Cover “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และ “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร “ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining” (Photo: Worapon Teerawatvijit)

เรื่องเล่าหลังครัวของสองแม่ลูก ‘เชฟป้อม’ หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และ ‘เชฟแอร์’ กุลพล สามเสน ที่ช่วยกันปลุกปั้นร้านแห่งใหม่ ‘ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining’ เพื่อพิสูจน์หนึ่งคำถามที่ค้างคาใจ “เราไม่ได้เพียงแค่พูดเก่ง…แต่เราก็ทำได้ดีเช่นกัน”

หลายคนมักจะจดจำ “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ในฐานะกรรมการเจ้าระเบียบแห่งรายการ มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ รวมถึงผู้ดำเนินรายการ ครัวชั้นสูง ซึ่งทำให้การประกอบอาหารบนคอนโดในแบบฉบับคนเมืองกลายเป็นเรื่องง่าย นอกจากนั้น เธอยังเคยเป็นเจ้าของคอลัมน์ สำรับ ในนิตยสารพลอยแกมเพชร ที่ถ่ายทอดตำรับตำราอาหารไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 250 สูตร

เบื้องหลังทักษะความรู้ความสามารถอันหาตัวจับได้ยาก คือการได้รับการบ่มเพาะ ฝึกฝน และเติบโตขึ้นมาใน “วังเทวะเวสม์” สถานที่ซึ่งเสน่ห์ปลายจวักได้ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น…โดยไม่รู้ตัว

อ่านเพิ่มเติม: "ข้าวแช่" เมนูรับร้อนประจำฤดูกาลกลับมาอีกครั้งที่ห้องอาหาร Metro on Wireless โรงแรม Hotel Indigo Bangkok Wireless Road

Tatler Asia
Above “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล (Photo: Worapon Teerawatvijit)

ขณะที่ “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน ลูกชายคนเล็ก ผู้เคยโลดแล่นในเส้นทางสายดนตรี ก่อนจะหันหลังเข้าครัวอย่างจริงจัง ผ่านทั้ง Le Cordon Bleu งานไฟน์ไดนิ่ง การฝึกฝนศาสตร์อาหารจีน จนก่อตั้งร้าน “ยุ้งฉาง” ที่สอนบทเรียนทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวอย่างไม่ปรานี

วันนี้ทั้งคู่กลับมายืนอยู่ใน “บทใหม่” ของชีวิตที่เลือกเขียนร่วมกัน…

“ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining” ร้านที่หลอมรวมภูมิปัญญาการทำอาหารจากคนครัวสี่รุ่น สู่การรับประทานแบบ “สำรับ” ที่บนโต๊ะอาหารไม่ได้มีแค่เมนูเด่นจานเดียว แต่มีความสมดุลครบเครื่อง จากสูตรอาหารภาคกลางตำรับวังเทวะเวสม์ของคุณย่า สู่อาหารพื้นบ้านภาคใต้ตำรับทุ่งสง นครศรีธรรมราช ของคุณแม่ “เชฟป้อม” ตั้งใจสืบสานและอนุรักษ์รากฐานดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน พร้อม “เชฟแอร์” ลูกชายคนเล็กที่มาร่วมพัฒนาต่อยอดให้อาหารทุกจานมีความร่วมสมัย

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ร้านนี้ยังเป็น “คำตอบ” ของหนึ่งคำถามที่ค้างคาในใจเสมอว่า “เราไม่ได้เพียงแค่พูดเก่ง…แต่เราก็ทำได้ดีเช่นกัน”

Tatler Asia
Above “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน (Photo: Worapon Teerawatvijit)

รากฐานที่ถูกปลูกฝังโดยไม่รู้ตัว

“คำว่าวังเนี่ย ก็คือราชาศัพท์ของคำว่าบ้าน… มันก็คือบ้านธรรมดานี่แหละ แต่พอดีมีเจ้าอยู่ก็เลยเรียกว่าเป็นวัง” เชฟป้อมอธิบายข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับ “วังเทวะเวสม์” รวมทั้งพาเราไปสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทยโบราณที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่หลายเจเนอเรชั่น

