Cover The Robertson House

วางแผนวันหยุดที่โรงแรมหรูแห่งใหม่ในสิงคโปร์เหล่านี้ ณ สถานที่ซึ่งผสมผสานระหว่างการออกแบบที่ดีกับความหรูหรา สะดวกสบาย

ขณะที่การเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำด้านโรงแรมที่มีสไตล์ ซึ่งกำลังมาแรงอย่างน่าสนใจและเป็นที่น่าจับตามอง ทั้งด้วยการบริการและชื่อซึ่งสะดุดหู และแน่นอนคือความหรูหราที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ด้วยการออกแบบโดยสถาปนิกและนักออกแบบระดับโลก อาทิ อาร์ติเซน (Artyzen), มอนเดรียน สิงคโปร์ (Mondrian Singapore) และ ราฟเฟิลส์ เซ็นโตซ่า (Raffles Sentosa) และอื่นๆ อีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นแผนการเดินทางสำหรับการพักผ่อนคนเดียว วันหยุดของครอบครัว หรือเฮกับเพื่อนๆ  หลายคนตั้งตารอ เตรียมเก็บกระเป๋า บินลัดฟ้าไปพักผ่อนปล่อยใจที่สิงคโปร์ พร้อมเช็คอินที่โรงแรมและรีสอร์ทใหม่ๆ ที่พร้อมเปิดให้บริการแล้วในปีนี้

1. เดอะ โรเบิร์ตสัน เฮ้าส์ (The Robertson House)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 The Robertson House
Photo 2 of 4 ห้องชุด The Robertson House
Photo 3 of 4 อองเทรอโปต์
Photo 4 of 4 ล็อบบี้ของ The Robertson House

โรงแรม The Robertson House แห่งนี้จะพาเราย้อนเวลากลับไปสู่สิงคโปร์ในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ด้วยดีไซน์คอนเซ็ปต์แบบโคโลเนียลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกวัฒนธรรมของสิงคโปร์ ตั้งแต่ชื่อห้องพักไปจนถึงกลิ่นอายโคโลเนียลในวันวาน โรงแรมสูง 10 ชั้นแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมงานออกแบบภายในของเครือโรงแรม Ascott ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีทจำนวน 336 ห้องที่มาพร้อมทิวทัศน์เมืองหรือแม่น้ำสิงคโปร์ ภายในห้องพักและห้องสวีทที่ออกแบบอย่างหรูหรา มีภาพพิมพ์ที่มีฉากแม่น้ำสิงคโปร์และภาพเส้นทางการค้าเครื่องเทศในอดีต

นอกเหนือจากห้องพักแล้ว The Robertson House ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งร้านอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน และบาร์ Entrepôt ที่ตกแต่งด้วยภาพขาวดำ พื้นที่ต่างๆ ในโรงแรมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หวายและประดับตกแต่งด้วยกลิ่นอายของยุคสมัยอาณานิคมอังกฤษ ชั้นบนสุดมีคลับเลานจ์หรูหรา 1823 Reading Room ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหอสมุดแห่งชาติของสิงคโปร์ที่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1823 จากที่นี่เราสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองในมุมสูงและมีหนังสือโบราณและหนังสือหายากมากมายให้อ่านอย่างเพลิดเพลิน

2. Owen House by Hmlet

แบรนด์โรงแรม Hmlet ร่วมกับ Owen House เพิ่มโรงแรมใหม่ให้กับ Hmlet Boutique Collection ของแบรนด์ โดยโรงแรมที่พักจำนวน 106 ห้องแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศความหรูหราและความเย้ายวนใจของยุค 20 แผงกระจกใสเรียงรายบริเวณล็อบบี้ปล่อยให้แสงธรรมชาติได้ส่องสว่างเข้ามาในพื้นที่  เบลอเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก นอกจากนี้ยังผสานความเก่าและใหม่ผ่านการตกแต่งด้วยศิลปะสมัยใหม่ที่แสดงออกมาด้วยองค์ประกอบทางเรขาคณิตต่างๆ และการแต่งแต้มสีสัน ห้องพักยังคงธีมของการผสมผสานความเก่าและใหม่ด้วยเพดานสูงในแต่ละห้องที่มองเห็นเมือง ด้วยพิกัดที่ตั้งของโรงแรมใจกลางย่านลิตเติ้ลอินเดีย ทำให้ที่พักแห่งนี้สะดวกสบายสำหรับแขกทุกคนที่มาเยือน ไม่ว่าจะจะเข้าพักเพื่อทำงาน ท่องเที่ยว หรือใช้เวลากับครอบครัว

