ตั้งแต่งานใหญ่อย่าง Off Menu ไปจนถึงกิจกรรม Chef Collaboration ดินเนอร์มื้อพิเศษที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่องาน Tatler Best of Andaman ในครั้งนี้โดยเฉพาะ
Tatler Thailand สร้างปรากฏการณ์ด้านรสชาติอีกครั้ง พร้อมผลักดันชายฝั่งอันดามันสู่เดสติเนชันแห่งการท่องเที่ยวและอยู่อาศัยระดับโลกกับอีเวนท์ใหญ่ประจำภูมิภาค 'Tatler Best of Andaman' ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก จากการร่วมมือกันระหว่าง Tatler Thailand, Tourism Authority of Thailand (TAT) และ Banyan Tree Phuket เพื่อผลักดัน 3T: Taste (สุนทรียศาสตร์แห่งอาหาร), Tranquility (ฟื้นฟูกายใจด้วยหลากหลายกิจกรรมด้านสุขภาพ) และ Timeless Living (ศิลปะแห่งที่อยู่อาศัยอันยั่งยืน) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 เมษายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจาก Tatler Community และแขกคนสำคัญอย่างท่วมท้น ถึงหลากหลายกิจกรรมที่ยกระดับการท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามันได้อย่างงดงาม
เริ่มจากกิจกรรมด้าน Taste สุนทรียศาสตร์แห่งอาหาร ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นอันน่าตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยรสชาติอันล้ำเลิศของวัตถุดิบท้องถิ่นของอันดามัน
อ่านเพิ่มเติม: ศิลปะแห่งแดนอาทิตย์อุทัยบนโต๊ะอาหาร: ตามรอย 5 พิกัดหรูที่ยกระดับ Japanese Cuisine ในกรุงเทพฯ
OFF MENU: April 24, 2026 at RAVA Beach Club
เริ่มด้วยกิจกรรม ‘Off Menu’ ที่รวบรวมสุดยอดเชฟและร้านอาหารกว่า 24 แห่ง นำเสนอเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงบาร์และเครื่องดื่มอีก 7 แบรนด์ เฉลิมฉลองสุนทรีย์แห่งรสชาติ จิตวิญญาณแห่งอาหาร และวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน 2026 ที่ RAVA Beach Club คลับริมหาดที่โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของท้องทะเล ณ โรงแรม Banyan Tree Phuket
โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก Ms. Claire Chiang, Co-Founder Banyan Group ขึ้นกล่าวเปิดงาน ตามด้วย Ms. Stephanie Tay, Executive Managing Director, Tatler Singapore และ Thailand, ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ Editor-in-Chief, Tatler Thailand และสืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์ Senior Dining Advisor, Tatler Thailand กล่าวต้อนรับแขกคนพิเศษและพาร์ทเนอร์ทุกท่านอย่างเป็นกันเอง รวมถึงมนาเทศ อันนวัฒน์ President, Thailand Privilege Card กล่าวทักทายเพื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการ
อ่านเพิ่มเติม: บทพิสูจน์ครั้งใหม่ของ ‘เชฟป้อม’ และ ‘เชฟแอร์’ กับร้านอาหารไทยต้นตำรับ ‘ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining’
