พาไปดูอินไซต์คนกรุงเทพฯ ที่โหยหา 'เวลาพักผ่อน' และ 'พื้นที่ส่วนตัว' พร้อมทำความรู้จัก 91 KINTON จากสัมมากร สเปซที่ชวนให้เรากลับมาบาลานซ์ชีวิตในเมืองใหญ่อีกครั้ง
เมื่อจังหวะชีวิตเปลี่ยนไป สิ่งที่เราให้ความสำคัญก็มักถูกจัดสรรใหม่ตามไปด้วย
ช่วงหลังมานี้ คนรอบตัวเราหรือแม้แต่ตัวเราเอง หันมาพูดถึงเรื่อง ‘คุณภาพชีวิต’ กันบ่อยขึ้น แม้จะยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่จังหวะเร่งรีบอย่างกรุงเทพฯ เราเริ่มเห็นผู้คนพยายามบาลานซ์ไลฟ์สไตล์กันอย่างจริงจัง ตั้งแต่การตื่นนอน การทำสมาธิ การเตรียมอาหารเฮลท์ตี้ การแบ่งเวลาไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน เข้าคลาสพิลาทิส ตีเทนนิส หรือแม้แต่ไปเต้นแอโรบิกจอยๆ ก่อนจะกลับบ้าน อาบน้ำ และ 'สวิตช์ออฟ' ตัวเองจากหน้าจอสมาร์ทโฟนก่อนเข้านอน
ทั้งหมดนี้คือความพยายามในการแบ่งสรรปันส่วนเวลา 24 ชั่วโมงในชีวิต เพื่อ 'ชาร์จแบต' ให้ตัวเองพร้อมลุยกับวันใหม่
แต่นอกเหนือจากการดูแลตัวเองในกิจวัตรประจำวันแล้ว การขยายการลงทุนในชีวิตไปสู่ 'ภาพใหญ่' อย่างการเลือกที่อยู่อาศัย ก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) สะท้อนเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้ซื้อบ้านในยุคนี้ยอมจ่ายเพื่อแลกกับ 'พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น' โดยให้น้ำหนักกับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวมาเป็นอันดับแรก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยด้านวิถีชีวิตคนเมืองในแถบเอเชียที่ชี้ว่า การอยู่อาศัยในพื้นที่ที่จำกัดและขาดความเป็นส่วนตัว ส่งผลต่อความเครียดและสุขภาพจิตโดยตรง
'บ้าน' ในยุคนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่ต้องเป็น Ultimate Sanctuary หรือ 'เซฟโซน' ที่ช่วยเยียวยาจิตใจ และตัดขาดเราจากความวุ่นวายภายนอกได้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: นิยามใหม่ของบ้านระดับลักซ์ชูรี ที่วัดกันด้วย ‘คุณภาพพื้นที่’ และ ‘ความเป็นส่วนตัว’ กับโครงการ PROVIDENCE LANE LASALLE

Above ทาวน์โฮม 91 KINTON โดดเด่นด้วย Vertical Fin Façade สถาปัตยกรรมที่สร้างมิติแสงและเงา พร้อมทำหน้าที่เป็น Privacy Screen กรองสายตาจากภายนอก
“ตอนนี้ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาบ้านจากขนาดพื้นที่หรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เข้าใจวิถีชีวิตจริงของตนเองและครอบครัวด้วย” ณพน เจนธรรมนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในยุคที่นิยามของคำว่า 'บ้าน' เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับคนเมืองรุ่นใหม่ การใช้ชีวิตใจกลางเมืองมักแลกมาด้วยความอึดอัดในพื้นที่จำกัด แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องการขยับขยายครอบครัวหรือมองหาพื้นที่ที่กว้างขึ้น การย้ายออกไปอยู่ชานเมืองที่ไกลออกไปก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เสมอไป การบาลานซ์ระหว่าง "ความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อเมือง" และ "ความสงบเป็นส่วนตัว" จึงกลายเป็นอินไซต์สำคัญที่ทำให้ทาวน์โฮมระดับลักซ์ชูรีในย่านทำเลศักยภาพกลายเป็นตัวเลือกที่คนเมืองยุคนี้ตามหา
Above ณพน เจนธรรมนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)
'ลาดพร้าวตอนปลาย' ทำเลที่มอบความสมดุลให้ชีวิต
เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวตอนปลาย (ช่วงซอยลาดพร้าว 91) สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็นทำเลที่ผสานความมีชีวิตชีวาเข้ากับความเงียบสงบได้อย่างลงตัว ย่านนี้ไม่ใช่แค่ทำเลทางผ่าน แต่เป็นย่านไลฟ์สไตล์สุดคึกคักอีกย่านของชาวกรุงเทพฯ ที่มีครบทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ตัวซอย ความพลุกพล่านของถนนใหญ่กลับถูกแทนที่ด้วยความสงบร่มรื่นและเป็นส่วนตัวอย่างน่าสนใจ
ทำเลนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้บ้านที่ให้สเปซกว้างขวาง แต่ยังคงเชื่อมต่อชีวิตเมืองได้อย่างสะดวกสบาย และด้วยระยะทางที่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีมหาดไทย และทางด่วนฉลองรัช ทำให้การเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจหรือ CBD เป็นเรื่องง่ายดายและรวดเร็ว
อ่านเพิ่มเติม: บ้านเดี่ยว PROVIDENCE LANE KASET-NAWAMIN ถ่ายทอดปรัชญาความงามของชีวิต