“เดิมทีที่นี่มีหลายตำหนัก คนที่มาอาศัยก็ต้องทำงานแลกที่อยู่ นั่นคือครอบครัวไทยจริงๆ งานบ้านที่สำคัญนอกจากงานทำความสะอาด ก็คืองานครัว บ้านไทยส่วนใหญ่จะเป็นครัวใหญ่ มีลักษณะเป็นที่โล่ง ไม่ใช่ครัวสวยๆ แบบสมัยนี้ และพื้นฐานครัวไทยก็จะต้องมีหอม กระเทียม ต้องรู้จักเด็ดพริกเด็ดผัก และการจะออกไปวิ่งเล่นได้ก็ต้องแลกกับการทำงานครัว ซึ่งรอบตัวก็มีคนสอนเราเพียบเลย ตั้งแต่คุณย่า แม่ครัวของคุณย่า คุณแม่ รวมไปถึงญาติๆ ที่ไปมาหาสู่กัน บางวันต้องถูกบังคับให้นั่งคัดข้าวเจ้าและข้าวเหนียวออกจากกัน เพื่อให้รู้ความต่างตั้งแต่ยังเป็นข้าวสาร บางวันเราแอบปีนม้านั่งดูผู้ใหญ่ทำ “ข้าวแช่” เห็นการโรยฝอยเป็นแพ ดูน่าสนุกจังเลย”

แม้จะถูกผู้อาวุโสห้ามเพราะ ด.ญ.ขวัญทิพย์ ในตอนนั้น ใบหน้าเพิ่งเลยเตามาได้ไม่มาก เกรงว่าจะใกล้น้ำมันเกินไป แต่ประสบการณ์เหล่านี้ก็ได้บ่มเพาะทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิต โดยที่เธอไม่รู้ตัว กระทั่งเมื่อเข้าเรียนมัธยม เธอกลับพบว่าตัวเองคือคนเดียวที่ทำอาหารเป็น

“เราเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองทำอาหารเป็น ก็ตอนไปเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารี ถึงได้รู้ว่าบ้านอื่นเขาไม่ได้สอนกันแบบนี้ หลายคนหุงข้าวไม่เป็น ทำกับข้าวไม่เป็น อ้าว แล้วจะกินอะไรล่ะ (หัวเราะ) กลายเป็นว่า วิชาสูทกรรม (วิชาการทำอาหารหรือการประกอบอาหาร) เราต้องทำอยู่คนเดียว คนอื่นคอยล้างจาน และบางมื้อ ไม่ใช่มีแค่กลุ่มเรา แต่กลุ่มอื่นยังเอาวัตถุดิบต่างๆ มารวมให้เราทำด้วย” เชฟป้อมเล่าย้อนความหลังในวัยเด็กด้วยรอยยิ้ม

Tatler Asia
Above ภาพตึกใหญ่ วังเทวะเวสม์
Tatler Asia
Above “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ในวัยเด็ก

รัฐศาสตร์การครัว

หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ภารกิจอย่างหนึ่งที่ต้องทำทุกวันก่อนออกจากบ้านคือ การเขียนสมุดที่ครัวว่า “เย็นนี้อาหารขึ้นโต๊ะจะมีอะไรบ้าง” โดยมีความชอบของพ่อเป็นตัวตั้ง แม่เป็นตัวตั้ง ส่วนตัวเองไม่ต้องพูด แค่จัดสำรับอย่างน้อยสามจาน โดยที่สามจานนี้ต้องเอื้อกัน “นี่คือคำสั่งของแม่ ที่มารู้ตอนหลังว่าเป็นแบบฝึกหัดที่เขาอยากให้เราทำ”

“อย่างถ้าพ่ออยากกินพะแนงเนื้อ แม่ชอบน้ำพริก ก็ต้องคิดต่อว่า เครื่องจิ้มวันนั้นควรเป็นอะไร จะเป็นหลนไปไม่ได้ เพราะพะแนงเนื้อเป็นกะทิแล้ว แต่ถ้าวันนั้นเป็นผัดเผ็ดปลาดุก ก็จะมีแกงกะทิได้ มีต้มข่าได้ โดยที่เราเป็นคนเขียนชื่อเมนู จากนั้นเด็กในครัวก็จะออกไปจ่ายตลาด และเราจะกลับมาลงกระทะทั้งหมดหลังกลับจากมหาวิทยาลัย” นิสิตเก่าดีเด่น คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เล่าถึงทักษะชีวิตนอกห้องเรียนที่กลายเป็นหัวใจของคำว่า “สำรับ” ในวันนี้