ตามด้วยการแสดงที่จัดเต็มตลอดค่ำคืน อาทิ ‘Reveria to Rio’ โดย DJ Kraiz, การแสดงไฟริมชายหาดจาก Banyan Tree Phuket และ Caviar Lady จาก Aquatir Caviar ที่เสิร์ฟคาเวียร์ระดับพรีเมียมให้กับแขกในงานตลอดค่ำคืน ฯลฯ เพิ่มอรรถรสให้กับหลากหลายเมนูที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากสุดยอดเชฟและร้านอาหารทั้ง 24 แห่ง ได้แก่ Baba Lee, Blue Elephant Governor Mansion Phuket, Dara Cuisine Phuket, Ebbe BKK, Five Olives, Gluttony by the Sin, Heh, KHAAN Bangkok, L’Arôme by the Sea, Lob-Baan, Marni Phuket, Mok Ubon Ratchathani, PATHAPHi, RAVA Beach Club, Royd, Saffron, Sea Fire Salt Phuket, Samut, Sense by Amatara Welleisure Resort, Su Va Na, Tamarind Restaurant, Tambu Phuket, The Smokaccia Laboratory และ VIU รวมถึงบาร์และเครื่องดื่มอีก 7 แบรนด์ ได้แก่ Akoya | Star Lounge, Grey Goose, Nakin Distillery, NOLO Thailand, PRAKAAN, Veuve Clicquot และ Wine & Spirit Distribution และช่วงฟรีโฟลว์ที่เสิร์ฟโดย Laguna Global Intertrade รวมทั้ง Aquatir Caviar ที่ช่วยยกระดับเมนูอาหารให้ยิ่งหรูหราและเต็มไปด้วยมิติรสชาติอันล้ำเลิศ เสิร์ฟความพรีเมียมพร้อมกับเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับหลากหลายร้านอาหารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น The Smockacia Laboratory, EBBE BKK และ Royd และ Thailand Privilege ผู้สนับสนุนคนสำคัญที่ทำให้งานในค่ำคืนนี้เกิดขึ้นได้อย่างงดงาม ทั้งยังมีบูธของที่ระลึกที่ถ่ายทอดถึงภูมิปัญญาแบบไทย
ตลอดค่ำคืนจึงเต็มไปด้วยประสบการณ์และรสชาติที่สร้างความประทับใจให้กับ Tatler Community ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น กิระนา ชูว์เทอร์, ปวริศา เพ็ญชาติ, อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์, สวัสดิพงศ์ บวรวาณิชยกูร, มนตรี วิโรจน์เวชภัณฑ์, กรกนก ยงสกุล, คณิศร เปรมประเสริฐ, กมลชนก ยิ้มพิมพ์ใจ, นันทิยา อินทรลิบ, อติญาณี มัธยมจันทร์ รวมถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์อย่าง eat like the boss, sweetpauline, vicha chill และ enjoyVIPs
CHEF COLLABORATION 'Saffron X R-HAAN': April 25, 2026
อีกหนึ่งค่ำคืนอันน่าจดจำที่เปี่ยมไปด้วยเมนูอาหารที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยจิตวิญญาณและวัตถุดิบท้องถิ่นอันล้ำเลิศ Chef Collaboration: เชฟวรพงศ์ จาก Saffron x เชฟชุมพลและเชฟนภาวี จาก R-HAAN สุดยอดเชฟจากสองร้านอาหารชั้นนำที่มาร่วมกันรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่นำเสนอในงาน Tatler Best of Andaman วันที่ 25 เมษายน 2026 โดยเฉพาะ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของห้องอาหาร Saffron ที่ตกแต่งอย่างสง่างามในรูปแบบไทยประยุกต์ ล้อมรอบด้วยลากูนที่ช่วยให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย
เริ่มต้นด้วยเมนูคานาเปและเครื่องดื่มตอนรับแขกคนสำคัญก่อนเริ่มดินเนอร์มื้อพิเศษ พร้อมกับชมการแสดงอันน่าตื่นตา ทั้งการรำไทย การแสดงไฟเข้ากับจังหวะตีกลอง การรำโขน ฯลฯ จากนั้นก็ได้เวลาของดินเนอร์ที่ทุกคนรอคอย เริ่มจากเปาะเปี๊ยะกุ้งสด เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์เพิ่มรสสัมผัสเข้มข้น, ต้มจิ๋วไก่เบตง น้ำซุปใสรสจัดจ้านเข้ากับเนื้อไก่ชุ่มฉ่ำ, ปลาเต๋าเต้ยย่างขมิ้นกับสลัดไหลบัวที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจากใบตอง, แพนงเป็ดย่างกับข้าวหอมมะลิอบเคยฉลู โดยใช้ข้าวจากเกาะสุกรที่มีความเหนียวนุ่ม และขนมเปียกปูนกับสับปะรดภูเก็ตย่าง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมัทฉะ และ Petit Fours อย่าง Paris Phuket, Tom Yum Macaron, Krayaku Rice Canelé และ Siam Ruby Pomelo Tart ปิดท้ายค่ำคืนได้อย่างงดงาม
