ฉลอง 100 ปี Verner Panton ชายผู้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของสแกนดิเนเวียนดีไซน์ จากโคมไฟ Space Age ถึงเก้าอี้ไร้ขา ทั้งหมดนี้คือผลงานที่กลายเป็นไอคอนตลอดกาล
ลองจินตนาการถึงสเปซที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์รูปทรงแปลกตาราวกับงานประติมากรรม บวกกับสีสันสุดป๊อปที่จัดจ้านสะดุดตา นี่คือโลกอินทีเรียร์สุดล้ำในแบบฉบับของ Verner Panton ดีไซเนอร์ระดับตำนานชาวเดนมาร์ก ผลงานของเขาดูเก๋ไก๋เหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต จนแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าไอเดียเหล่านี้ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว
หากพูดถึง "สแกนดิเนเวียนดีไซน์" ในยุคนั้น หลายคนคงติดภาพงานไม้สีอ่อน โทนสีละมุนตา และความมินิมอลเรียบง่าย แต่ Panton กลับขอเดินสวนทาง เขาเอ็นจอยกับการใช้สีสันฉูดฉาด รูปทรงที่ฉีกกฎเกณฑ์ และสนุกกับการทดลองใช้วัสดุอุตสาหกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะความหลงใหลในศักยภาพของ 'พลาสติก' ที่ดัดแปลงฟอร์มได้สารพัดนึก สิ่งเหล่านี้ทำให้เขากล้าท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ และตั้งคำถามว่า เฟอร์นิเจอร์และการแต่งห้อง...ไม่เห็นจำเป็นต้องน่าเบื่อจำเจเสมอไป
อ่านเพิ่มเติม: ‘กุลภัทร ยันตรศาสตร์’ กับปรัชญา ‘สถาปัตยกรรมใจกว้าง’ และศิลปะออกแบบสเปซที่รับฟังเสียงผู้คน
และในปีนี้ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของเขา ก็ยิ่งตอกย้ำให้เราเห็นว่าเซนส์การออกแบบของ Panton ยังคงล้ำสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่การสร้างสรรค์เก้าอี้พลาสติกขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวตัวแรกของโลก ไปจนถึงโคมไฟดีไซน์จัดจ้านที่กลายเป็นไอคอนแห่งยุคอวกาศ (Space Age) มาร่วมย้อนรอยไปกับ 10 ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ ที่สะท้อนตัวตนและวิสัยทัศน์ของดีไซเนอร์ผู้มาก่อนกาลแห่งศตวรรษที่ 20 คนนี้กัน
1. Panton Chair (1967)

Above เก้าอี้ตัวแรกของโลกที่หล่อขึ้นรูปจากพลาสติกเพียงชิ้นเดียว (ภาพ: Getty Images)
ลืมภาพเก้าอี้สี่ขาแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะ Panton Chair มาพร้อมดีไซน์รูปตัว S อันพลิ้วไหวที่ใช้เส้นโค้งรับน้ำหนักแบบไร้ขา (Cantilever) โปรเจ็กต์นี้เริ่มคิดมาตั้งแต่ปี 1960 และได้ผลิตออกสู่ตลาดจริงๆ ร่วมกับแบรนด์ Vitra ในปี 1967 สร้างตำนานเป็นเก้าอี้พลาสติกหล่อชิ้นเดียวตัวแรกของโลก ดีไซน์นี้ไม่เพียงแต่โชว์ความล้ำของการผลิตแบบอุตสาหกรรมในยุคนั้น แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุเพียงชนิดเดียวก็สามารถเป็นได้ทั้งฟังก์ชันที่แข็งแรงและงานอาร์ตสุดเก๋ประดับบ้านได้พร้อมๆ กัน
2. Cone Chair (1958)