ครั้นเมื่อเติบโตขึ้น เชฟป้อมเริ่มรู้สึกเบื่อกับอาหารไทยที่บ้าน เบื่อความซับซ้อนของการต้องใส่นั่นใส่นี่ให้มากมาย เธอจึงอยากลุกขึ้นไปเล่นอาหารฝรั่ง โดยมี “คุณย่า” (หม่อมราชวงศ์สอางค์ เทวกุล) ที่เก่งอาหารฝรั่งมาตั้งแต่ยุคสงคราม ณ วันที่เตาอบยังเป็นปี๊บวางบนเตาอั้งโล่

“เมื่อก่อนคุณย่าจะทำไข่คน (scramble egg) แซนด์วิช ให้เรากิน พอถึงตอนทำทาร์ตที่เป็นรูปเรือก็จะจับหลานมานั่งเล่น เหมือนเล่นปั้นดินน้ำมัน จนแป้งดำก็ต้องยอม เพราะว่าอยากให้ลูกหลานได้จับ กระทั่งคุณย่าเสีย เราก็เริ่มรื้อจานชาม เครื่องตีไข่ใดๆ ของคุณย่าที่เหลืออยู่ในบ้าน ออกมาเล่นผิดบ้างถูกบ้าง พอสงสัยว่าทำไมทำขนมปังแล้วมันไม่ขึ้น ก็ไปหาที่เรียนเพื่อจะเอาหลักพื้นฐาน ผสมกับสิ่งที่เคยได้เรียนรู้จากคุณย่า ก็ค่อยๆ พัฒนา recipe ของตัวเอง จนเริ่มเข้าใจรสชาติและโลกของอาหารมากขึ้น”

Tatler Asia
Above แกงซี่โครงเนื้อพริกขี้หนู โรตี หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

หนึ่งในเมนูสำคัญคือ “ข้าวแช่” ฝีมือแม่ครัวของคุณย่า ซึ่งเธอเรียกว่า “แม่ครัวสูตรมิดไนท์” เพราะเขาไม่ยอมสอนใครเลย

“ทุกคืนเขาจะขึ้นไปนอนตอนสองทุ่ม พอกลางคืนจะแอบลงมาทำ ตื่นเช้ามาก็มีของแล้ว หรือเมนูอย่างลูกรอกไส้ไก่ลูกจิ๋วๆ ก็เป็นฝีมือของเขา ซึ่งหารับประทานที่อื่นไม่ได้ นอกจากนั้น เมนูในสายคุณย่าก็จะมียำใหญ่ที่ต้องหั่นใส่ไปไม่รู้กี่อย่าง ก็เลยได้เรียนรู้เมนูอาหารสายโบราณ และแอบฝรั่ง ส่วนคุณแม่ (ประเทือง เทวกุล ณ อยุธยา) จะเป็นสายชาวบ้าน ข้าวแกง น้ำพริก หรืออาหารไทยที่รสชาติร้อนแรงกว่า ตัวคุณแม่เองก็ไปเรียนเบเกอรีเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นวิธีการทำโรตีก็จะประยุกต์มาจากการทำแป้งขนมปัง” พื้นฐานเหล่านี้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่เชฟป้อมได้เรียนรู้ และทำให้เธอสามารถปรับเปลี่ยนต่อยอดวิธีการทำอาหารได้อย่างหลากหลาย

เธอเผยว่า สมัยก่อนคุณแม่เคยนำชื่อของเธอไปตั้งชื่อร้านอาหาร “ขวัญทิพย์” ซึ่งหากเทียบกับโลเคชั่นในปัจจุบันก็คือบริเวณแบงก์ชาติ

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีร้านขวัญทิพย์ ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมคุณแม่ถึงเอาชื่อลูกคนเล็กไปตั้ง คุณแม่มีลูกตั้งสี่คน อาจเป็นเพราะว่า เราอ้วน กินเก่ง ตอนนั้นตัวกลมปั้กเลย ขอแค่ได้กินให้อร่อยอย่างเดียว หรืออาจเป็นเพราะว่า เขาคงอยากให้เราอยู่ตรงนี้...” (ยิ้ม)