CHEF COLLABORATION 'Baba Lee X Chim by Siam Wisdom X Chim Dining KL': April 25, 2026
ดินเนอร์ที่หลายๆ คนรอคอยกับดินเนอร์ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดย 3 สุดยอดเชฟระดับไฟน์ไดนิ่งของครัวอาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเปอราเนอกันอย่างเชฟ Luca แห่ง Baba Lee, เชฟธนินธร แห่ง Chim by Wisdom และเชฟ Willy แห่ง Chim Dining KL ร่วมรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบ GI ชั้นเลิศจากแถบอันดามัน
ถ่ายทอดเป็นศิลปะแห่งรสชาติอันล้ำเลิศ ชูรสชาติและวัฒนธรรมของภูเก็ตได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านทางหลากหลายเมนูอย่าง Amuse-Bouche ได้แก่ ทาโก้กุ้งแม่น้ำ, ลิ้นวัว และโรลไก่ใส่เครื่องเทศ ตามด้วยซิกเนเจอร์ซุปจาก Chim by Wisdom, อาหารเรียกน้ำย่อยเป็นปูทะเลรสร้อนแรง, กุ้งซอสมะขาม และปลาตามฤดูกาล จากนั้นจึงเข้าสู้เมนคอร์สเสิร์ฟเป็นริซอตโตล็อบสเตอร์จากภูเก็ต และจบด้วยของหวานดั้งเดิมแบบมาเลย์ที่ผสานรสชาติของมันหวาน, กล้วย, มะพร้าว และเผือกเข้าด้วยกัน ก่อนจะเสิร์ฟ Petit Fours ในตอนท้าย ถ่ายทอดรสชาติแห่งวัฒนธรรมอันดามันได้อย่างสวยงาม ครบครัน และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ
อ่านเพิ่มเติม: ถอดรหัสความวิจิตรของ 'ข้าวแช่ชาววัง' ศิลปะบนโต๊ะอาหารที่ท้าทายกาลเวลา
CHEF COLLABORATION 'Saffron X R-HAAN': April 26, 2026
เป็นการร่วมกันรังสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกครั้งของเชฟชุมพลและเชฟนภาวี จาก R-HAAN แต่ในครั้งนี้ได้เชฟทิพาพร จาก Saffron เป็นตัวแทนในค่ำคืนที่ 26 เมษายน ซึ่งตัวเมนูเองก็ถูกคิดค้นรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน แม้จะยังคงเป็นอาหารไทยประยุกต์ที่ขึ้นชื่อของทั้งสองสุดยอดร้านอาหารก็ตาม แต่ละเมนูล้วนมีความพิเศษและแตกต่างด้วยรสชาติที่เข้มข้นและจัดจ้าน
หลังจากที่แขกคนพิเศษได้รับประทานคานาเปและจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมชมการแสดงแล้วก็ได้เวลาลิ้มลองความเลิศรสของหลากหลายเมนูที่ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กุ้งย่างสะเดาสับปะรดน้ำปลาหวาน, ต้มข่าคาปูชิโนหอยเชลล์กับคาเวียร์, ปูไข่กับเคยเค็มนึ่ง, เนื้อสิชล แบรงกัสย่างเกลือทะเล ทานกับคั่วกลิ้งผัก และมันฝรั่งโดฟินัวส์ ก่อนจะไปต่อที่ของหวานเป็นข้าวเหนียวมะยงชิด เสิร์ฟกับไอศกรีมชาไทย และปิดท้ายด้วย Petit Fours เช่นเดียวกับค่ำคืนวันแรก สร้างความประทับใจให้กับแขกคนสำคัญในงานได้อย่างไร้ที่ติ
CHEF COLLABORATION 'Su Va Na x Gluttony by The Sin x L’éléphant': April 26, 2026