3. อลอฟท์ สิงคโปร์ โนวีนา (Aloft Singapore Novena)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ล็อบบี้สีสันสดใสของโรงแรม Aloft Singapore Novena (ภาพ: Aloft Singapore Novena)
Photo 2 of 2 ห้องพักของ Aloft Singapore Novena (ภาพ: Aloft Singapore Novena)

เครืออลอฟท์ โฮเทลส์ (Aloft Hotels) เปิดสถานที่ตั้งแห่งแรกในสิงคโปร์คือ อลอฟท์ สิงคโปร์ โนวีนา ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงแรม อลอฟท์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงแรมใหม่แห่งนี้ออกแบบโดยเคเคเอส อินเตอร์เนชั่นแนล( KKS International) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญา "แตกต่างด้วยการออกแบบ" ซึ่งจับคู่พื้นที่ที่มีชีวิตชีวาเข้ากับอิทธิพลทางดนตรี ประติมากรรมแก้วสูง 2.5 ม. คอยต้อนรับแขกที่ทางเข้า โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโน้ตดนตรี ที่สว่างขึ้นอย่างสวยงามในเฉดสีที่สะดุดตา ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ที่เต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ของโรงแรมแห่งนี้ด้วย ทางเข้านำไปสู่ล็อบบี้ของโรงแรมที่มีชีวิตชีวาด้วยผนังวิดีโอขนาด 85 นิ้วที่แสดงผลงานศิลปะอิเล็กทรอนิกส์จากศิลปินต่างๆ ได้แก่ เรฟิก อนาดอล (Refik Anadol) และโจนาธาน โมนาแฮน (Jonathan Monaghan) พร้อมแสงรำไรจากเพดานที่ส่องสว่างอยู่ด้านบน

อาคารสองหลังประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 781 ห้องและห้องสวีท 4 ห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 193 ตารางฟุตไปจนถึง 495 ตารางฟุต การออกแบบห้องพักมีที่มาจากห้องแถวที่มีชีวิตชีวาในย่านบาเลสเทียร์ (Balestier) ผู้เข้าพักสามารถเลือกรับประทานอาหารจากห้องอาหารที่หลากหลายในโรงแรม ได้แก่ เยว่ (Yuè) ซึ่งเป็นห้องอาหารจีนสมัยใหม่ และ 21 ออน ราชา (21 on Rajah) ห้องอาหารบุฟเฟต์ที่ได้รับฮาลาล และให้บริการอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเอเชีย  ล็อบบี้บาร์ ดับเบิ้ลยู เอ็กซ์ วาย ซี (W XYZ) อันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มโรงแรมนี้ ยังให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทลสดชื่นและอาหารว่างด้วย

4. เดอะ สิงคโปร์ อีดิชั่น (The Singapore Edition)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ล็อบบี้ของ The Singapore Edition ที่จะเปิดให้บริการในสิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ (ภาพ: The Singapore Edition)
Photo 2 of 2 The Singapore Edition เปิดตัวในสิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ (ภาพ: The Singapore Edition)

The Singapore Edition เป็นโรงแรมในเครือของตัวเอง เป็นแนวบูติกที่มีชื่อเสียงจากความหรูหรา ซึ่งเป็นความคิดของเอียน ชราเกอร์ (Ian Schrager) เจ้าของโรงแรมชาวอเมริกัน ร่วมมือกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ยักษ์ใหญ่ด้านการบริการ  ซึ่งจะเป็นโรงแรมแห่งแรกที่สิงคโปร์ในอาเซียน หลังจากเปิดล่าช้าเนื่องจากโรคระบาด

ผู้นำทีมออกแบบโรงแรมแห่งใหม่นี้คือ ซาฟดี อาร์คิเทคส์ (Safdie Architects) ที่ได้รับการยกย่องในระดับสากล มีผลงานที่ได้รับรางวัลหลายแห่งในหลายๆ โครงการในสิงคโปร์ เช่น มารีนาเบย์แซนด์ส (Marina Bay Sands) และ จูเวิล ชางงี แอร์พอร์ต(Jewel Changi Airport) โรงแรมขนาด 204 ห้องแห่งนี้เชื่อมต่อกับ บูเลอวาร์ด 88 (Boulevard 88) ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัยส่วนตัวสองอาคาร ที่ประกอบกันเป็นตึกระฟ้า ว่ากันว่าโรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่ครึ่งล่างของตึกระฟ้า และสร้างขึ้นเป็นรูปตัวยู ล้อมรอบด้วยระเบียงภูมิทัศน์และสวนใต้น้ำอันเขียวขจี

