การที่ Elon Musk รีแบรนด์ เปลี่ยนชื่อแอปฯ และเปลี่ยนรูปนกที่เป็นสัญลักษณ์ของ Twitter ส่งผลต่อแพลตฟอร์มอย่างไรบ้าง
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2022 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ประกาศทุ่มเงินซื้อสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Twitter ไปด้วยเงิน 44 พันล้านบาท ต่อมาช่วงกลางปี 2023 เขาก็ทำการเปลี่ยนโลโก้ Twitter ที่เป็นภาพจำของใครหลายๆ คนจากนกสีฟ้า ให้กลายเป็นโลโก้ตัวอักษร X แบบเรียบๆ ทั้งหมดนี้สร้างความไม่พอใจ ตื่นตกใจ และอีกสารพัดอารมณ์ของผู้ใช้งานทั่วโลก
ในวันที่เขาเข้ามาเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น Twtiter นี้ เขาค่อนข้างจะไม่พอใจกับประสิทธิภาพและทิศทางการทำงานของแพลตฟอร์มสักเท่าไหร่ เขาหัวเสียกับกระแสเงินสดที่ติดขัดของบริษัท โดยกล่าวว่า "รายได้โฆษณาลดลง 50 เปอร์เซ็นต์บวกกับภาระหนี้จำนวนมาก" และยังพาลหัวเสียไปกับแอปพลิเคชั่น Threads จาก Meta ที่เปิดตัวในช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม กับความคล้ายคลึงของฟังก์ชั่นการทำงาน โดยมัสก์เรียกมันว่า "copycat"
จากแหล่งข่าว มัสก์ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ Twitter เป็น X หลังจากที่เขาเข้าซื้อ Twitter ความหลงใหลในตัวอักษร X ของมัสก์เป็นที่รู้กันดี โดยในปี 1997 เขาก่อตั้ง X.com ซึ่งในที่สุดก็กลายมาเป็น PayPal, SpaceX บริษัทผลิตยานอวกาศของเขามีตัวอักษรอยู่ในชื่อและโลโก้ และชื่อลูกชาย Grimes X Æ A-12 นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม: ทำไมมนุษย์ยังคงเหนือกว่า AI...ในตอนนี้

Above Elon Musk เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ Twitter ของเขาเป็นโลโก้ใหม่ X (ภาพ: Getty Images)
มัสก์กล่าวว่าเขาเลือก X เป็นโลโก้ชั่วคราว และอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงในภายหลัง แต่เพียงแค่สองวันหลังจากการประกาศของเขา โลโก้ก็ถูกแทนที่ด้วยโลโก้ที่มีเส้นหนาขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น มัสก์ก็ทวีตว่า “ฉันไม่ชอบแท่งที่หนากว่านี้ เลยเปลี่ยนกลับ”
นอกจากนี้เขายังมีลูกเล่นแอบบอกเป็นนัยว่า ต่อไปนี้จะใช้ชื่อ “X" โดยเขารวบรวมงานออกแบบโลโก้จากผู้ติดตามของเขา และสุดท้ายเขาก็ได้เลือกงานขึ้นมาหนึ่งชิ้น และเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นโลโก้ใหม่พร้อมยืนยันการอัปเดตด้วยว่า “ตามที่สัญญาไว้”
Kelvin Tang ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Pons.AI แสดงความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงโลโก้ “ผมคิดว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวที่สมเหตุสมผล และทะเยอทะยานมากสำหรับมัสก์ เพื่อส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า เขาจะเปลี่ยนแปลง 'Twitter' ที่ซบเซาไปสู่ซูเปอร์แอปฯ ที่คล้ายกับ WeChat ผสมผสานโซเชียลมีเดีย บริการทางการเงิน และ AI ที่ล้ำสมัย”
เขาตั้งข้อสังเกตว่า มัสก์ยังแสดงตัวตนของเขาในโลกของ AI กับบริษัทปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่งเปิดตัว xAI อีกหนึ่งหลักฐานความหลงใหลในตัวอักษร X ซึ่งพยายามแข่งขันกับ OpenAI และ Google DeepMind
“เมื่อพิจารณาจากประวัติ และรูปแบบการบริหารจัดการของมัสก์แล้ว การเปลี่ยนชื่อเพียงชั่วข้ามคืนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย” Tang ผู้ดูแลแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการด้านศิลปะเชิงสร้างสรรค์ของ AI กล่าวเสริม
Melvin Poh ผู้ได้รับรางวัล Gen.T อีกคน เขาคือผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มแบ่งปันความรู้แบบเปิด ‘Empirics Asia’ ที่มีความเห็นว่า แม้ Twitter จะเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ แต่ในด้านนวัตกรรม บริษัทกลับหยุดนิ่งไม่มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมานานมากแล้ว เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ “มัสก์มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่จะยกเครื่อง รวมไปถึงพลิกโฉมหลักการขั้นพื้นฐานของแพลตฟอร์มนี้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลที่เขาเปลี่ยนชื่อ เพื่อให้แอปฯ เป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ”
Poh กล่าวเสริมว่า “แม้แต่หลายๆ แบรนด์ระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับอย่างยาวนาน เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์นั้นก็อาจไม่สามารถเชื่อมโยงกับสังคมอีกต่อไปแล้ว วิวัฒนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคตก็ตาม”
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นวัตกรรม จากเอเชียและที่อื่นๆ
This story was originally written in English by Chong Jinn Xiung.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2023 โดย Chong Jinn Xiung โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
โค้ช TEDx เผยเคล็ดลับเสริมความมั่นใจการพูดในที่สาธารณะ (Public Speaking)
สิทธิ ศรีชวาลา กับมุมมองผู้บริหารรุ่นใหม่ และร้านอาหาร Opera Italian Restaurant
ค้นพบเสน่ห์ความดึงดูดของเครื่องประดับวินเทจ ที่ควรค่าแก่การลงทุน
Topics





