ตำนานวีรบุรุษผู้กล้ากลับมาอย่างเกรียงไกรอีกครั้ง ใน ‘Legends of the Condor Heroes: The Gallants’ (มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่) โดยเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของ ฉีเคอะ ผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘สตีเว่น สปีลเบิร์ก แห่งเอเชีย’, เซียวจ้าน ในบท ‘ก๊วยเจ๋ง’, การตีความครั้งใหม่ของบทประพันธ์ที่มียอดขายกว่า 300 ล้านเล่มทั่วโลก และการปิดตำนานของทีมพากย์ ‘พันธมิตร’
คล้อยหลังวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหนึ่งวัน คือ 15 กุมภาพันธ์ สฺวี เค่อ (Tsui Hark) หรือที่คนไทยรู้จักในนามของ ‘ฉีเคอะ’ มีอายุครบรอบ 75 ปี
ตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการภาพยนตร์กว่า 50 ปี ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างชาวฮ่องกงชื่อดังผู้นี้มีผลโดดเด่นอย่างมากในภาพยนตร์แนวแอ็กชั่น แฟนตาซี โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 80s-90s ที่เขามีภาพยนตร์สร้างชื่อ ได้แก่ A Better Tomorrow (โหด เลว ดี, 1986), A Chinese Ghost Story (โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า, 1987), The Sword Man (เดชคัมภีร์เทวดา, 1990), Once Upon a Time in China (หวงเฟยหง, 1991) และ Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame (ตี๋เหรินเจี๋ย ดาบทะลุคนไฟ, 2010)
อ่านเพิ่มเติม: 6 ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากละครเพลงชื่อดัง ก่อนตีตั๋วชม ‘The Phantom of the Opera’ สิงหาคมนี้

Above จากซ้าย: ฉีเคอะ (ผู้กำกับ Legends of the Condor Heroes: The Gallants) เซียวจ้าน (รับบท ‘ก๊วยเจ๋ง’) และ เหลียงเจียฮุย (รับบท ‘พิษประจิม อาวเอี๊ยงฮง’) ระหว่างเดินสายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ภาพ: VCG/Getty Images)
การหวนคืนสู่โลกยุทธภพของ ‘ฉีเคอะ’ กับผลงาน ‘กิมย้ง’ ในรอบ 30 ปี
ฉีเคอะ ได้ชื่อว่าเป็นคนสร้างภาพยนตร์ที่มักมาพร้อมความสนุกสนาน แปลกใหม่ และแหวกขนบ ที่สำคัญคือ หลายๆ เรื่อง แม้เขาจะทำหน้าที่เพียงผู้อำนวยการสร้าง และมีคนอื่นเป็นผู้กำกับแทน แต่ผลงานเหล่านั้นก็ยังถูกจดจำในฐานะภาพยนตร์ของฉีเคอะ
นอกจากนี้เขายังมีความสนิทสนมกับกิมย้ง ราชันยุทธจักรนิยายนามอุโฆษ เจ้าของบทประพันธ์อมตะที่ทุกเรื่องล้วนถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์มาโดยตลอด จนครั้งหนึ่งฉีเคอะได้รับสิทธิ์ดัดแปลง ยิ้มเย้ยยุทธจักร (หรือ กระบี่เย้ยยุทธจักร) เป็นภาพยนตร์ The Sword Man 2 (เดชคัมภีร์เทวดา 2) ที่ออกฉายในปี 1993 โดยฉีเคอะได้สร้างความตกตะลึงด้วยการดัดแปลงบทของ ‘ตงฟางปุ๊ป้าย’ ที่ปรากฏในบทประพันธ์เพียงไม่กี่หน้า และเป็นตัวละครชาย LGBTQ+ ให้เป็นตัวเอกของเรื่อง โดยใช้นักแสดงหญิงแท้ (หลินชิงเสีย) มารับดังกล่าว จนประสบความสำเร็จล้นหลามกระทั่งกลายเป็นต้นแบบให้ผู้สร้างรุ่นหลังเจริญรอยตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและกิมย้งกลับกลายเป็นความบาดหมาง