การคอลแลบฯ ระหว่าง 3 เชฟจาก 3 ร้านทั่วไทย ทั้งเชฟ Atanu จาก Su Va Na (ภูเก็ต), เชฟยุทธจักร จาก Gluttony by the Sin (กรุงเทพฯ) และเชฟปฐพี จาก L’éléphant (เชียงใหม่) โดยดินเนอร์ในครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ร้าน Su Va Na หนึ่งในหมุดหมายสำคัญเพื่อประสบการณ์การด้านรสชาติและบรรยากาศดินเนอร์ใต้น้ำที่ยากจะลืมเลือน อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่ได้รับรางวัลการันตีมามากมาย รวมถึง World's Best Underwater Restaurant 2024
เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟถูกรังสรรค์ขึ้นโดยคัดเฉพาะวัตถุดิบ GI ชั้นเลิศจากแถบอันดามันโดยเชฟระดับตำนานทั้ง 3 แขกคนพิเศษต่างเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศใต้ท้องทะเลอันน่าอัศจรรย์และการร่ายรำของเงือกสาว ขณะได้ลิ้มลองรสชาติอันล้ำเลิศของหลากหลายเมนู อาทิ Amuse-Bouche อย่างปลาฮามาจิทานกับไข่ปลาแซลมอนและเจลมะกรูด, ลิ้นวัวรมควันทานกับดิจอนมัสตาร์ดและซอสเนื้อตุ๋นไวน์ และซีบัคกับอะโวคาโด ก่อนจะเข้าสู่คอร์สเมนูด้วยหอยเชลล์ฮอกไกโดหมักวาซาบิ เสาวรส และชีสเค้กมะพร้าว ตามด้วยล็อบสเตอร์เผาทานกับพอนสึและโซบะสาหร่าย และซุปเนื้อลูกวัวและแก้มวัว ในขณะที่พรีเมนเป็นปลาทะเลน้ำลึกซอสเบอร์บลองและเฟนเนลกงฟีต์ ก่อนจะเสิร์ฟเมนคอร์สด้วยเป็ดบาร์บารีดรายเอจ ซอสสับปะรดและมังคุดเชื่อม ล้างปากด้วยซอร์เบต์รสผลไม้นานาชนิด แล้วจึงเสิร์ฟของหวานเป็นครีมเยรูซาเล็มอาร์ติโชก และไอศกรีมรสองุ่นกับอัลมอนด์ จบด้วย Petit Fours ที่มอบรสชาติอันหลากหลายของทรัฟเฟิล, กระเทียมดำ และน้ำตาลโตนดจากเพชรบุรี
CHEF COLLABORATION 'HEH x Communal Table by Gēn 根': April 26, 2026
หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อและต้องมาเยือนทุกครั้งที่ได้มาภูเก็ต HEH ร้านที่ได้รับรางวัล Tatler Best มาสองปีซ้อนและยังได้กวาดรางวัลมาอีกมากมาย นำทีมโดยเชฟณัฐพนธ์ ที่มากประสบการณ์จากเมลเบิร์น ซึ่งในค่ำคืนนี้ยังมีเชฟ Johnson แห่ง Communal Table by Gēn 根 จากปีนัง มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษ รวมถึงเซอร์ไพรส์เชฟอย่างเชฟสุวิจักขณ์ จาก Royd และเชฟณัฐดนัย จาก Lob-baan กับหลากหลายเมนูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดย 4 เชฟหนุ่มไฟแรง เคล้ากับ PPRAKAAN (ปราการ) เครื่องดื่มซิงเกิลมอลต์วิสกี้แบรนด์แรกของไทย ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพระดับโลก
โดยเมนูแบบ Sharing Set ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อลิ้มรสเข้ากับ PRAKAAN TRIBURA Series (ปราการ ตรีบูร ซีรีส์) ทั้ง 3 สูตร ได้แก่ ปีกไก่ยัดไส้กะปิ, ปลากะมงพร้าวทานกับดอกดาหลาและฝรั่งสีชมพู, โลบะ หูหมูต้มพะโล้ อาหารพื้นเมืองภูเก็ต และเมนูซิกเนเจอร์อย่างบรอคโคลีเผาโรยด้วยแองโชวี่และผงปลากรอบ ให้รสสัมผัสที่กรุบกรอบ หอม และเต็มไปด้วยรสชาติ จิบเคล้าด้วย PRAKAAN SELECT CASK หอมหวาน ดื่มง่ายด้วยรสสัมผัสของผลไม้เขตร้อน, น้ำผึ้ง, วานิลลา เจือด้วย Item 1 Preview Caption กลิ่นเปลือกมะนาวบางๆ ตามด้วยเปาะเปี๊ยทอดกุ้งแม่น้ำ, ปลาเก๋าอันดามันซอสนุ่มละมุน, ข้าวอบปูในหม้อดินกลิ่นหอมกรุ่น, ฟักทองน้ำเต้ากับเนยหัวหอมและครัมเบิล ทานคู่กับสลัดผักรวม แนะนำให้จิบด้วย PRAKAAN PEATED MALT