เช่นเดียวกับสถานที่ที่มีความเป็นสากลอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ The Singapore Edition  มีการออกแบบโดยรวมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองและรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเข้าไว้ ซึ่งรวมถึงร้านอาหารและบาร์ 5 แห่ง มีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า สปา ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และพื้นที่จัดกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง 6,458 ตารางฟุต

5. โคโม เมโทรโพลิแทน สิงคโปร์ (Como Metropolitan Singapore)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 สถาปัตยกรรมร่วมสมัยของ Como Metropolitan Singapore ออกแบบโดย Paola Navone จาก Otto Studio (รูปภาพ: Como Metropolitan Singapore)
Photo 2 of 3 ห้องสวีทแบบสองห้องนอนกว้างขวางพร้อมห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวาง ห้องน้ำในตัว และทิวทัศน์อันน่าประทับใจของเส้นขอบฟ้าของเมือง (รูปภาพ: Como Metropolitan Singapore)
Photo 3 of 3 ห้องพักอันเงียบสงบพร้อมรายละเอียดร่วมสมัย (ภาพ: Como Metropolitan Singapore)

โคโม เมโทรโพลิแทน สิงคโปร์ ช่วยยกระดับโคโม กรุ๊ป (Como Group) ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นแห่งแรกของโรงแรมประเภทนี้ในสิงคโปร์ ที่มีเป้าหมายจะเป็นสถานที่พักผ่อนสุดหรูที่รวมเอาการต้อนรับ แฟชั่น ร้านอาหาร และการดูแลสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน  โรงแรมสูง 19 ชั้นแห่งนี้ก่อตั้งโดย คริสติน่า อ๋อง (Christina Ong) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการและเจ้าของโรงแรมในท้องถิ่น ได้จัดแสดงแบรนด์แนวไลฟ์สไตล์บางแบรนด์ของโคโม กรุ๊ป ไว้ในพื้นที่ค้าปลีก คลับ 21 (Club 21) สองชั้นเพื่อแสดงแบรนด์ของดีไซเนอร์ใหม่ล่าสุด ได้แก่ โคโม แชมบาลา (Como Shambhala) ซึ่งเป็นร้านแถวหน้าสำหรับผู้รักสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และร้านอาหารโคโม คูซีน (Como Cuisine) แห่งใหม่ นอกจากนี้ โคโม เมโทรโพลิแทน สิงคโปร์ ยังเชิญชวนร้านขนมฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง เซดริก โกรเลต์ (Cédric Grolet) และ โค้ต โคเรียน สเต็กเฮาส์ (Cote Korean Steakhouse) ซึ่งเป็นร้านอาหารระดับมิชลินในนิวยอร์กและไมอามี ให้มาเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียด้วย

นอกเหนือจากการสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำให้กับแขกแล้ว โคโม เมโทรโพลิแทน สิงคโปร์ ยังเป็นความฝันของผู้รักการออกแบบอีกด้วย โรงแรมมีดีเอ็นเอ ที่สร้างสรรค์ รวมทั้งเป็นผลงานของระดับมือรางวัลทั้งหลาย อาทิ เปาล่า นาโวเน่ สถาปนิกชาวอิตาลี จาก ออตโต สตูดิโอ, โคอิชิโร อิเคบูชิ (Koichiro Ikebuchi) ที่ปรึกษาด้านการออกแบบตกแต่งภายในชาวญี่ปุ่นจากบริษัท อัตติลิเย่ร์ อิเคบูชิ (Atelier Ikebuchi), โทมัส ฮิลแลนด์ (Thomas Hilland) ศิลปินดิจิทัลชาวนอร์เวย์ และโมเดลัส โนวัส (Modellus Novus) บริษัทสถาปัตยกรรมในนครนิวยอร์ก ที่อยู่เบื้องหลัง โค้ต โคเรียน สเต็กเฮาส์ และ โค้ต ไมอามี(Cote Miami)

การเปิดตัวอย่างต่อเนื่องเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของ โคโม เมโทรโพลิแทน สิงคโปร์ พร้อมต้อนรับผู้เข้าพักด้วยห้องพักจำนวน 156 ห้อง

6. พูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท (Pullman Singapore Hill Street)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 โรงแรมพูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก DP ในสิงคโปร์ (ภาพ: พูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท)
Photo 2 of 5 ห้องรับรองพิเศษเต็มไปด้วยรายละเอียดร่วมสมัย (ภาพ: Pullman Singapore Hill Street)
Photo 3 of 5 ห้องพักในโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจมาจากขบวนการ Art Noveau (ภาพ: Pullman Singapore Hill Street)
Photo 4 of 5 อีกมุมหนึ่งของห้องรับรองพิเศษ (ภาพ: Pullman Singapore Hill Street)
Photo 5 of 5 ภาพจำลองล็อบบี้ลิฟต์ (ภาพ: Pullman Singapore Hill Street)

โรงแรม พูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท ในเครือแอคคอร์ (Accor) เปิดในเดือนตุลาคม พร้อมที่จะต้อนรับนักเดินทางสู่โรงแรมแห่งใหม่ล่าสุดในย่านใจกลางเมืองของสิงคโปร์ ออกแบบโดย ดีพี อาร์คิเทคส์ (DP Architects) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบที่ได้รับรางวัลมากมายในสิงคโปร์ ตกแต่งภายในอย่างหรูหราและมีสไตล์ มีห้องพัก 350 ห้องตกแต่งศิลปะสไตล์อาร์ตนูโว  ห้องพักในอาคารทั้งหมดเรียงกันเป็นรูปตัวยู ทำให้สามารถเห็นทิวทัศน์อันงดงามของสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ทแคนนิง พาร์ค (Fort Canning Park) หรือ มารีนา เบย์ (Marina Bay)

“ที่ พูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท เรามุ่งหวังที่จะมอบการเข้าพักในโรงแรมแบบใหม่ สนุกสนาน และดื่มด่ำในเมืองที่น่าทึ่งอย่างสิงคโปร์ ทำให้เราเป็นสนามเด็กเล่นที่มีหลายแง่มุม ให้กับนักท่องเที่ยว” มาเซน อาบิลโมน่า (Mazen Abilmona) ผู้จัดการทั่วไปของ พูลแมน สิงคโปร์ ฮิลล์ สตรีท กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นห้องพักที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์ อาหารชั้นเลิศ ประสบการณ์และพันธมิตรที่คัดสรรมาอย่างดี เราให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์และความรุดหน้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ทำให้ พูลแมน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทส์ กลายเป็นตำนานอย่างแท้จริงในตอนนั้น ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำความเป็นไปของโรงแรมในวันนี้"

นอกจากทำเลที่ตั้งดีเยี่ยมแล้ว ตัวโรงแรมเองยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องออกกำลังกายที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง สระว่ายน้ำพร้อมห้องอาบน้ำ และร้านอาหารสามแห่ง ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับอาหารสไตล์นิวยอร์กได้ที่ เมดิสันส์ (Madison's), บาร์แนวเม็กซิกันริมสระบนชั้นดาดฟ้า อย่าง เอล ชิโด (El Chid)o และ โมก้า (Mogā) ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะ (อิซากายะ Izakaya คือร้านเหล้าของญี่ปุ่น เป็นร้านกินดื่มที่ราคาไม่แพง มีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย เปิดช่วงเย็นจนถึงประมาณเที่ยงคืน จุดประสงค์หลักคือการสังสรรค์หรือผ่อนคลายหลังเลิกงาน)

7. เมอร์เคียว สิงคโปร์ ไทร์วิตต์ (Mercure Singapore Tyrwhitt)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 สถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคของโรงแรมเป็นการแสดงความเคารพต่อการออกแบบร้านฮาร์ดแวร์และโรงงานอุตสาหกรรมที่เห็นในย่าน Tyrwhitt ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1950 (ภาพ: Mercure Singapore Tyrwhitt)
Photo 2 of 5 ช่างฝีมือสมัยใหม่รับทราบถึงมรดกการออกแบบในท้องถิ่นเมื่อมองจากเตาโลหะตกแต่งและกระเบื้องที่มีลวดลายซึ่งอยู่รอบๆ ร้านอาหาร (ภาพ: Mercure Singapore Tyrwhitt)
Photo 3 of 5 การตกแต่งภายในที่หรูหราช่วยเติมเต็มห้องพักสไตล์ครอบครัวภายในโรงแรม (ภาพ: Mercure Singapore Tyrwhitt)
Photo 4 of 5 ห้องระเบียงเปิดออกสู่เฉลียงกลางแจ้งอันเขียวชอุ่ม (ภาพ: Mercure Singapore Tyrwhitt)
Photo 5 of 5 ห้องคู่ภายในโรงแรม Mercure Singapore Tyrwhitt (ภาพ: Mercure Singapore Tyrwhitt)