Above Cone Chair อวดโฉมความเก๋ในงานแสดงสินค้า (ภาพ: Getty Images)
นี่คือผลงานชิ้นแรกที่ประกาศกร้าวให้โลกได้รู้ว่า Verner Panton คือคลื่นลูกใหม่สุดขบถแห่งวงการเฟอร์นิเจอร์เดนมาร์ก! Cone Chair ท้าทายทุกภาพจำว่าอาร์มแชร์ควรจะมีหน้าตาแบบไหน ดีไซน์แรกเริ่มในปี 1958 ถูกออกแบบมาเพื่อร้านอาหารแห่งหนึ่งในโคเปนเฮเกน โดยลดทอนรูปทรงจนเหลือแค่ความโดดเด่นขั้นสุด นั่นคือรูปกรวยเหล็กทรงคว่ำ หุ้มเบาะนุ่มๆ และตั้งตระหง่านบนฐานเพรียวบาง ภายหลังดีไซน์นี้ถูกจับไปต่อยอดเป็น Heart Cone Chair ที่กางพนักพิงออกคล้ายปีกนกสุดคิวท์
ปัจจุบันแบรนด์ Vitra ยังคงผลิต Cone Chair โดยรักษากลิ่นอายออริจินอลของ Panton ไว้
3. Panton One (1955)

Above เก้าอี้ Panton One จากแบรนด์ Montana ที่มาพร้อมสีสันสุดป๊อปให้เลือกเพียบ (ภาพ: Montana)
ก่อนจะเข้าสู่ยุคพลาสติกโค้งมนที่เป็นซิกเนเจอร์ รู้ไหมว่า Panton เคยทำเก้าอี้ที่ถักทอจาก "เชือก" เกือบทั้งตัวมาแล้ว Panton One คือเก้าอี้ตัวแรกในชีวิตของเขาที่ถูกเข้าสู่ระบบการผลิตอุตสาหกรรม ความเก๋อยู่ที่ตัวเบาะและพนักพิงถักทอด้วยมือจากเชือกพันรอบโครงท่อเหล็ก แถมยังน้ำหนักเบาหวิวและซ้อนเก็บได้ ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องมูฟไปมาระหว่างมุมนั่งเล่นส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะแบบสุดๆ แบรนด์ Montana นำเก้าอี้รุ่นนี้กลับมาผลิตใหม่ในปี 2003 และยังคงเป็นไอเท็มฮิตมาจนถึงทุกวันนี้
4. Living Tower (1969)

Above สองสาวกำลังเอ็นจอยในสเปซสุดล้ำราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีของแพนตัน (ภาพ: Getty Images)

Above นาฬิการุ่น Living Tower ของ Panton กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในโทนสีม่วงอ่อนและชมพูอ่อน (ภาพ: WikiCommons)
ขอต้อนรับสู่ปี 1969 กับผลงานความสูงกว่า 2 เมตรที่ฉีกทุกกฎของการเป็น "เก้าอี้" ทิ้งไปเลย Living Tower ไม่ใช่แค่ที่นั่ง แต่มันคือแลนด์สเคปงานอาร์ตชิ้นโตในห้อง โครงสร้างเบาะสีแดงจัดจ้านถูกเจาะเป็นช่องเว้าโค้งแบ่งระดับชั้นถึง 4 ชั้น ออกแบบมาให้เราเข้าไปนั่ง เอนกาย ซุกตัว หรือจะปีนป่ายเล่นก็ยังได้
Panton เรียกแนวคิดนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของมูฟเมนต์ “Domestic Landscape” ซึ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งให้คุ้มค่าสุดๆ ดีไซน์นี้เคยถูกผลิตในจำนวนจำกัดก่อนจะเลิกทำไปช่วงต้นยุค 70s แต่ข่าวดีคือ Vitra เอามันกลับมาทำใหม่จนกลายเป็นแรร์ไอเท็มที่สายแต่งบ้านต้องหลงรัก
5. Flowerpot Lamp (1968)

