สาขาใหม่ใจกลางเมืองพร้อมเสิร์ฟ specialty coffee ด้วยวิธีการชงกาแฟ sand coffee ที่นำมาปรับให้ทันสมัย
คอกาแฟหลายคนน่าจะเห็นพ้องกันว่า เสน่ห์ของการดื่มกาแฟนั้นมีหลากหลายมิติ ตั้งแต่เรื่องของรสชาติที่หลากหลายทั้งจากเมล็ดพันธุ์กาแฟและวิธีการวอชและการคั่ว การเสิร์ฟ การชง ส่วนผสมอื่นๆ รวมไปถึงบรรยากาศที่สร้างอรรถรสให้เครื่องดื่มเก่าแก่ที่ยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก
การชงกาแฟนั้นเรียกได้ว่ามีพิธีรีตองและแนวทางที่แตกต่างกันไปมากมาย แล้วแต่เทคนิคของบาริสต้าแต่ละคนและรสนิยมของคนดื่ม วิธีหนึ่งที่ให้กาแฟรสเข้มถึงใจและสร้างความรู้สึก exotic ได้ดีคือ การชงกาแฟด้วยทรายร้อนหรือ sand coffee ซึ่งเป็นเทคนิคประจำท้องถิ่นของชาวตุรกีที่มีมานานหลายร้อยปีแล้ว ตอนนี้ชาวกรุงเทพฯ จะได้สัมผัส sand coffee แล้วที่ Shaloba x Scene Erawan สาขาใหม่ใจกลางเมืองที่ Erawan Bangkok
อ่านเพิ่มเติม: ห้ามพลาด บรันช์ที่ดีที่สุดทั่วกรุงเทพฯ
ชื่อของร้านอ่านว่า “ชะลอบาร์” เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า slow bar ในภาษาอังกฤษ ที่ตั้งใจให้ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟได้ดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟอย่างช้าๆ เริ่มจากการเตรียมกาแฟที่ต้องใช้เวลาและความพิถีพิถัน สาขานี้ถือเป็นสาขาที่สามแล้ว หลังจากที่โรงแรม เดอะ สลิล ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ (ปิดบริการชั่วคราวในขณะนี้) และโรงแรม บ้านตึกดิน บนถนนดินสอ ให้คอกาฟที่อยากปล่อยใจกับกาแฟถ้วยโปรดได้นั่งชิลสบายๆ ใจกลางเมือง ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งร้านสไตล์วินเทจแบบชิคๆ

Above กาแฟตุรกีแบบดั้งเดิมเสิร์ฟพร้อมกากกาแฟในถ้วยเดอมิทาส (ภาพ: Getty Images)

Above หม้อเจสแวสามารถนำมาใช้กับเตาฟืนและเตาครัวตามบ้านได้ด้วย (ภาพ: Getty Images)
การชงกาแฟด้วยทรายร้อนหรือ sand coffee แบบดั้งเดิมเป็นการนำกาแฟที่บดแล้วใส่ในถ้วยก้นบานที่เรียกว่า เจสแว (cezve) เติมน้ำ แล้วเอาไปตั้งหรือซุกลงในอ่างทรายที่มีฟืนสุมด้านล่าง ว่ากันว่าเป็นวิธีชงกาแฟแบบลูกทุ่งระหว่างการเดินทางหรือพักแรมในทะเลทรายที่หาฟืนได้ยาก จึงหันมาใช้ทรายที่เก็บความร้อนได้ดีในการปรุงและอุ่นอาหาร รวมทั้งต้มน้ำทำเครื่องดื่ม
พอน้ำเดือดจนกาแฟเป็นฟอง เอาช้อนคนๆ และคะเนเอาว่าต้มจนกาแฟคายรสและกลิ่นออกมาจนพอใจแล้วก็ยกเทใส่แก้วเล็กๆ ลวดลายสวยงามที่เรียกว่า เดอมิทาส (demitasse) แล้วดื่มโดยไม่มีการกรองกากกาแฟออก ดื่มจนหมดแล้วจะเหลือเป็นคราบกาแฟเปียกๆ เหมือนโคลนเกาะก้นถ้วยที่แม่หมอบางคนยังสามารถเอาไปดูดวงชะตาได้อีก
ปัจจุบันยังมีการต้มกาแฟด้วยหม้อเจสแวอยู่แต่ใช้การต้มบนเตาไฟฟาตามบ้านเรือนทั่วไป โดยยังคงคอนเซ็ปต์แบบดั้งเดิมคือไม่มีการกรองกาก และดื่มแบบร้อนเท่านั้น

Above กาแฟสไตล์ตุรกีที่กรองกากออกแล้ว (ภาพ: Shaloba)

Above เมนูกาแฟแบบร้อนและเย็นที่ Shaloba x Scene Erawan (ภาพ: Shaloba)
ที่ Shaloba x Scene Erawan ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องคอยบ้วนกากกาแฟทิ้ง เพราะบาริสต้าใช้วิธีการชั่ง ตวง วัด แบบสมัยใหม่ที่ให้รสชาติคงที่ทุกแก้ว และมีการกรองกากกาแฟออกเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นและสามารถสร้างสรรค์เมนูแบบเย็นได้อีกหลายแบบ
เมล็ดกาแฟของทางร้านที่สาม “ซีรีส์” ได้แก่ CoffTea Series สำหรับคนที่อยากเปิดใจรับรสและกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย เพราะจะมีกลิ่นและรสชาติของชา แต่มีอาฟเตอร์เทสต์เป็นกาแฟ ซีรีส์ที่สองคือ Exotic Coffee คัดพิเศษจากแหล่งปลูกหายากทั่วโลก มีกลิ่นหอมและรสชาติชัดเจน ซีรีส์สุดท้ายคือ Local Coffee ใช้กาแฟไทยคั่วแบบไร้ควันจนได้กาแฟที่สะอาด ดื่มง่าย และมีรสชาติแบบช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังมีชาหลายรายการ ขนมหวานและเบเกอรีให้บริการด้วย

Above ทรายร้อนระอุที่ช่วยเร่งน้ำในหม้อให้เดือดอย่างช้าๆ (ภาพ: Shaloba)
แน่นอนว่าจุดเด่นคือหลุมทรายสองหลุมที่หน้าบาร์ที่นำเสนอวิธีการชง sand coffee แบบดั้งเดิมในหม้อเจสแวให้ดูอย่างใกล้ชิด (ถ้าไม่กลัวร้อน)
คอกาแฟรู้ดีว่าอุณหภูมิของน้ำและระยะเวลาการต้มนั้นมีความสำคัญมากต่อรสชาติ บาริสต้าที่นี่จึงควบคุมอุณหภูมิสำหรับกาแฟแต่ละแบบโดยเฉพาะ ให้คุณได้ชมการชงกาแฟบนหลุมทรายเพลินๆ ค่อยๆ ได้กลิ่นหอมของกาแฟที่โชยออกมาในการให้ความร้อนแต่ละครั้ง ก่อนจะได้ลิ้มรสและสัมผัสกาแฟระดับพรีเมียมที่น่าอภิรมย์ นับเป็นประสบการณ์การดื่มกาแฟที่คอกาแฟห้ามพลาด
Shaloba x Scene Erawan
ที่อยู่: Erawan Bangkok ชั้น 1 (บีทีเอสชิดลม), 062-406-9223
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งกับ 5 ห้องอาหารดีไซน์โดดเด่น
ชวนสำรวจเรื่องราวแสนลึกซึ้งของแต่ละเครื่องดื่ม ที่ล้วนมีเรื่องราวเฉพาะในแบบของตัวเองที่ Vessel