Above ทาวน์โฮม 91 KINTON ผสานความเป็นเมืองเข้ากับธรรมชาติ สัมผัสความสงบร่มรื่นและเป็นส่วนตัวในย่านลาดพร้าว 91

Above ชัชวีร์ พรปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฎิบัติการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) และ กล้ายุทธ จินตนะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร กรุ๊ป
จากข้อจำกัดของบ้านแนวตั้ง สู่การออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยจริง
เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่ต้องการพื้นที่หายใจ 91 KINTON จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "Elevate Your Extraordinary" โดยมุ่งเน้นการทลายข้อจำกัดความอึดอัดของบ้านแนวตั้งในเมือง โครงการได้นำเสนอความใส่ใจผ่านรายละเอียดสถาปัตยกรรมที่แบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก
Warm Minimalism & Vertical Fin Façade
โครงการถ่ายทอดความเรียบหรูผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์ Warm Minimalism ที่ผสานเส้นสายเรียบง่ายเข้ากับโทนสีและพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น โดดเด่นด้วยการออกแบบ Vertical Fin Façade ที่ไม่เพียงแต่สร้างมิติของแสงและเงาที่สะท้อนเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน แต่ยังทำหน้าที่เป็นฉากพรางตา (Privacy Screen) ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และกรองมุมมองจากภายนอกได้เป็นอย่างดี
Double Volume 6.4 เมตร ทลายข้อจำกัด เปิดรับแสงธรรมชาติ
พื้นที่ภายในได้รับการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยด้วยดีไซน์โถง Double Volume ที่มีความสูงถึง 6.4 เมตร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านและสร้างการไหลเวียนของอากาศ ทำให้สเปซภายในโปร่งสบาย ลบความรู้สึกอึดอัดจากหน้ากว้างที่จำกัดของทาวน์โฮมทั่วไปได้อย่างสิ้นเชิง

Above ทาวน์โฮม 91 KINTON กับพื้นที่ใช้สอยแบบ Open Plan เชื่อมต่อมุมพักผ่อนและมุมรับประทานอาหาร รองรับทุกกิจกรรมของครอบครัว
Flexible Space & Future-Proof Living
เพราะไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในแต่ละครอบครัวย่อมแตกต่างและปรับเปลี่ยนได้เสมอ พื้นที่ภายในจึงมาพร้อม Flexible Mezzanine (ชั้นลอย) ที่สามารถจัดสรรเป็นมุมทำงาน พื้นที่พักผ่อน หรือพื้นที่กิจกรรมของครอบครัวได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ทุกยูนิตยังมอบความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Full-Floor Master Suite ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวระดับเดียวกับบ้านเดี่ยว พร้อมใส่ใจคุณภาพการอยู่อาศัยระยะยาวด้วยผนัง Double Wall ที่ช่วยลดเสียงรบกวน ระบบ Foundation ที่รองรับความมั่นคงของโครงสร้าง และการผสานเทคโนโลยี Smart Home, Digital Door Lock ควบคู่กับการรองรับ EV Charger ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอนาคต

Above ยกระดับการใช้ชีวิตด้วยห้องน้ำในตัวและ Walk-in Closet ที่ออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วน

Above Flexible Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Home Office หรือพื้นที่ทำงานส่วนตัวได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่น
ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยจำนวนเพียง 17 หลัง 91 KINTON สะท้อนพื้นที่ที่เอื้อต่อไลฟ์สไตล์ที่เรายังสามารถบาลานซ์ชีวิตในหลายๆ ด้าน หลอมรวมพื้นที่ ความเป็นส่วนตัว และความเป็นคนเมืองไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ในเมืองที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่เข้าใจวิถีชีวิตของเราอย่างแท้จริง ถือเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

Above 91 KINTON โครงการทาวน์โฮมลักซ์ชูรีระดับ Masterpiece มอบเอกสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 17 ครอบครัว