อ่านเพิ่มเติม: Tatler Off Menu 2026 กับการเดินทางของรสชาติและวัตถุดิบสุดพิเศษ Culinary Journey ที่ ICONSIAM

Tatler Asia
Above สำรับข้าวแช่ ร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining
Tatler Asia
Above สำรับข้าวแช่ ร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

ลูกไม้ที่ไม่ได้ตกใกล้ต้น

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นลูกคนเล็กเหมือนกัน แต่เชฟแอร์กลับมีชีวิตวัยเด็กที่แตกต่างกับเชฟป้อม ไม่มีใครมาบังคับให้ต้องจัดสำรับ หรือจ้ำจี้จ้ำไชให้เข้าครัวทำอาหาร

“ตอนนั้นเราเกิดไม่ทันคุณทวด… ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นี่เป็นวังเทวะเวสม์ คิดแค่ว่าเป็นบ้านคุณยาย”

เชฟแอร์เล่าว่า ตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดว่า อาหารที่เคยกินที่บ้านนั้นต่างจากบ้านอื่น คิดว่าทุกบ้านมีลูกรอกเล็กๆ แบบนี้ มีสำรับใหญ่แบบนี้ จนเพิ่งมารู้ก็ตอนที่ได้ไปกินร้านอาหารไทยที่โด่งดังในสไตล์ Traditional Thai กับเพื่อนๆ ว่า เมนูอาหารธรรมดาๆ ที่เหมือนกับกินที่บ้าน คือของหาทานยากสำหรับบ้านอื่น

หนึ่งในเมนูจานโปรดที่เชฟหนุ่มวัย 35 ปี ประทับใจมากมาตั้งแต่เด็ก คือ “ไข่พะโล้แบบไทย” ที่ไม่มีโป๊ยกั๊ก ไม่ใส่อบเชย ซึ่งสำหรับเขาแล้ว พะโล้ที่ดีต้องมีรสชาติแบบนี้ แต่หลายที่กลับมีรสชาติค่อนข้างหวาน โดยเฉพาะเวลาที่เต้าหู้เหมือนดูดน้ำเชื่อมหวานๆ เข้าไป

Tatler Asia
Above แกงจืดลูกรอกไก่บ้าน หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

จุดเริ่มต้นที่ทำให้นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ คนนี้หันมาเข้าครัว เพียงเพราะ “ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนดึกๆ แล้วไม่มีอะไรกิน” ชายหนุ่มยอมรับตรงๆ พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น “สมัยนั้นไม่มีแกร็บ เลยไปเปิดตู้เย็นดู แล้วใช้ของเท่าที่มีอยู่มาทำ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยทำอาหาร ไม่เคยแตะอะไรเลย”

พอได้ลองทำไปเรื่อยๆ เขาก็ค้นพบความสุขจากการได้เห็นคนกินมีความสุข ซึ่งก็คือกลุ่มเพื่อนสนิทที่เชฟแอร์เรียกว่า “สายขี้เมาปากหวาน” และเป็นความสุขแบบเดียวกับที่เชฟป้อมยอมรับว่า “ธรรมชาติของคนทำอาหาร ถ้ามีคนชม เราก็จะบ้ายอทำใหญ่เลย” (หัวเราะ)

จากความสนุกในการทำ ค่อยๆ พัฒนากลายเป็นความจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเขาตัดสินใจหันหลังให้วงการเพลง และเริ่มศึกษาตำราอาหารทุกเล่ม ตั้งแต่อ่าน molecular gastronomy ดู Gordon Ramsay ไปจนถึงการเรียนอาหารฝรั่งเศสที่ Le Cordon Bleu เพราะเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นไฟน์ไดนิ่งเชฟเต็มตัว จนเมื่อโอกาสครั้งสำคัญมาถึง เขาก็ได้ร่วมงานกับเชฟ Garima Arora ช่วงที่เธอออกจาก Gaggan มาเปิดร้าน Gaa แต่สุดท้าย เชฟแอร์กลับพบว่า fine dining ไม่ใช่ตัวตนและรูปแบบอาหารที่เขาอยากทำจริงๆ

Tatler Asia
Above “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน สมัยเริ่มต้นทำร้านอาหารยุ้งฉาง

จากความชอบสู่ “ร้านอาหารร้านแรก”