เมอร์เคียวเปิดตัวโรงแรมแห่งที่สามในสิงคโปร์ โดยดึงเอารากเหง้าของท้องถิ่นออกมา โรงแรม 270 ห้องแห่งนี้เป็นบทกวีสรรเสริญร้านฮาร์ดแวร์สไตล์อาร์ต-เดโคและเวิร์กช็อปทางอุตสาหกรรมที่เห็นในไทร์วิตต์ ในยุค ‘50 โรงแรมตั้งอยู่ในอาคารยุคอาณานิคมที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ โดยมีร้านค้าแบบดั้งเดิม ร้านกาแฟคัดสรรวัตถุดิบเป็นพิเศษ ร้านกาแฟบูติก(ร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว) และมีงานศิลปะในเมืองที่หน้าประตู การตกแต่งภายในมีความทันสมัยและตกแต่งด้วยรายละเอียด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกที่ยกย่องประวัติศาสตร์ของย่านนี้ ซึ่งแตกต่างจากด้านหน้าอาคารในอดีต ภาพขาวดำในล็อบบี้ไปจนถึงเตาโลหะงานฝีมือและกระเบื้องลวดลายที่เห็นภายในร้านอาหาร เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ห้องพักมีหลายแบบให้เลือก ได้แก่ ห้องคลาสสิก ห้องเตียงคู่ ห้องสำหรับสองคน และห้องสำหรับครอบครัวที่ครบครันด้วยสมาร์ททีวี โต๊ะทำงาน และ ไวไฟความเร็วสูง สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็มีห้องพักสไตล์ระเบียงพร้อมเฉลียงกลางแจ้ง และห้องเมอร์เคียว พริวิเลจ (Mercure Privilege) ที่มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน มีระเบียงส่วนตัว และพื้นที่ใต้หลังคาดัดแปลงพร้อมเตียงสำหรับสองคน นอกจากนี้ โรงแรมยังมีร้านกาแฟบรรยากาศสบายๆ ในบริเวณ Tyrwhitt Little Café (TLC) ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินเบนเดเมียร์ (Bendemeer) ที่ใช้เวลาเดินไปเพียงไม่กี่นาทีอีกด้วย

8. พูลแมน สิงคโปร์ ออร์ชาร์ด (Pullman Singapore Orchard)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 ด้านหน้าของโรงแรมพูลแมน สิงคโปร์ ออร์ชาร์ด (ภาพ: พูลแมน สิงคโปร์ ออร์ชาร์ด)
Photo 2 of 5 Atelier Lounge ยืมแรงบันดาลใจจากนักออกแบบเสื้อผ้าและเทรนด์กูตูร์ (ภาพ: Pullman Singapore Orchard)
Photo 3 of 5 PSO Beach Club จะกลายเป็นบีชคลับแห่งแรกในใจกลางถนนออร์ชาร์ด (ภาพ: Pullman Singapore Orchard)
Photo 4 of 5 ห้องคลับเรสซิเดนซ์มีเตียงคิงไซส์และการออกแบบร่วมสมัย (ภาพ: Pullman Singapore Orchard)
Photo 5 of 5 Eden Glasshouse ตั้งอยู่ภายในเรือนกระจกที่สวยงาม เพื่อให้ผู้ที่มารับประทานอาหารได้ลิ้มลองอาหารเอเชีย (ภาพ: Pullman Singapore Orchard)

โรงแรมพูลแมนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นและสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งของท้องถิ่น บุกเบิกสู่สิงคโปร์ด้วยโรงแรมแห่งแรกบนถนนออร์ชาร์ดอันคึกคัก โรงแรมหรูแห่งนี้มีห้องพัก 326 ห้องที่ใครๆก็ต้องจับตามอง มีสไตล์ทันสมัยที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และมีรายละเอียดที่ดึงดูดสายตาทั้งด้านหน้าอาคารและการตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นผลงานของกลุ่มอีดีจี ดีไซน์ (EDG Design) กลุ่มออกแบบโรงแรมและสร้างแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับรางวัล นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การรับประทานอาหารสามแบบให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลิน ได้แก่ ร้านอาหารอีเดน ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนกระจกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนพฤกษศาสตร์และให้บริการอาหารเอเชีย อาเทลิเย่ร์ เลานจ์ เป็นสถานที่มีสไตล์สำหรับผู้ชายชอบแต่งตัวเพื่อเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้น และ พี.เอส.โอ. บีชคลับ (P.S.O. Beach Club) สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนริมสระน้ำในเมือง