เพราะกิมย้งไม่พอใจอย่างมาก แม้จะร้องขอให้ฉีเคอะปรับเปลี่ยนนักแสดงให้เป็นไปตามบทประพันธ์ แต่ฉีเคอะก็ยังยืนกรานความคิดเดิม จนกิมย้งถึงกับประกาศไม่ให้สิทธิ์ฉีเคอะนำผลงานของเขาไปทำภาพยนตร์อีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้เอง ฉีเคอะจึงไม่ได้แตะต้องงานของกิมย้งอีกเลย กระทั่งกิมย้งลาจากโลกไปในปี 2018 พ่อมดภาพยนตร์แห่งฮ่องกงผู้นี้ก็ได้คืนสู่โลกยุทธจักรของกิมย้งอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้กับ Legends of the Condor Heroes: The Gallants (มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่) ที่ใช้ทุนสร้างมหึมา 400 ล้านหยวน (ประมาณ 2 พันล้านบาท)
Above ตัวอย่างภาพยนตร์ ‘Legends of the Condor Heroes: The Gallants’ (มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่) ที่มีเซียวจ้านรับบท ‘ก๊วยเจ๋ง’, จวงต๋าเฟยในบท ‘อึ้งย้ง’ หญิงสาวผู้แก่นแก้วและฉลาดเฉลียว ร่วมด้วย เหลียงเจียฮุยในบท ‘อาวเอี๊ยงฮง’, หูจุนในบท ‘อั้งชิกง’ ผู้ถ่ายทอดเคล็ดวิชา 18 ฝ่ามือพิชิตมังกร ให้ก๊วยเจ๋ง และการแสดงที่น่าจับตาดูของไช่เส้าเฟินในบทบาทมารดาก๊วยเจ๋ง ‘ลี้เพี้ย’ ที่เรื่องราวตามบทประพันธ์นั้นชวนน้ำตาซึม
“ในเวอร์ชั่นนี้ ผู้ชมจะเป็นผู้สร้างประสบการณ์เกี่ยวกับก๊วยเจ๋งด้วยตัวเอง” ฉีเคอะกล่าวเมื่อถูกถามถึงการนำเสนอคาแร็กเตอร์ตัวละครอันเป็นที่รักของผู้อ่านและผู้ชมที่เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
“หากเราอธิบายไปว่าก๊วยเจ๋งเป็นคนยังไง คุณก็จะถูกตีกรอบความคิดไว้ในใจ อย่างไรก็ตาม มันก็มีแนวคิดเบื้องหลังเกี่ยวกับตัวก๊วยเจ๋งอยู่ นั่นคือการเดินทางจากทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลไปสู่วัฒนธรรมที่ต่างออกไป มันเป็นเรื่องการปรับตัวและการเติบโตที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม”
ฉีเคอะเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในเดือนกรกฎาคม 2023 โดยมีฉากสำคัญที่ถ่ายทำที่ Xanadu Studios ในมองโกเลีย และจากการที่เขารับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับเอง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าการดัดแปลงผลงานชิ้นเยี่ยมของนักประพันธ์ชั้นยอดจะมีความสมจริงแต่สดใหม่ โดยยังคงสานต่อสไตล์การนำวรรณกรรมคลาสสิกแนวศิลปะการต่อสู้มาสู่จอเงินในแบบฉีเคอะ
โลกของมังกรหยกกว้างใหญ่มาก ดังนั้นเราจึงต้องหาเรื่องราวที่สำคัญของก๊วยเจ๋ง การตัดสินใจครั้งสำคัญของเขา เพื่อสร้างรากฐานของเรื่องราว
Above เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ซึ่งฉีเคอะได้เปิดเผยถึงความคิดสำคัญในการนำเสนอเรื่องราวของมังกรหยกในครั้งนี้
เซียวจ้าน กับการตีความ ‘วีรบุรุษ’ ท่ามกลางไฟแค้นไฟสงคราม