คำถามคือ แล้วจะไปทางไหนต่อ? ในเมื่ออาหารไทยเขาก็ไม่อยากไป เพราะในหัวคิดอยู่ตลอดว่า ทำยังไงก็ไม่อร่อยเท่าที่เคยกินมา ไม่อร่อยเท่ากับฝีมือของคุณแม่และคุณยาย ส่วนอาหารยุโรป อิตาเลียน ญี่ปุ่น ก็มีคนทำเยอะแล้ว เขาจึงมองหา “สนามแข่ง” ที่ยังมีพื้นที่ให้วิ่งได้ และสิ่งที่เขาเห็นก็คืออาหารจีน ที่คนจำนวนมากพยายาม “รักษาความขลังของรสชาติ” มากกว่าการทำให้ร่วมสมัย จึงตัดสินใจบินไปเรียนต่อที่ฮ่องกง เก็บรากฐาน (foundation) สำคัญเรื่องความร้อน เรื่องไฟ และเทคนิคต่างๆ ก่อนจะกลับมาเปิดร้านอาหาร “ยุ้งฉาง” ซึ่งเกิดจากการผสมผสานทักษะและประสบการณ์ที่เขาได้พาตัวเองไปเปิดโลก

“เราเชื่อมาตลอดว่า เราไม่มีทางทำอาหารได้ดีไปกว่าสิ่งที่เราเคยกิน เพราะฉะนั้นการกินให้เยอะ การ explore อาหารให้เยอะ มันเป็นหน้าที่สำคัญของคนทำอาหารเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นมันเหมือนกับเราไม่อ่านหนังสือ ไม่ดูหนัง ไม่ฟังเพลง มันก็จะไม่เห็นโลกกว้าง และคิดอะไรใหม่ๆ ไม่ได้”

แม้ยุ้งฉางจะเริ่มต้นด้วยความสำเร็จในตอนแรก แต่ช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับความท้าทาย รวมถึงความล้มเหลว ที่ให้บทเรียนสำคัญกับชายหนุ่มคนนี้มากมาย

“หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าตัวเราทำได้มากกว่าคนขายบะหมี่ เรามีไอเดียใหม่ๆ และอยากจะปล่อยของ แต่ไอเดียที่สนุกสำหรับคนคิด กลับเป็นสิ่งคนกินกินครั้งเดียวก็เพียงพอ จนทำให้ identity ของร้านที่เคยชัดเจนเริ่มเลือนหายไป สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดคือ “มีสิ่งที่เราอยากเป็น กับสิ่งที่เราเหมาะสมที่จะเป็น” เราควรเลือกอย่างหลัง และหาให้เจอว่าเราเหมาะสมกับอะไร นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุด”

Tatler Asia
Above “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และ “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร “ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining” (Photo: Worapon Teerawatvijit)

ข้อเสนอครั้งสำคัญ

ในช่วงระหว่างที่เชฟแอร์กำลังตัดสินใจหาโลเคชั่นร้านใหม่สำหรับยุ้งฉาง เนื่องจากโลเคชั่นเดิมนั้นเหมาะกับร้านที่คนต้องตั้งใจมาจริงๆ แบบ reservation only เท่านั้น จู่ๆ ก็เกิดเป็นบทสนทนาระหว่างแม่ลูกที่นำไปสู่การเดินทางครั้งใหม่ของทั้งคู่ เมื่อเชฟป้อมเปรยขึ้นว่า “อยากเปิดร้านอาหารจัง ทำอะไรดี” นับเป็นสิ่งที่เซอร์ไพรส์ลูกชายเป็นอย่างมาก เพราะเชฟแอร์เข้าใจมาตลอดว่า คุณแม่ไม่อยากเปิดร้านอาหาร

“เราเคยทำร้านอาหารมาก่อน แล้วก็ไม่ได้สำเร็จมาก่อนเหมือนกัน เพราะเราเป็นคนไม่ชอบความจุกจิกจู้จี้ และเป็นคนขี้กังวลกับทุกอย่างไปหมด ยิ่งถ้ามีอะไรในโซเชียลมีเดียที่พูดมานิดนึง บางทีคนรุ่นเก่าแบบเราก็จะรับไม่ได้” เชฟป้อมเผยถึงความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจมานาน

ขณะที่ลูกชายมองเห็นโอกาสที่สำคัญและยื่นข้อเสนอให้กับแม่ของเขาว่า จริงๆ แล้วมีเคสร้านอาหารแบบ reservation only ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเสิร์ฟมาเป็นสำรับ แม้จะเป็นเมนูอาหารที่มีความธรรมดา แต่มีความประณีต ใส่ใจ เป็นแคชวลไฟน์ไดนิ่งที่จับต้องได้ และเชฟป้อมเองจะเป็น magnet ที่สำคัญในการดึงลูกค้าเหล่านี้ให้มากินที่ร้าน

“เราเลยถามคุณแม่ว่า มาทำร้านกันไหม สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคืออาหารอย่างเดียวเลย ไม่ต้องทำอย่างอื่น อะไรที่ไม่อยากจัดการ ไม่ต้องทำ เอาสูตรมาลง สอนลูกน้องทำ เดี๋ยวที่เหลือจัดการเอง เดี๋ยวเครียดให้เอง”

Tatler Asia
Above แกงเทโพปลาเทโพ หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

เชฟป้อมตกลงรับข้อเสนอ โดยเธอขอโฟกัสในส่วนที่จำเป็น คือสูตรอาหาร และการคัดเลือกคนครัว เธออ่าน CV เอง สัมภาษณ์เอง ออกแบบทั้งการสอบข้อเขียนและภาคปฏิบัติเอง จากใบสมัครกว่า 50 คน คัดเหลือเพียงห้าคน ซึ่งมีความถนัดในแต่ละด้าน และทุกคนต้องเคารพสูตรของร้านที่มีแนวทางและรสชาติที่ชัดเจน

“สิ่งที่แอร์เขามาช่วยเราได้มาก คือเรื่องของโปรตีนเนื้อสัตว์ทั้งหมด และทำให้แกงธรรมดาๆ กลายเป็นแกงที่ดูใส่ใจและดูพรีเมียมขึ้นได้ บางครั้งเขาจะเสนอว่าปรับอันนี้ได้ไหม ใส่อันนี้จะผิดไหม อยากทดลองดูว่าอาหารจานนี้มันจะไปได้ไกลกว่านี้อีกรึเปล่า อย่างเมนูแกงเทโพปลาเทโพ ปกติถ้าเราได้ปลามา เราก็จะใส่เนื้อสัตว์ตอนน้ำเดือด แล้วก็จบ นี่คือวิธีแบบคนโบราณที่คุณแม่สอนมา คุณย่าสอนมา แต่ในขณะเดียวเค้าก็ลองเสนอวิธีใหม่ๆ ว่า เราจะสามารถจัดการกับกลิ่นปลาน้ำจืดให้ดีที่สุดได้ยังไงบ้าง”

เชฟแอร์เสริมว่า สุดท้ายเขาได้ลองนำวิธี อิเคะจิเมะ (Ikejime) ซึ่งเรียนรู้จากการทำปลาของญี่ปุ่นมาช่วยกระชับเท็กซ์เจอร์ของปลาและจัดการความคาวได้จริงๆ “เวลาเราทำอาหาร เราจะไม่ทะเลาะกัน เพราะว่าสุดท้าย ลิ้นของเราต้องเป็นลิ้นเดียว เทสต์เดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน จุดหมายของเราคือ อยากทำให้อาหารออกมาดีที่สุด และรสชาติของอาหารที่ถูกต้องจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง”

Tatler Asia
Above เชฟป้อม เชฟแอร์ และทีมงานร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจ

เจ็ดเดือนที่ผ่านมาของการเปิดร้าน “ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining” ทำให้เกิดกระแสตอบรับที่ดีมากๆ จนมีลูกค้าจองเต็มทุกรอบ โดยร้านเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ วันละสี่รอบ ได้แก่ มื้อกลางวันสองรอบ และมื้อเย็นอีกสองรอบ

เชฟป้อมเล่าว่า เธออยากให้ลูกค้าได้มาสัมผัสกับการรับประทานอาหารแบบ “สำรับ” ซึ่งเป็นเหมือนแบบฝึกหัดที่คุณแม่ได้สอนเธอตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ “สำรับที่ไม่ใช่ว่าบนโต๊ะจะมีอะไรก็ได้ เค็มก็เค็มไปหมด เผ็ดก็เผ็ดไปหมด มันต้องมีทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ต้ม ผัด แกง ทอด เครื่องจิ้ม มันต้องครบ”