หอมเข้มข้นด้วยข้าวมอลต์บาร์เลย์คุณภาพดีผ่านกระบวนการรมควันจากถ่านพีต ทำให้มีรสชาติและกลิ่นหอมรมควัน ก่อนจะจบด้วยของหวานอย่างรังนกทะเล, บีโกหมอย ขนมหวานพื้นเมืองของภูเก็ต เป็นข้าวเหนียวเปียกดำราดกะทิหวานมัน และพิญา โคลาดา ซอร์เบต์ที่ใช้สับปะรดภูเก็ตเพิ่มความสดชื่น เหมาะจะเคล้าด้วย PRAKAAN DOUBLE CASK ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นของช็อกโกแลต, ลูกเกด และเครื่องเทศ เป็นอีกหนึ่งมื้อที่มอบความอิ่มเอมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
THE AMATARA'S LONGEVITY TABLE: April 26, 2026
ค่ำคืนแห่ง Welleisure™ บนแหลมพันวา ภูเก็ต เมื่อศาสตร์แห่งสุขภาพ รสชาติ และศิลปะแห่งการพักผ่อน มาบรรจบกันที่ Senses at Amatara Welleisure™ Resort เวลเนสรีสอร์ตแห่งแรกของภูเก็ต ผ่านดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟโดย เชฟนิมิตร แก้วพ่วง Executive Chef และเจ้าของตำแหน่ง The Winner Iron Chef Thailand ภายใต้บรรยากาศงดงามของ Sun & Moon และห้องอาหาร Scene รายล้อมด้วยวิวทะเลอันดามันและท้องฟ้ายามค่ำคืน Item 1 Preview Caption
ในยุคที่ความหรูหราไม่ได้หมายถึงเพียงความสะดวกสบาย แต่คือการได้กลับมาดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ Amatara Welleisure™ Resort จึงนำเสนอแนวคิด ‘Welleisure’ การผสานระหว่าง Wellness และ Leisure เข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม ให้การพักผ่อนและการดูแลสุขภาพเกิดขึ้นได้พร้อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบริมทะเลอันดามัน
หนึ่งในผู้ถ่ายทอดปรัชญานี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด คือ เชฟนิมิตร แก้วพ่วง Executive Chef แห่ง Amatara ผู้เชื่อว่า “อาหารเพื่อสุขภาพไม่ควรต้องแลกกับรสชาติ” เขาจึงนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากแถบอันดามันมารังสรรค์ผ่านเทคนิค fine dining ผสานภูมิปัญญาอาหารไทยภาคใต้ และการคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการอย่างพิถีพิถัน

Above เชฟนิมิตร แก้วพ่วง แห่ง Amatara

Above เชฟนิมิตร แก้วพ่วง แห่ง Amatara
ในค่ำคืนสุดพิเศษของ Tatler Best of Andaman เชฟนิมิตรได้รังสรรค์เมนูพรีเมียมแบบ 7 คอร์ส ณ Senses at Amatara Welleisure™ Resort บนรูฟท็อป Sun & Moon และห้องอาหาร Scene รายล้อมด้วยวิวท้องฟ้าและท้องทะเลภูเก็ตที่งดงาม ชวนให้ผ่อนคลายและเพลิดเพลินตลอดค่ำคืน
เริ่มต้นด้วย Amuse-Bouche Selection ได้แก่ ปลาช่อนทะเล เสิร์ฟพร้อมกะทิและขมิ้นสด, เมี่ยงคำปลากรอบและขิง, ดาหลาปูดำอันดามันเสิร์ฟคู่ส้มโอทับทิมสยามและสับปะรดภูเก็ต และข้าวยำไข่ผำที่ผสานมะพร้าวคั่วกับน้ำราดปลาหมักอย่างลงตัว
ต่อด้วย Starter ปลาเก๋าแดงอันดามันดรายเอจดองซีอิ๊ว เสิร์ฟพร้อมครีมมะพร้าวและคาเวียร์ ตามด้วย Soup อย่างแกงเลียงน้ำเต้า ซุปสมุนไพรไทยที่อุดมไปด้วยฟักทอง กั้งกระดาน และเนื้อปู
ในส่วนของ Entrée คือหมึกน้ำดำ เสิร์ฟกับทับทิมและข้าวไรซ์เบอร์รี่กรอบ และซอสพริกสไตล์ภูเก็ต ก่อนเข้าสู่ Main Course มังกรภูเก็ต—ล็อบสเตอร์เจ็ดสีจากภูเก็ตย่าง เสิร์ฟคู่กระทงทองผักกูด ข้าวกล้อง และซอสใบกะหรี่แบบใต้