มังกรหยก 2025 บอกเล่าเรื่องราวความแค้นเคืองและความเกลียดชังในยุคสงคราม ระหว่างกองทัพมองโกลภายใต้การนำของเจงกิสข่าน ที่บุกทำลายราชวงศ์จินและมุ่งหน้าโจมตีราชวงศ์ซ่ง โดยก๊วยเจ๋ง ผู้สำเร็จคัมภีร์ ‘นพเก้า’ และ ‘18 ฝ่ามือพิชิตมังกร’ ที่ไร้เทียมทาน ได้รวมเหล่าจอมยุทธ์ต่อสู้ปกป้องเมืองเซียงหยาง อันแสดงถึงความกล้าหาญและความภักดีต่อแผ่นดินแม่
จะว่าไปแล้ว ‘ก๊วยเจ๋ง’ ซึ่งเป็นตัวละครหลักในบทประพันธ์ของกิมย้งนั้น ไม่ค่อยเหมือน ‘พระเอก’ แนวฮีโร่ในอุดมคติเท่าไหร่นัก เพราะเขาเป็นคนซื่อบื้อ หัวช้า ความคิดอ่านไม่ปราดเปรื่อง แต่เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ จริงใจ มุมานะ และหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ ทำให้ก๊วยเจ๋งกลายเป็นจอมยุทธ์ฝีมือสูงส่ง เมื่อรวมกับการมีคุณธรรม รักชาติ รักแผ่นดินเกิด (แม้จะเติบโตในดินแดนมองโกล) ก็ทำให้เขากลายเป็นผู้นำชาวยุทธ์ต่อต้านการรุกรานในท้ายที่สุด
มังกรหยก เป็นหนึ่งในนิยายกำลังภายในที่นับว่าถูกนำมาดัดแปลงซ้ำมากที่สุดทั้งในรูปแบบซีรีส์ ภาพยนตร์ หรืออนิเมะ เช่นเดียวกับ คู่กรรม บ้านทรายทอง หรือ ดาวพระศุกร์ ของไทย ‘ก๊วยเจ๋ง’ จึงเป็นตัวละครที่ผ่านการตีความจากผู้สร้างมาแทบนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉีเคอะตั้งใจให้ เซียวจ้าน (Xiao Zhan) ซูเปอร์สตาร์สุดฮอตของจีนแผ่นดินใหญ่ มารับบทก๊วยเจ๋งโดยเป็นตัวเลือกเดียวเท่านั้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวละครคลาสสิกนี้
“มันน่าตื่นเต้นไม่น้อยที่เราจะได้เห็นเซียวจ้านในตัวก๊วยเจ๋ง และเห็นก๊วยเจ๋งในตัวเซียวจ้าน ซึ่งทั้งสองจะรวมร่างกันอย่างเป็นธรรมชาติ” ฉีเคอะกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Baidu Entertainment ทางช่อง Youtube พร้อมกับเซียวจ้านเมื่อสองวันก่อนตรุษจีนที่ผ่านมา
ฮีโร่เป็นมากกว่าเรื่องของคุณค่าภายใน นั่นคือยิ่งคุณแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คุณก็ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบมากขึ้นเท่านั้น
“ก่อนเปิดกล้องผมเคยคิดว่า ‘ฮีโร่’ คือผู้ที่มีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้ขั้นสุดยอด ดำรงความยุติธรรม และชักกระบี่เพื่อช่วยเหลือผู้อ่อนแอ” เซียวจ้านกล่าวเมื่อถูกตั้งคำถามถึงคำว่า ‘วีรบุรุษ’ ในเวทีเดียวกัน
“แต่หลังการถ่ายทำ ผมก็ได้รับความเข้าใจใหม่ว่า ฮีโร่เป็นมากกว่าเรื่องของคุณค่าภายใน นั่นคือยิ่งคุณแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ คุณก็ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบมากขึ้น คุณต้องใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเหลือผู้คนมากขึ้น”
เพื่อความสมบูรณ์แบบในการรับบทนี้ สองเดือนก่อนถ่ายทำเซียวจ้านจึงได้ใช้เวลาแต่ละวันมุ่งมั่นทุ่มเทฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ (จนได้แผลที่ต้องเย็บถึงเจ็ดเข็ม) เรียนขี่ม้า และเรียนภาษามองโกเลีย