Above โคมไฟแขวน Flowerpot สีแดงสด ซิกเนเจอร์ดีไซน์ที่คุ้นตา (ภาพ: Getty Images)
แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าได้แรงบันดาลใจมาจากมูฟเมนต์ 'Flower Power' ในช่วงปลายยุค 60s โคมไฟ Flowerpot จึงกลายเป็นตัวแทนของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และความเป็นขบถที่ขี้เล่นสุดๆ ดีไซน์จับเอาทรงครึ่งวงกลมสองชิ้นมาประกบกัน โดยชิ้นบนใหญ่กว่าชิ้นล่างสองเท่าเพื่อซ่อนหลอดไฟเอาไว้ และปล่อยให้แสงสะท้อนเปล่งประกายสีสันออกมาอย่างนุ่มนวลละมุนตา จากจุดเริ่มต้นที่มาในสีส้มและแดงจี๊ดจ๊าด ปัจจุบันแบรนด์ &Tradition นำมาปัดฝุ่นใหม่พร้อมปล่อยเฉดสีและไซส์ให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับบ้านได้สนุกกว่าเดิมเยอะ
6. Cloverleaf Sofa (1969)

Above โซฟาโมดูลาร์รูปทรงคดเคี้ยวเลื้อยคล้ายงู เมื่อมองจากมุมท็อป (ภาพ: Verpan)
ใครว่าโซฟาต้องเป็นเส้นตรงเสมอไป Cloverleaf Sofa มาพร้อมพนักพิงดีไซน์คดเคี้ยวไปมาคล้ายเกลียวคลื่น สร้างฟอร์มที่นั่งแบบสลับฟันปลาให้คนนั่งหันหน้าเข้า-ออกสลับทิศทางกันได้อย่างมีสไตล์ โซฟาสุดชิคตัวนี้เปิดตัวให้โลกตะลึงครั้งแรกในนิทรรศการ Visiona 2 อันโด่งดังเมื่อปี 1969 โดยตั้งอยู่บนฐานทรงห้าเหลี่ยมที่ถูกลบมุมให้มนและเปิดโล่ง ปัจจุบันแบรนด์ Verpan ได้รับหน้าที่ชุบชีวิตโซฟาตัวนี้กลับมาผลิตอีกครั้งในปี 2011 หรือกว่าครึ่งศตวรรษหลังจากที่มันเผยโฉมครั้งแรก
อ่านเพิ่มเติม: สำรวจอินไซต์คนกรุงเทพฯ กับทาวน์โฮมยุคใหม่สู่พื้นที่ชาร์จพลังชีวิตผ่านแนวคิดของ 91 KINTON
7. Fun Lamp (1964)

Above โคมไฟแขวนรุ่น Fun งานดีไซน์สุดพลิ้วไหวที่ร้อยเรียงขึ้นจากแผ่นเปลือกหอยมุก (ภาพ: Getty Images)
ว่ากันว่าโคมไฟรุ่น Fun ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่ Panton เดินทางไปเที่ยวมาเลเซีย และตกหลุมรักประกายรุ้งเหลือบแสงของเปลือกหอยมุกเข้าอย่างจัง เขาใช้แผ่นเปลือกหอยคาปิซ (Capiz) แบบโปร่งแสงนับร้อยๆ แผ่น มาร้อยเรียงเข้ากับโซ่โลหะเส้นจิ๋ว ปล่อยทิ้งตัวลดหลั่นลงมาจากไฟดวงกลาง เวลาโดนลมพัดเบาๆ เปลือกหอยจะกระทบกันและสร้างแสงเงาระยิบระยับชวนฝันไปทั่วห้อง
ความเก๋ระดับสิบนี้ถึงขั้นเตะตาผู้กำกับจนได้ไปเข้าฉากในหนังสายลับเจมส์ บอนด์ ภาค On Her Majesty’s Secret Service ประดับอยู่กลางรังลับของวายร้ายบนยอดเขาอัลไพน์เลยทีเดียว ทุกวันนี้ผลิตโดยแบรนด์ Verpan
8. Panthella (1971)