ปิดท้ายด้วยของหวาน ทุเรียนฟักทอง ฟักทองในน้ำกะทิเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมทุเรียนโฮมเมด และ Petit Fours ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดาร์กช็อกโกแลตกับเนยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ชีสเค้กมะม่วง สับปะรดภูเก็ตเผาจนหอมแล้วนำมาปั่น เสิร์ฟกับช็อกโกแลต พริก และเกลือทะเล รวมถึงพุดดิ้งมัทฉะและเชียกับมะยงชิด
นับเป็นอีกหนึ่งมื้ออาหารที่สะท้อนความสมดุลระหว่างศาสตร์แห่งสุขภาพและศิลปะแห่งการปรุงอาหารได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ การนำเสนอ และบรรยากาศ
ค่ำคืนของ Senses at Amatara ยังเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของ Tatler Best of Andaman ครั้งแรก ที่ Tatler Thailand ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Banyan Tree Phuket ยกระดับเสน่ห์ของชายฝั่งอันดามันผ่านแนวคิด 3Ts ได้แก่ Taste, Tranquility และ Timeless Living ระหว่างวันที่ 24–26 เมษายน 2026 และภายใต้บรรยากาศแห่ง Welleisure นี้ Amatara ได้พิสูจน์ว่า “ความหรูหรา” ในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงสิ่งที่เราได้รับ แต่คือการได้กลับคืนสู่ตัวเอง ผ่านรสชาติ ธรรมชาติ และช่วงเวลาแห่งความสุขที่เรียบง่ายและงดงามที่สุดริมทะเลอันดามัน
Tatler Best of Andaman จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 เมษายน 2026 โดย Tatler Thailand ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Banyan Tree Phuket | Senses at Amatara Welleisure™ Resort, Cape Panwa, Phuket

Above บรรยากาศในงาน The Amatara's Longevity Table

Above บรรยากาศในงาน The Amatara's Longevity Table
นับเป็นความสำเร็จอันท่วมท้นของ Tatler Best of Andaman ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือของ Tatler Thailand กับ Tourism Authority of Thailand (TAT) และ Banyan Tree Phuket เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับลักซ์ชูรี่ผ่านกลยุทธ์ 3Ts: Taste-Tranquility-Timeless Living ร่วมกับ InterContinental Phuket Resort by IHG, Proud Real Estate, Thailand Privilege และ Anantara Layan ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเราได้นำบทสรุปของ Taste (สุนทรียศาสตร์แห่งอาหาร) มาถ่ายทอดให้กับผู้อ่านในวันนี้ รอพบกับบทสรุปต่อไปของ Tranquility (ฟื้นฟูกายใจด้วยหลากหลายกิจกรรมด้านสุขภาพ) และ Timeless Living (ศิลปะแห่งที่อยู่อาศัยอันยั่งยืน) ในครั้งต่อไป เร็วๆ นี้
อ่านเพิ่มเติม:
ศิลปะแห่งแดนอาทิตย์อุทัยบนโต๊ะอาหาร: ตามรอย 5 พิกัดหรูที่ยกระดับ Japanese Cuisine ในกรุงเทพฯ
7 ห้องอาหารในเอเชีย กับหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การไปเยือน
ร้อยเรียงรสชาติและมิตรภาพ 135 ปี ไทย-รัสเซีย ผ่านโครงการ Geography of Russian Taste



















































































































































































