เมื่อมองความสำเร็จของเขาที่ผ่านมา ในฐานะนักร้อง เซียวจ้านได้รับการบันทึกสถิติใน Guiness World Record เมื่อปี 2020 ว่าซิงเกิ้ลเพลง Spotlight ของเขาเป็นซิงเกิ้ลดิจิทัลที่มียอดขายขึ้นเร็วที่สุดในประเทศจีน และในฐานะนักแสดง ความสำเร็จของ The Untamed (ปรมาจารย์ลัทธิมาร, 2019) ก็ส่งผลให้เซียวจ้านโด่งดังเป็นพลุแตก พร้อมได้รับรางวัลทางการแสดงอีกมากมาย การมารับบทก๊วยเจ๋งซึ่งเป็นตัวละครจากวรรณกรรมอมตะอันโด่งดัง หลังห่างหายจากบทบาทการแสดงไปในปี 2024 ที่ผ่านมา ทำให้เซียวจ้านถูกจับตามองอย่างมากว่าเขาจะส่งมอบจิตวิญญาณของก๊วยเจ๋งออกมาเช่นไร
‘มังกรหยก’ เพชรน้ำเอกแห่งยุทธจักรนิยาย ‘กิมย้ง’
หากเอ่ยชื่อนักประพันธ์นิยายกำลังภายในระดับตำนาน ชื่อที่มักถูกหยิบยกมาเป็นคนแรกคงหนีไม่พ้น ‘กิมย้ง’ และหากพูดถึงยุทธจักรนิยายสักเรื่อง ก็คงไม่มีเรื่องใดเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังได้มากเท่า มังกรหยก ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศจีนไปแล้ว

Above ‘The Legend of the Condor Heroes’ ฉบับแปลภาษาไทยโดย จำลอง พิศนาคะ ที่ใช้ชื่อว่า ‘มังกรหยก’ จนกลายเป็นชื่อที่รู้จักกันไปทั่วสำหรับวรรณกรรมและภาพยนตร์เรื่องนี้
มังกรหยก เป็นนิยายกำลังภายในไตรภาค ประกอบด้วย The Legend of the Condor Heroes หรือ The Eagle-Shooting Heroes (1957) (มังกรหยก ภาคหนึ่ง มีก๊วยเจ๋งเป็นตัวละครเอก), The Return of the Condor Heroes (1959) (มังกรหยก ภาคสอง มี ‘เอี๊ยก้วย’ เป็นตัวละครนำ ดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรก) และ Heaven Sword and Dragon Sabre (1961) (ดาบมังกรหยก ที่มี ‘เตียบ่อกี้’ เป็นตัวหลัก มีไทม์ไลน์ต่อจากภาคเอี๊ยก้วยสามถึงสี่ชั่วอายุคน) ทั้งสามภาคได้ถูกดัดแปลงจากตัวหนังสือสู่ภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ มาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะมังกรหยกภาคแรกมีการแปลเป็นภาษาไทยหลากหลายสำนวน
กิมย้ง (1924–2018) ผู้เกิดมาเพื่อวงการหนังสือขนานแท้ ทั้งอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ทำหนังสือ และเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ หมิงเป้า มีชื่อจริงว่า จาเหลียงยง (金庸) เกิดในปี 1924 ที่มณฑลเจ้อเจียงซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อสำเร็จการศึกษาทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่เซี่ยงไฮ้ ก็ได้เข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์ในปี 1947 และเริ่มเขียนนิยายแนวจอมยุทธ์ในปี 1955 ด้วยนามปากกา ‘กิมย้ง’ ที่แปลว่า ธรรมดาดั่งทอง ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งชื่อเสียงและรายได้ (ที่มากเสียจนสามารถนำเงินไปเปิดหนังสือพิมพ์ หมิงเป้า ได้) กับ มังกรหยก ซึ่งประพันธ์ขึ้นหลังย้ายไปอยู่ฮ่องกง โดยสอดแทรกความคิดเพื่อส่งต่อไปยังชาวจีนโพ้นทะเลให้มีความรักชาติ รักแผ่นดินเกิด ผ่านเรื่องราวที่อิงประวัติศาสตร์อย่างลุ่มลึก เพราะแม้แต่ชื่อตัวละครสำคัญอย่าง ‘ก๊วยเจ๋ง’ และ ‘เอี้ยคัง’ ก็ยังมาจากชื่อศักราช ‘เจ๋งคัง’ ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1127 ที่ถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์จีนที่มีความอัปยศที่สุด เมื่อฮ่องเต้และอดีตฮ่องเต้รวมสองพระองค์ คือซ่งฮุ่ยจงและซ่งจินจง ถูกจับไปเป็นเชลยในดินแดนกิมก๊กของราชวงศ์จิน (แมนจู)
