวนิยายชุดเรื่องแรกในจำนวนห้าเล่ม โดยภาษาอังกฤษได้วางจำหน่ายเล่มสอง Iron Flame และเล่มสาม Onyx Storm เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ฉบับภาษาไทยยังมีการแปลเพียงแค่เล่มหนึ่งคือ Fourth Wing เท่านั้น แต่ด้วยกระแสความนิยมของ Fourth Wing ก็เชื่อได้ว่าภายในปีนี้ฉบับภาษาไทยของ Iron Flame และ Onyx Storm จะมีตามออกมาอย่างแน่นอน
The Greatest Self-Help Book, The Greatest Manifestation Book: หนังสือจิตดลบันดาลที่ตัวคุณเป็นผู้เขียน

Above The Greatest Self-Help Book, ผู้เขียน Vex King และ Kaushal, ผู้แปล อภิญญา ธโนปจัย, สนพ.อมรินทร์ How to, 292 หน้า, 495 บาท

Above The Greatest Manifestation Book, ผู้เขียน Vex King และ Kaushal, ผู้แปล อภิญญา ธโนปจัย, สนพ.อมรินทร์ How to, 296 หน้า, 495 บาท
Vex King นักเขียนขายดีแนวจิตดลบันดาล (Manifestation) หนังสือของเขา Good Vibes, Good Life (ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข) และ Healing is the New High ติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ของนิตยสาร Sunday Times ติดต่อกันหลายสัปดาห์ นอกจากเขียนหนังสือ เขายังเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์และไลฟ์โค้ชอีกด้วย
ประสบการณ์จริงในชีวิตของ Vex King ชาวอังกฤษที่บิดาเป็นชาวยูกันดาและมารดาเป็นคนอินเดียนั้นเผชิญกับความท้าทายมากมาย พ่อของเขาเสียชีวิตเมื่อตอนเขาเพิ่งเกิด ครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัย เขาเติบโตขึ้นมาในละแวกย่านที่พักอาศัยที่มีแต่ปัญหา หนำซ้ำเขาต้องเผชิญกับความรุนแรงและการเหยียดเชื้อชาติ อย่างไรก็ดี เขาก็ประสบความความสำเร็จในฐานะผู้นำการปฏิวัติสำหรับผู้แสวงหาจิตวิญญาณ และเป็นกระบอกเสียงสำคัญในโลกแห่งการพัฒนาส่วนบุคคล ที่ปัจจุบันมีหนังสือที่ได้รับความนิยมมากมาย
The Greatest Self-Help Book และ The Greatest Manifestation Book เป็นหนังสือที่ได้รับการออกแบบมาในรูปแบบ journal 180 วัน ให้ผู้อ่านได้จดบันทึกและติดตามผลเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดทั้งในเป้าหมายส่วนบุคคลและเป้าหมายในชีวิต แต่ละหน้าสร้างแรงจูงใจให้เราจดบันทึกด้วยคำถามสามข้อในทุกวัน และคำถามที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เพื่อให้เราได้ประมวลความคิดความรู้สึกผ่านคำถามพิเศษและกิจกรรมที่มีให้ทำภายในเล่ม
ทั้งสองเล่มจึงเป็นหนังสือจดบันทึกที่ช่วยให้เราหันมาทบทวนอดีต เพื่อการอยู่กับปัจจุบัน และสร้างอนาคตอย่างมีเป้าหมายตามที่เราคาดหวัง… หากเราเชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความเชื่อ แล้วเปลี่ยนเป็นความคิด ไปสู่การกระทำ มันก็จะเป็นโอกาสให้เราได้ดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตอย่างแน่นอน
กาสักอังก์คาต: การไขคดีฆาตกรรมใน ‘ห้องเปิดตาย’

Above กาสักอังก์ฆาต, ผู้เขียน กิตติศักดิ์ คงคา, สนพ. 13357 Publishing, 264 หน้า, 300 บาท
นิยายสืบสวนไทยที่มีวัดเป็นแบ็กกราวนด์ เล่าเรื่องราวของ ‘ทิวกร’ นายแพทย์นักสืบที่เดินทางมาบวช ณ วัดแห่งหนึ่งบนเกาะร้าง เพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกผิดบางอย่างในอดีต แต่การมาที่นี่กลับไม่สงบอย่างที่คิด เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในวัด ทั้งที่ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกขังไว้ในหอธรรม จึงเป็นที่มาของคดีฆาตกรรมใน ‘ห้องเปิดตาย’ และทำให้ ‘รติพล’ นายตำรวจฝาแฝดของทิวกรต้องเดินทางมาไขปริศนาในวัดแห่งนี้ ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมทองเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา และที่นี่ทำให้พวกเขาได้พบกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการไขคดีที่ซับซ้อนที่สุดคดีหนึ่ง!
กาสักอังก์ฆาต เต็มไปด้วยความลึกลับ และปริศนาที่รอให้เราไขความจริงไปพร้อมกับตัวละคร ภายใต้บริบทแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงกิจวัตรของสงฆ์ การใช้ปริศนาคำทาย และการกล่าวถึงวรรณคดีไทย
ความน่าสนใจของเรื่องยังอยู่ที่กลวิธีประพันธ์ในการไขความจริงในแบบ ‘ห้องเปิดตาย’ ที่ทำให้การดำเนินเรื่องมีชั้นเชิงมากขึ้น เพราะโดยทั่วไปผู้อ่านมักคุ้นเคยกับพลอตฆาตกรรมใน ‘ห้องปิดตาย’ ที่นักเขียนมักหยิบมาใช้เพื่อให้เห็นความเป็นไปไม่ได้ในการก่อเหตุฆาตกรรม แต่สำหรับ กาสักอังค์ฆาต กิตติศักดิ์ คงคา ผู้เขียนกลับพลิกให้ผู้ตายอยู่ในพื้นที่เปิด ขณะที่ผู้ต้องสงสัยล้วนอยู่ใน ‘ห้องปิดตาย’ ที่ไร้ทางออก ความสนุกที่ต้องลุ้นทุกตัวอักษรนั้นได้รับการการันตีด้วยรางวัลชมเชย ประเภทหนังสือนวนิยาย จากการประกวดหนังสือดีเด่น สพฐ. ประจำปี 2024 การคว้าอันดับหนึ่งหนังสือขายดีในมหกรรมนิยายนานาชาติ ปี 2024 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย และกำลังถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์รวมถึงการ์ตูนมังงะอีกด้วย
๘ ทศวรรษ เจ้าชายน้อย : รอยยิ้ม เวลา น้ำตา ดวงดาว: แกะรอยเด็กชายผมสีทองที่จะโอบกอดหัวใจอย่างอ่อนโยน