9. มอนเดรียน สิงคโปร์ (Mondrian Singapore)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 10 ด้านหน้าของ Mondrian Singapore (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 2 of 10 The Shophouse Suite มองเห็นเส้นขอบฟ้า (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 3 of 10 เตียงนอนเล่นริมสระเต็มไปด้วยความสนุกสนานเมื่อเห็นที่นอนและหมอนลายทางสีส้มเขียว (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 4 of 10 สระว่ายน้ำอันเงียบสงบบนชั้นดาดฟ้าสำหรับแขกของโรงแรมที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของไชน่าทาวน์ (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 5 of 10 ชมงานศิลปะ Deep Magenta: สะท้อนโดยจิตรกรชาวอังกฤษ Ian Davenport โดยแผนกต้อนรับส่วนหน้าชั้น 3 ของ Mondrian Singapore (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 6 of 10 ห้องพักที่โรงแรม Mondrian Singapore (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 7 of 10 รายละเอียดอันอบอุ่นสบายในห้องพักของโรงแรมนี้อย่างใกล้ชิด (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 8 of 10 ห้องน้ำตกแต่งจิตวิญญาณแบบมินิมอลด้วยโทนสีกลางๆ (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 9 of 10 พื้นที่รับประทานอาหารภายในร้านอาหาร Bottega Di Carna ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น (ภาพ: Mondrian Singapore)
Photo 10 of 10 The Jungle Ballroom เป็นค็อกเทลบาร์เขตร้อนที่เฉลิมฉลองความมีชีวิตชีวาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ภาพ: Mondrian Singapore)

มอนเดรียน สิงคโปร์ เตรียมนำเสน่ห์ใหม่มาสู่ย่านดักซ์ตัน ฮิลล์ (Duxton Hill) และอาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมในไชน่าทาวน์ที่มีชีวิตชีวา ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกของดาราดัง ออกแบบโดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมเอนนิสมอร์ (Ennismore) มีแรงบันดาลใจจาก พีท มอนเดรียน (Piet Mondrian) ศิลปินชาวดัตช์ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากแนวคิดคิวบิสม์ (Cubism หรือบาศกนิยม เป็นลัทธิการสร้างสรรค์ศิลปะที่ได้รับผลสะท้อนมาจากอิทธิพลด้านความเจริญ ทางวิทยาศาสตร์ และจากลักษณะรูปแบบหน้ากากของชนเผ่าพรีมิตีฟในแอฟริกา) เขาใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินแบบมินิมัลลิสต์ และสนุก ณ จุดหมายปลายทางของโรงแรมบูติกแห่งนี้ ซึ่งมีห้องชุดอาคารพาณิชย์ 302 ห้องและห้องพักที่ออกแบบโดยสตูดิโอ คาร์เตอร์ (Studio Carter) สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่มีจอฉายภาพยนตร์  นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและบาร์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

10. อาร์ติเซน สิงคโปร์ (Artyzen Singapore)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Artyzen Singapore ถูกสร้างขึ้นให้เป็นโอเอซิสแนวตั้งพร้อมความเขียวขจีที่โปรยปรายทั่วบริเวณ (ภาพ: Artyzen Singapore)
Photo 2 of 4 สัมผัสวัฒนธรรมของสิงคโปร์ชวนให้นึกถึงการออกแบบห้องนอนแขก (ภาพ: Artyzen Singapore)
Photo 3 of 4 ห้องน้ำแขกมอบความสงบในตอนท้ายของวันด้วยอ่างอาบน้ำอันผ่อนคลาย (ภาพ: Artyzen Singapore)
Photo 4 of 4 ห้องพักมองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมือง Cuscaden (ภาพ: Artyzen Singapore)

อาร์ติเซน ฮอสพิทอลิตี้ (Artyzen Hospitality) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง เปิดตัวในสิงคโปร์ช่วงกลางปี 2023  โดยจะเปิดตัวโรงแรมแห่งแรกในสิงคโปร์บนพื้นที่มรดกอันมีเอกลักษณ์  ไม่น่าเชื่อว่า สถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์สวนเขตร้อนของหลานชายของ ตัน ต็อก เส็ง (Tan Tock Seng) ผู้ใจบุญ ปัจจุบัน อาร์ติเซน สิงคโปร์ ถูกจัดเป็นจุดหมายปลายทางที่ผ่อนคลายสำหรับนักเดินทางรุ่นมิลเลนเนียน (Millennial) และ เจนซี (Gen Z) โดยนำวัฒนธรรม สีสัน และเทสต์มาตีความใหม่