อ่านเพิ่มเติม: ‘Macau 2049’ จากรากเหง้าศิลปะจีนสู่จินตนาการแห่งอนาคต โชว์ล่าสุดผ่านมุมมองจางอวี้โหมว

Above กิมย้ง เมื่อครั้งให้สัมภาษณ์ในฐานะผู้ประพันธ์หนังสือในปี 2003 ที่มณฑลเจ้อเจียง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) (ภาพ: Liang Zhen / Getty Images)
ไม่เพียง มังกรหยก ที่กลายเป็นเพชรน้ำเอกของวรรณกรรมจอมยุทธ์ วรรณกรรมเด่นๆ ของกิมย้ง อย่าง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า อุ้ยเสี่ยวป้อ กระบี่เย้ยยุทธจักร (เดชคัมภีร์เทวดา) ก็ยังถูกนำมาดัดแปลงในรูปแบบต่างๆ โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี (1955-1972) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งหมด 15 เรื่อง กิมย้งล้วนใส่แนวคิดสำคัญคือความรักในมาตุภูมิและเกียรติภูมิ คุณธรรม น้ำมิตร เข้ากับการผูกเรื่องที่แทบทุกเรื่องมีฉากหลังและบุคคลจริงทางประวัติศาสตร์แบบไร้ตะเข็บ พร้อมฝีมือการประพันธ์ชั้นครู ทำให้ชื่อของ ‘กิมย้ง’ ขึ้นสู่ทำเนียบนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน ขณะที่ผลงานของเขาก็กลายเป็นวรรณกรรมอมตะคลาสสิก
และในปีนี้ตำนาน มังกรหยก ถูกนำกลับมาเล่าขานอีกครั้งโดยฉีเคอะ ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับบ็อกซ์ออฟฟิศในแผ่นดินจีน ด้วยการครองตำแหน่งแชมป์ยอดจองตั๋วล่วงหน้าช่วงตรุษจีน โดยทำรายได้เกือบ 355 ล้านหยวน (ประมาณ 1.77 พันล้านบาท) รวมถึงยอดขายวันเปิดตัวที่พุ่งสูงถึง 117 ล้านหยวน (ประมาณ 543 ล้านบาท)
ร่วมปิดตำนาน 33 ปี ทีมพากย์ ‘พันธมิตร’
ขณะที่ มังกรหยก 2025 โดยฉีเคอะ กำลังถูกจับตามองว่าจะมีผลตอบรับในประเทศไทยไปทิศทางใด อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือ การให้เสียงภาษาไทยโดย ‘พันธมิตร’ ซึ่งจะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของการรวมตัวกันในฐานะทีมพากย์อันเป็นตำนานคู่กับภาพยนตร์จีน รวมถึงภาพยนตร์ต่างประเทศอื่นๆ มากว่า 30 ปี
‘พันธมิตร’ ถือกำเนิดขึ้นในปี 1992 (พ.ศ. 2535) โดย โต๊ะ ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ เจ้าของเสียงพากย์ซึ่งเป็นที่จดจำในบทของนักแสดงดัง เช่น เฉินหลง โจวซิงฉือ เจ็ทลี หลิวเต๋อหัว ฯลฯ ขณะทำงานพากย์อยู่ที่ช่อง 3 ก่อนจะชักชวนนักพากย์คนอื่นๆ มาร่วมทีม