Above ๘ ทศวรรษ เจ้าชายน้อย : รอยยิ้ม เวลา น้ำตา ดวงดาว, ผู้เขียน สุชาดา ลิมป์ และ อริยา ไพฑูรย์, สนพ.สารคดี, 200 หน้า, 459 บาท
“สิ่งสำคัญไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ” วรรคทองที่กุมหัวใจนักอ่านทั่วโลกมานานกว่า 80 ปี สำนักพิมพ์สารคดีจึงได้โอกาสรวบรวมบทความที่ส่วนหนึ่งเคยเผยแพร่แล้วในนิตยสาร สารคดี ฉบับเดือนมีนาคม 2020 ในวาระ เจ้าชายน้อย ครบรอบ 77 ปี พร้อมเพิ่มเนื้อหาใหม่อีกส่วนหนึ่งโดยอัปเดตปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2025 เพื่อเสริมให้หนังสือเล่มนี้เป็นดั่งบันทึกของทศวรรษที่แปดอันน่าสะสม
เจ้าชายน้อย ในแบบของสำนักพิมพ์สารคดี ไม่เพียงแกะรอยความลุ่มลึกของสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนหลงใหลและเผลอเสียน้ำตาในหลายฉากของวรรณกรรมเพื่อจะได้รู้จัก เข้าใจตัวละครอันเป็นที่รัก แต่ยังพิถีพิถันปรุงเรื่องราวที่รับประกันความหลากรสและแตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่สังคมไทยเคยมี ๘ ทศวรรษ เจ้าชายน้อย เล่มนี้แม้อาจจะยังไม่เพียงพอให้เข้าถึงอย่างถ่องแท้ แต่สำหรับผู้เคยอ่านวรรณกรรม เจ้าชายน้อย หนังสือที่แพรวพราวด้วยลูกเล่นเฉพาะตัวเล่มนี้คงช่วยให้รู้จักเจ้าชายน้อยง่ายขึ้นจากบริบทมากมาย ที่แม้กาลล่วงมา 82 ปี ก็ยังคงเป็นหนังสือที่ทรงพลังในหัวใจผู้คน
พระนั่งเกล้าไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี: การตีแผ่อดีตเพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยมุมมองใหม่

Above พระนั่งเกล้าไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี, ธนโชติ เกียรติณภัทร, สนพ.มติชน, 312 หน้า, 330 บาท
หนังสือที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับงานวรรณคดีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่สาม) โดยแสดงให้เห็นว่านี่เป็นอีก ‘ยุคทอง’ ของวรรณคดี ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศและเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงบรรยากาศของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านท่าช้างซึ่งเป็นย่านที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ ย่านเสาชิงช้า และชุมชนแขกเลี้ยงวัว อีกทั้งยังมีเนื้อหาที่ว่าด้วยการตีพิมพ์พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่สาม ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ที่กว่าจะได้ตีพิมพ์ครั้งแรกก็ต้องรอถึง พ.ศ.2477
“อดีตเป็นรากฐานของปัจจุบัน และปัจจุบันเป็นรากฐานของอนาคต การศึกษาความเป็นไปในอดีต ทำให้เราเข้าใจบริบทสังคม เพื่อการก้าวเดินไปข้างหน้าในทิศทางที่เหมาะสม ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของ ‘อรรถ’ หรือข้อเท็จจริง ส่วนวรรณคดีเป็นเรื่องของ ‘รส’ ที่เกิดจากอารมณ์ ความรู้สึก” นี่คือส่วนหนึ่งจากคำนิยม โดย บุญเตือน ศรีวรพจน์ ที่กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อันเป็นผลงานจากปลายปากกาของ ธนโชติ เกียรติณภัทร ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับงานวรรณคดีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เผยให้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ทางประวัติศาสตร์อย่างถี่ถ้วน และสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของชนชั้นนำในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่ควรค่าต่อการศึกษา และการสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ที่อาจทำให้เรามองเห็นอดีตที่แตกต่างไปจากเดิม
Topics