Above โคมไฟ Panthella ซิกเนเจอร์ทรงเห็ดกับก้านโคมเพรียวบางสุดคลาสสิก (ภาพ: Getty Images)
Panton ออกแบบโคมไฟทรงเห็ด Panthella ขึ้นในปี 1971 ซึ่งสะท้อนความสนใจที่เขามีต่อรูปทรงออร์แกนิกในธรรมชาติ ความว้าวไม่ได้มีแค่ดีไซน์น่ารัก แต่มันถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดให้ทั้งตัวโป๊ะและฐานโคมไฟช่วยกันสะท้อนแสงไฟเบาๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือมิติแสงที่นุ่มนวล สบายตา ไม่สาดแสงพุ่งไปทางใดทางหนึ่ง
แบรนด์ Louis Poulsen ยังคงผลิตโคมไฟรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง และที่เริ่ดคือมันเป็นผลงานเพียงชิ้นเดียวของ Verner Panton ที่อยู่ในแคตตาล็อกของแบรนด์นี้ด้วย
9. Moon Lamp (1960)

Above แผ่นซี่อะลูมิเนียมเรียงซ้อนทับกันจนเกิดเป็นรูปทรงกลมของโคมไฟ Moon (ภาพ: Verpan)
โคมไฟพระจันทร์สุดเก๋ที่เกิดจากวงแหวนอะลูมิเนียมดัดโค้ง 10 ชิ้น ซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์ล้อมรอบหลอดไฟด้านใน ความสนุกคือเราสามารถปรับองศาของวงแหวนแต่ละชิ้นให้กางออกหรือหุบเข้าได้อย่างอิสระ พอเปิดไฟปุ๊บ วงแหวนเหล่านี้จะกรองแสงให้กระจายตัวออกเป็นชั้นๆ สร้างลวดลายแสงและเงาที่พลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่น เป็นดีไซน์ที่บอกใบ้ถึงยุคของศิลปะ Op Art ที่กำลังจะมาถึงได้อย่างชาบฉลาด
โคมไฟพระจันทร์ดวงนี้แต่เดิมเป็นผลงานของ Louis Poulsen ก่อนจะย้ายมาอยู่ในมือของแบรนด์ Verpan ตั้งแต่ปี 2007
10. VP Globe Suspension (1969)

Above ภาพระยะใกล้ของ VP Globe จาก Panton ซึ่งมีแผ่นดิสก์สีแดงและโครเมียมอยู่ภายในทรงกลมแก้ว (ภาพ: Getty Images)

Above โคมไฟแขวน VP Globe เพิ่มมิติความลึกลับน่าค้นหาในสเปซห้องโทนสีเข้ม (ภาพ: Verpan)
ปิดท้ายด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำยุคที่สุดของแพนตันอย่าง VP Globe ที่ยกระดับโคมไฟแขวนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นการศึกษาศิลปะเรื่องมิติแสงและภาพลวงตา ภายในลูกแก้วอะคริลิกใสปิ๊ง มีจานสะท้อนแสงอะลูมิเนียม 5 ชิ้นแขวนลอยอยู่ด้วยโซ่เหล็ก ดีเทลสีแดงและน้ำเงินสะท้อนเงาวับ ทำให้ดูเหมือนยานอวกาศที่กำลังโคจรรอบจุดกำเนิดแสง
ผลงานชิ้นนี้ออกแบบขึ้นในปี 1969 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่มนุษยชาติไปเหยียบดวงจันทร์พอดี เรียกว่าล้ำสุดๆ ปัจจุบันโคมไฟแห่งอนาคตนี้ถูกผลิตโดยแบรนด์ Verpan มาตั้งแต่ปี 2003
This story was originally written in English by Chiara Cigala.
ต้นฉบับเขียนและปรับเสริมเนื้อหาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 โดย Chiara Cigala โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
8 สถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่ยังเปิดให้ไปเยือนได้จริง รับกระแส The Odyssey
Home Tour: Vanilla Valley บ้านโอบป่าโทนสีวานิลลาที่อุทัยธานี กับการออกแบบบ้านให้หายใจร่วมกับธรรมชาติ
เจาะเบื้องหลัง NABA สถาบันออกแบบระดับโลกที่ปั้นดีไซเนอร์ดาวรุ่ง The Devil Wears Prada 2