ได้รับการออกแบบโดยความร่วมมือจาก อง แอนด์ อง อาร์คิเทคส์ (Ong & Ong Architects) และนิค เกรแฮม แอนด์ แอสโซซิเอทส์ (Nic Graham & Associates) ทำให้สถานที่เขียวชอุ่มแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และเป็นโรงแรมร่วมสมัยที่มีห้องพัก 142 ห้องระดับรางวัล พร้อมด้วยห้องสวีทสไตล์ทันสมัยและห้องพักที่มีการตกแต่งภายในที่หรูหรา อาทิ เควนิโน (Quenino) ออกแบบโดย วิคเตอร์ เหลียง(Victor Liong) เป็นคาเฟ่ที่ผสมผสานรสชาติและอาหารแบบพื้นบ้านเข้าไว้ด้วยกัน สวนบนดาดฟ้าที่มีสระว่ายน้ำไร้ขอบยื่นออกมาขนาด 25 เมตร และชั้นออกกำลังกายและดูแลสุขภาพพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ศูนย์ออกกำลังกาย สตูดิโอโยคะ และห้องทรีทเมนท์สปา

11. แพน แปซิฟิก ออร์ชาร์ด (Pan Pacific Orchard)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 10 สวน Pan Pacific Orchard ที่ออกแบบโดย biophilic โดย Woha Architects เรืองแสงในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 2 of 10 The Beach Terrace ได้รับการออกแบบให้มีสระว่ายน้ำโค้งออร์แกนิกเพื่อการลุยน้ำและผ่อนคลาย (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 3 of 10 ห้องพรีเมียร์บัลโคนีลอฟท์มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นสองเท่าและมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวเส้นขอบฟ้าของเมือง (ภาพ: Pan Pacific Orchard) รูปที่ 2 จาก 5 แสงไฟโดยรอบทำให้ห้อง Pacific Club Room ดูอบอุ่นและสว่างไสว (ภาพ: Pan Pacific Orchard) ภาพถ่าย 3 จาก 5 ใช้ชีวิตอย่างมีระดับในห้องพักและห้องสวีทหรูหราสไตล์โมเดิร์นที่ Pan Pacific Orchard (ภาพ: Pan Pacific Orchard) รูปที่ 4 จาก 5 ห้องสวีทกว้างขวางนี้มีเตียงขนาดคิงไซส์ พื้นที่เลานจ์ และ ระเบียงกลางแจ้ง (ภาพ: Pan Pacific Orchard) รูปที่ 5 จาก 5 อาบน้ำอย่างหรูหราพร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของเมือง (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 4 of 10 สถาปัตยกรรมของ Pan Pacific Orchard อำนวยความสะดวกให้กับระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่จำนวน 4 แห่ง และสวนแนวตั้งที่อุดมสมบูรณ์ (ภาพ: Darren Soh/Pan Pacific Orchard)
Photo 5 of 10 ห้องพักสูง 2 ชั้นพร้อมเลานจ์ชั้นลอยและหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 6 of 10 สามารถมองเห็นองค์ประกอบของธรรมชาติพร้อมกับเส้นขอบฟ้าของเมืองได้จากหน้าต่างของห้อง Beach Terrace Suite นี้ (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 7 of 10 การตกแต่งภายในที่สว่างไสวและสว่างไสวของร้านอาหาร Mosella ผสมผสานกับบันทึกการออกแบบสไตล์ทรอปิคอลสมัยใหม่ (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 8 of 10 ล็อบบี้เลานจ์ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งที่เป็นกลาง (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 9 of 10 ใช้ชีวิตอย่างมีระดับในห้องพักและห้องสวีทหรูหราสไตล์โมเดิร์นที่ Pan Pacific Orchard (ภาพ: Pan Pacific Orchard)
Photo 10 of 10 โรงแรมปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวกว่า 78,577 ตารางฟุต (ภาพ: Pan Pacific Orchard)

แพน แปซิฟิก โฮเต็ล กรุ๊ป (Pan Pacific Hotels Group) มีกำหนดเปิดตัวโรงแรมหรูแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารอันคึกคักของออร์ชาร์ด

ในไตรมาสที่สองของปีนี้ แพน แปซิฟิก ออร์ชาร์ด ออกแบบโดยโวฮา อาร์คิเทคส์ ซึ่งจะสร้างนิยามใหม่ให้กับทิวทัศน์ของเมืองใจกลางสิงคโปร์ ด้วยสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนของระเบียงแนวตั้งตามธรรมชาติสี่ระเบียง ได้แก่ ป่า ชายหาด สวน และเมฆ ซึ่งเต็มไปด้วยใบไม้มากกว่า 78,577 ตารางฟุต ครอบคลุมพื้นที่สองในสามของของพื้นที่ทั้งหมดของโรงแรม ผู้เข้าพักและผู้มาเยือนจะพบกับสิ่งอำนวยความสะดวกอันน่าดึงดูดใจของห้องพักจำนวน 347 ห้อง เช่น สระว่ายน้ำกลางแจ้งและบาร์ริมสระบนชั้น 5 บีชคลับลอฟต์ส่วนตัว 10 ห้อง แปซิฟิกคลับเลานจ์ (Pacific Club Lounge) อันหรูหรา และห้องบอลรูมไร้เสาบนชั้น 18 ที่สามารถรองรับความจุได้ จำนวน 420 ที่นั่ง

