การกลับมาของบันทึกการเดินทาง “Journey to the East” ของซาร์นิโคลัสที่ 2 และการโคจรมาพบกันของศาสตร์แห่งรสชาติไทย-รัสเซีย ในนิทรรศการและการกุศลที่เชื่อมสัมพันธ์สองวัฒนธรรมให้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเคย
กรุงเทพฯ กลายเป็นจุดนัดพบของประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติอีกครั้ง ในงานเปิดตัวโครงการระดับนานาชาติ "Geography of Russian Taste" เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 135 ปีความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย นับตั้งแต่การเสด็จประพาสสยามของมกุฎราชกุมารนิโคลัส อเล็กซานโดรวิช (จักรพรรดินิโคลัสที่ 2) ในปี พ.ศ. 2434
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเผยโฉมหนังสือประวัติศาสตร์ชุด 3 เล่ม "Journey to the East" ฉบับพิมพ์ใหม่โดยสมาคมภูมิศาสตร์รัสเซีย (RGS) ซึ่งรวบรวมภาพวาดและบันทึกเหตุการณ์สมัยรัชกาลที่ 5 ไว้อย่างทรงคุณค่า ควบคู่ไปกับการรังสรรค์มื้ออาหารสุดพิเศษในรูปแบบ "Four-Hands Dinner" โดยสองเชฟมากฝีมือ เชฟ Alexander Raylyan และเชฟเบลล์ พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา ที่หยิบยกวัตถุดิบและเอกลักษณ์รสชาติของทั้งสองชาติมาผสมผสานกันอย่างลงตัว อาทิ "บอร์ชกะทิกุ้ง" เพื่อสะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนานและยังคงเติบโตอย่างงดงามในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม: 7 ห้องอาหารในเอเชีย กับหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การไปเยือน


ย้อนรอยเส้นทางตะวันออกผ่านบันทึกอายุกว่าศตวรรษ
หนังสือชุด 3 เล่ม “Journey to the East of His Imperial Highness the Sovereign Heir to the Tsarevich” เปรียบเสมือนประตูมิติที่พาเราย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศการเสด็จประพาสเอเชียครั้งประวัติศาสตร์ของมกุฎราชกุมารนิโคลัสในช่วงปี พ.ศ. 2433-2434 ผลงานการบันทึกของเอสเปอร์ อูคตอมสกี นักบูรพาคดีศึกษาผู้ร่วมคณะเดินทางในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไดอารี่การเดินทางทั่วไป แต่คือการรวบรวมงานวิจัยทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ และชาติพันธุ์วิทยาของประเทศต่างๆ ในแถบตะวันออกไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน จนทำให้หนังสือชุดนี้กลายเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงระดับชาติให้แก่ผู้เขียนมาตั้งแต่อดีต
ความพิเศษที่ทำให้การพิมพ์ครั้งใหม่นี้ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง คือการรวบรวมภาพวาดลายเส้นฝีมือ Nikolai Karazin มากถึง 700 ภาพ ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเพื่อบันทึกเหตุการณ์จริงในยุคนั้น ควบคู่ไปกับภาพถ่ายจากเลนส์ของ Vladimir Mendeleev บุตรชายของนักเคมีชื่อดังผู้คิดค้นตารางธาตุ โดยในเล่มได้ปรากฏภาพร่างและบันทึกเกี่ยวกับสยามที่ช่วยให้ผู้อ่านยุคปัจจุบันได้เห็นภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านมุมมองของชาวรัสเซีย พร้อมการเสริมดัชนีรายชื่อและแผนที่การเดินทางเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าในระดับสากล
มิตรภาพผ่านรสชาติ: เมื่อ ‘บอร์ช’ ผสาน ‘กะทิ’ ในมื้ออาหารแห่งการทูต
ในวาระเฉลิมฉลองมิตรภาพอันยาวนาน โครงการ “Geography of Russian Taste” ได้ยกระดับการทูตเชิงวัฒนธรรมผ่านศาสตร์แห่งอาหาร ด้วยการจัดมื้ออาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์โดยสองเชฟแถวหน้าอย่างเชฟ Alexander Raylyan และเชฟเบลล์ พิมพ์ทิพย์ เป้าศิลา โดยทั้งสองได้ร่วมกันตีความนิยามใหม่ของรสชาติไทย-รัสเซีย ผ่านเมนูฟิวชั่นที่กล้าหาญและสร้างสรรค์ เช่น การหยิบยก “บอร์ช” (Borscht) ซุปบีทรูทสีแดงซึ่งเป็นจิตวิญญาณของอาหารรัสเซีย มาปรุงผสมผสานกับกะทิและกุ้งสด จนเกิดเป็นรสชาติที่นุ่มละมุนและมีเอกลักษณ์ คล้ายคลึงกับความกลมกล่อมของต้มยำกะทิแต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมของมอสโกไว้อย่างน่าสนใจ
นอกจากซุปบอร์ชที่เป็นไฮไลต์แล้ว แขกผู้มีเกียรติยังได้ลิ้มลองความแปลกใหม่ของ “เมี่ยงคำทาร์ตเล็ต” ที่เลือกใช้ทูน่าคุณภาพเยี่ยมมาควบคู่กับบีทรูทหมักและซาวร์ครีม รวมถึง “โจ๊กบัควีท” ที่เสิร์ฟพร้อมทาร์ทาร์หอยเชลล์ ซึ่งเป็นการผสมผสานธัญพืชหลักของชาวรัสเซียเข้ากับวัตถุดิบเลอค่าจากท้องทะเลไทย มื้ออาหารนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการรับประทานอาหารทั่วไป แต่เป็นการเฉลิมฉลองความคล้ายคลึงและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านรสชาติได้อย่างลงตัวที่สุด
อ่านเพิ่มเติม: ทำความเข้าใจคาเวียร์จาก 5 สายพันธ์ุ ส่วนผสมสุดหรูในอาหารไฟน์ไดนิง




นิทรรศการและการสืบสาน: ส่งต่อมิตรภาพจากราชวงศ์สู่ปวงชน
เพื่อเป็นการรำลึกถึงรากฐานอันมั่นคงของสายสัมพันธ์สองวัฒนธรรม ภายในงานยังได้จัดแสดงนิทรรศการ “A History of Dynastic Friendship” ซึ่งรวบรวมภาพถ่ายและจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ที่หาดูยากในช่วงปี พ.ศ. 2434-2454 นิทรรศการนี้บอกเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างราชวงศ์จักรีและราชวงศ์โรมานอฟ ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงอย่าง “ตรามหาจักรี” และ “เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญแอนดรูว์” ไปจนถึงการเดินทางเยือนของเจ้านายทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือในหลากหลายมิติที่สืบทอดมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน

บทสรุปที่งดงามของโครงการนี้ คือความตั้งใจของสมาคมภูมิศาสตร์รัสเซียที่จะส่งต่อมรดกทางปัญญาด้วยการมอบหนังสือ “Journey to the East” ชุดนี้ให้แก่หอสมุดแห่งชาติประเทศไทย และสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลอันล้ำค่าแก่สาธารณชน การเผยแพร่วรรณกรรมที่ว่าด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาความทรงจำในอดีต แต่ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแวดวงธุรกิจและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อการก้าวเดินต่อไปในอนาคตบนพื้นฐานของมิตรภาพที่ยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม:
ฉลองวันสตรีสากล ทำความรู้จัก 5 ผู้หญิงเก่ง ผู้ทรงอิทธิพล และพลิกบทบาทวงการอาหารโลก
เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากเมนูนานาชาติ พร้อมสำหรับช่วงเวลาสังสรรค์ของนักชิม
Topics