ขณะที่เชฟแอร์เสริมว่า ถ้าอาหารยุโรปมี tasting menu ญี่ปุ่นมี kaiseki ไทยก็มี “สำรับ” และเขาอยากให้สำรับไทยไปอยู่ในระดับเดียวกับรูปแบบการกินของโลก โดยไม่ทำให้คนกินต้องรอนานเป็นชั่วโมง แต่อาหารทุกจานจะค่อยๆ เสิร์ฟในเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อให้ได้รับสปอตไลท์ของตัวเองอย่างเต็มที่

Tatler Asia
Above แกงขาวสามฉุนกุ้งลายเสือเผา หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining
Tatler Asia
Above คอหมูแท้ผัดใบยี่หร่าพริกกะเหรี่ยง หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

สำหรับอาหารสำรับหลักที่เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2026 อาทิ น้ำพริกผลไม้เปรี้ยวตามฤดูกาล, ปลาสลิดฟู, พล่าส้มโอเป็ดรมควันย่าง, ต้มเค็มหมูสามชั้นไข่เค็ม, แกงจืดลูกรอกไก่บ้าน, แกงเทโพปลาเทโพ, คอหมูแท้ผัดใบยี่หร่าพริกกะเหรี่ยง, ปลาหิมะทอดขมิ้นพริกไทยอ่อน, กุ้งแม่น้ำเผา สะเดา น้ำปลาหวาน เสิร์ฟคู่กับข้าวขาวหรือข้าวกล้อง ปิดท้ายด้วยหวานเย็นฝรั่งชมพู บ๊วย และพริกเกลือ

เชฟแอร์อธิบายว่า สำรับก่อนหน้านี้จะเป็นเหมือนรวมฮิตอาหารที่ชอบกินมาทั้งชีวิต “เราอยากให้ทุกคนได้กินเหมือนที่เราเคยกิน” ขณะที่สำรับใหม่จะเริ่มมีโชว์เคสสูตรดั้งเดิมของอาหารตำรับโบราณที่หากินยาก และมีสเตชั่นอั้งโล่ที่ทำให้ได้กลิ่นอายของการย่างอยู่ในอาหารหลายจาน

Tatler Asia
Above พล่าส้มโอเป็ดรมควันย่าง หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining
Tatler Asia
Above กุ้งแม่น้ำเผา สะเดา น้ำปลาหวาน หนึ่งในสำรับของร้านขวัญทิพย์ Kwantip - Samrub Thai Dining

เมื่อถามว่าการที่ร้านอาหารถูกจองเต็มทุกรอบมีความหมายอย่างไรกับทั้งคู่ เชฟป้อมตอบในมุมของ “ความสบายใจ” ที่เธอไม่ต้องแบกภาระที่ทำให้กังวล ไม่ต้องเครียดว่าลูกค้าจะเดินเข้ามาตอนไหน สต็อกจะค้างไหม หรือเสียงในโซเชียลจะทำให้ใจหล่นอย่างไร นี่คือธุรกิจที่ทำให้เธอมีความสุขกับการทำงาน และการตั้งใจนำเสนออาหาร เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้อิ่มท้องและอิ่มใจ และเมื่อคนทำมีความสุข..ผลงานที่ดีก็จะออกมาเอง

ส่วนเชฟแอร์เผยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจมาตลอดว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือร้านนี้ได้พิสูจน์อะไรบางอย่างให้กับครอบครัวของเขา “ก่อนหน้านี้มีคำครหาในโซเชียลมีเดียเยอะมากเกี่ยวกับคุณแม่ แม้กระทั่งว่า วันๆ เอาแต่วิจารณ์อาหารคนอื่น ตัวเองทำเป็นหรือเปล่า ซึ่งเราในฐานะคนที่กินอาหารของเขามาตั้งแต่เด็ก เรารู้ว่านี่คือรสชาติที่อร่อยและถูกต้อง และวันนี้เราสามารถลบคำครหาต่างๆ เหล่านี้ไปได้แล้ว ผมอยากให้ทุกคนได้มากิน ได้มาลอง ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above “เชฟป้อม” หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และ “เชฟแอร์” กุลพล สามเสน ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร “ขวัญทิพย์ Samrub Thai Dining” (Photo: Worapon Teerawatvijit)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)