12. ราฟเฟิลส์ เซ็นโตซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา (Raffles Sentosa Resort & Spa)

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Raffles Sentosa Resort & Spa จะมีวิลล่า 61 หลังซึ่งออกแบบโดย Yabu Pushelberg (ภาพ: Raffles Sentosa Resort & Spa)
Photo 2 of 4 ทางเข้าวิลล่าที่ Raffles Sentosa Resort & Spa (ภาพ: Raffles Sentosa Resort & Spa)
Photo 3 of 4 ร้านอาหารพิเศษบนชั้นดาดฟ้าที่ Raffles Sentosa Resort & Spa (ภาพ: Raffles Sentosa Resort & Spa)
Photo 4 of 4 ห้องบอลรูมของ Raffles Sentosa Resort & Spa หันหน้าไปทางดาดฟ้าสระว่ายน้ำ (ภาพ: Raffles Sentosa Resort & Spa)

ราฟเฟิลส์ เซ็นโตซ่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จะเปิดตัวโรงแรมแห่งที่สองในสิงคโปร์ในช่วงปลายปี 2023 ประกอบด้วยวิลล่าหรู 61 หลัง แต่ละหลังมีสระว่ายน้ำของตัวเอง รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ออกแบบโดย Yabu Pushelberg ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์คและโตรอนโต การออกแบบได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของสิงคโปร์  รีสอร์ทครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,076,391 ตารางฟุต และจะมีประเภทที่พักสไตล์ร่วมสมัย ตั้งแต่วิลล่าแบบหนึ่งห้องนอน (ขนาด 2,799 ตารางฟุต) ฟุต) ไปจนถึงวิลล่าสี่ห้องนอนที่กว้างขวาง (ขนาด 4,844 ตารางฟุต)

นอกจากนี้ รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ยังมี ไรเตอร์ส บาร์ (Writers’ Bar) เป็นร้านน้ำชาและค็อกเทลเลานจ์ มีอาหารและห้องอาหารสุดคลาสสิกที่มีที่มาจากสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของ ราฟเฟิลส์ โฮเต็ล สิงคโปร์

13. เดอะ สแตนดาร์ด (The Standard)

Tatler Asia
Above ภาพรวมด้านหน้าของโรงแรม The Standard ในสิงคโปร์ (ภาพ: The Standard)

 

เดอะ สแตนดาร์ด เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในไตรมาสที่สามของปี 2023 เป็นการเปิดศักราชใหม่ของสิงคโปร์ด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โรงแรมบูติกขนาด 143 ห้องแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลยอดนิยมบนถนนออเรนจ์ โกรฟ (Orange Grove) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนออร์ชาร์ด ออกแบบโดย Verena Haller ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของ Standard International ร่วมกับ Ministry of Design ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์การตกแต่งภายในและ DP Architects ที่มุ่งเน้นด้านสถาปัตยกรรมของอาคารและการจัดสวนสำหรับโครงการ  โรงแรมนี้ เป็นโรงแรมประเภทบูติกแห่งแรกในสิงคโปร์ ซึ่งจะมอบสิ่งอำนวยความสะดวกอันหรูหราให้กับทั้งผู้เข้าพักและผู้มาเยือน ได้แก่ ร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา รายการศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมด้วยสระว่ายน้ำแบบไร้ขอบเขต และบาร์ริมสระน้ำที่ตั้งอยู่ท่ามกลางลานพฤกษศาสตร์ที่เขียวชอุ่ม



This story was originally written in English by Margaux Levy.

ต้นฉบับเขียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 และปรับปรุงข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 โดย Margaux Levy โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

มองโตเกียวผ่านสายตาสถาปนิกชื่อก้องโลก ‘Kengo Kuma’

บรรยากาศสงบริมน้ำในป่ากลางเมือง มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ หาความสำราญที่สมบูรณ์แบบ

คาเฟ่ 7 แนว แถวหน้าในกรุงโชล

 

Topics