ในระยะแรกพันธมิตรเป็นที่รู้จักในการพากย์ภาพยนตร์จีนแนวตลก ที่แทรกมุกจากเหตุการณ์ปัจจุบันและจากกระแสความสนใจต่างๆ มาใช้ในบทพากย์ ก่อนจะเป็นการพากย์ที่จริงจังมากขึ้น ผลงานเด่นๆ ที่สร้างชื่อเสียง ได้แก่ Comrades: Almost a Love Story (เถียน มี มี่ 3650 วันรักเธอคนเดียว, 1996), The Storm Riders (ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า, 1998), Red Cliff 1-2 (สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ, 2008 และ 2009) กระทั่งปีที่แล้ว ‘พันธมิตร’ ก็ประกาศอำลาวงการเพราะถึงจุดอิ่มตัว โดยทิ้งทวนการพากย์เสียงภาษาไทยอย่างยิ่งใหญ่ด้วย Legends of the Condor Heroes: The Gallants (มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่)

Above ทีม ‘พันธมิตร’ ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยใน ‘มังกรหยก 2025’ (ภาพ: x.com / LarieN Thailand)
โต๊ะ ปริภัณฑ์ ในฐานะผู้กำกับเสียงพากย์ มังกรหยก 2025 และผู้ให้เสียงพากย์ก๊วยเจ๋ง เปิดใจถึงการพากย์ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในฐานะ ‘พันธมิตร’ ที่มีการเผยแพร่ผ่านช่อง เอ็มซีน บันเทิง ทางแพลตฟอร์ม Youtube ว่า มังกรหยก 2025 เป็นการรวมตัวทีมนักพากย์ของพันธมิตรที่มากที่สุดตั้งแต่มีการพากย์ไทยมาถึง 20 คน และนับเป็นภาพยนตร์ที่ใช้นักพากย์มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
“มันเป็นความใฝ่ฝันที่จะเห็นหนังที่ใช้ทีมพันธมิตรตั้งแต่รุ่นคลาสสิกจนถึงรุ่นใหม่มารวมตัวกันให้มากที่สุดเพื่อปิดตำนาน และนี่คือหนังที่ ‘เทพเจ้าฉีเคอะ’ ส่งมาจริงๆ เพราะเป็นเรื่องที่มีตัวละครเยอะมาก ผมต้องขอบคุณฉีเคอะที่นำ มังกรหยก ออกฉายในปีนี้ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่จะปิดตำนานพันธมิตรพอดี และทีมผมก็ได้รับเกียรติให้มาพากย์หนังเรื่องนี้ ยินดีและภูมิใจมากครับ”
Above เบื้องหลังการให้เสียงพากย์ภาษาไทยของ ‘Legends of the Condor Heroes: The Gallants’ (มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่)
คุณเชื่อเถอะว่า หนังก็ยิ่งใหญ่ ทีมพากย์ก็คลาสสิก คุณจะได้ยินเสียงนักพากย์ที่นานๆ จะได้มาเจอในหนังเรื่องเดียวกันได้ ซึ่งผมมั่นใจว่าตั้งแต่มีการพากย์ไทยมา นี่เป็นหนังที่ใช้นักพากย์มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
ในตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ หัวหน้าทีมพันธมิตรซึ่งได้ดู มังกรหยก เวอร์ชั่นนี้มาแล้วสามรอบ ยังได้กล่าวถึงการตีความ ‘ก๊วยเจ๋ง’ ผ่านมุมมองของฉีเคอะด้วยว่า ผู้ชมจะเห็นก๊วยเจ๋งที่มีความเข้มแข็ง และพร้อมจะต่อสู้ในทุกรูปแบบ
“(ต้องไม่ลืมว่าก๊วยเจ๋งเติบโตภายใต้ร่มเงาของเจงกิสข่าน) ทัพมองโกลเคยมีพระคุณ แล้วจะสู้ยังไง เขาเคยเลี้ยงดูเรา (ก๊วยเจ๋ง) มา หันกลับไปอีกฝั่งก็เป็นบ้านเกิดเมืองนอน แล้วจะรบยังไง ซึ่งฉีเคอะจะมีแง่มุมให้เราได้ดู”
มาเตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วไปสัมผัสสุดยอดภาพยนตร์แอ็กชั่นกำลังภายในฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนรอคอยได้ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดไลน์อัป 9 หนังและซีรีส์ไทยใหม่แห่งปี 2025 จาก Netflix ประเทศไทย
4 จุดที่คุณอาจพลาดใน The White Lotus Season 3: จากการกลับมาของตัวละครเก่า จนถึงสัญญาณอันตราย










