นักธุรกิจด้านอาหารเชื้อสายอินเดียที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่พร้อมสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาสู่นักชิมในกรุงเทพฯ
ในแวดวงร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งของกรุงเทพฯ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งประเภทอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากคืออาหารอินเดีย ที่ในปัจจุบันมีทั้งรูปลักษณ์ การนำเสนอ และเทคนิคที่ร่วมสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นกว่าอาหารอินเดียแบบดั้งเดิมที่เสิร์ฟกันในร้านอาหารแบบโฮมเม้ดอย่างที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยมาตลอด
นักชิมหลายคนอาจนึกถึงเชฟดังระดับโลกอย่าง Gaggan Anand ที่นำเสนออาหารอินเดียแนวก้าวหน้าที่เริ่มต้นเส้นทางสู่ความโด่งดังที่กรุงเทพฯ แต่ผู้บุกเบิกอาหารอินเดียระดับไฟน์ไดนิ่งจริงๆ น่าจะเป็น สิธธัตถะ เซกาล หรือ สิธ (Sid Sehgal) นักธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผันตัวมาจับธุรกิจอาหารกับ Indus ร้านอาหารอินเดียสไตล์โมเดิร์นในซอยสุขุมวิท 26 ที่เปลี่ยนความคิดของนักชิมชาวไทยเกี่ยวกับอาหารอินเดียไปตลอดกาล
อ่านเพิ่มเติม: รสชาติหลากหลายจากร้านอาหารอินเดียทั่วกรุง

Above สิธธัตถะ เซกาล ผู้บุกเบิกอาหารอินเดียระดับไฟน์ไดนิ่งในกรุงเทพฯ
“ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ New York University ผมยังไม่รู้หรอกว่าจบแล้วอยากทำอะไร แต่การที่ได้ทำงานเสริมคือเปิดบริษัทเล็กๆ กับเพื่อนที่เป็นดีเจ โปรโมตอีเวนต์ตามบาร์ ร้านอาหาร และคลับต่างๆ เป็นการได้จับงานด้าน hospitality ครั้งแรก และทำให้ผมรู้สึกว่างานแบบนี้มันถูกใจ ทำแล้วรู้สึกมีความสุขและสบายใจดี” สิธเล่าให้ Tatler ฟังถึงที่มาของการเปิดร้าน Indus หลังจากเรียนจบและกลับมากรุงเทพฯ เพื่อช่วยธุรกิจครอบครัว
“ที่บ้านผมทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1971 เริ่มจากการทำหนังสือตารางเที่ยวบินและต่อมาทำ Look East เป็นผู้นำด้านนิตยสารภาษาอังกฤษและหนังสือ directory (ปัจจุบันขายกิจการไปแล้ว) ผมจึงโตมาด้วยความคิดว่าจะทำงานกับที่บ้าน กลับมาก็ได้ทำกับที่บ้านครับ แต่ในใจก็ยังรู้สึกว่าอยากทำด้าน hospitality เลยลองกับ Indus เมื่อปี 2004 ด้วยแนวคิดที่อยากนำประสบการณ์รับประทานอาหารอินเดียที่ได้มีโอกาสสัมผัสในนิวยอร์ก ลอนดอน และเมืองใหญ่อื่นๆ ที่หรูหราขึ้น ใช้วัตถุดิบชั้นดี ทันสมัย และบรรยากาศดี มายังกรุงเทพฯ อยากให้กรุงเทพฯ มีร้านอาหารอินเดียที่น่านั่ง น่าพาแฟนมาเดท น่ามาสังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือพาลูกค้ามาเจรจาธุรกิจ”

Above ร้านอาหารอินเดีย Indus เปิดตัวเมื่อปี 2004

Above เมนูอาหารอินเดียที่ Indus
สิธเล่าว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนมีร้านอาหารอินเดียไฟน์ไดนิ่งหรือร้านระดับหรูขึ้นมาหน่อยน้อยมาก ส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรมและยังมีความ formal และ traditional ทั้งอาหาร บรรยากาศ และรูปลักษณ์ ถ้าไม่อย่างนั้นก็เป็นร้านอาหารง่ายๆ ในห้องแถวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีการตกแต่งหรือให้ความสนใจกับบรรยากาศมากนัก
“ผมอยากเปลี่ยนความคิดคนกรุงเทพฯ ด้วยการนำเสนออาหารอินเดียคุณภาพสูง รสชาติดี ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเมนูต้นตำรับเสมอไป มานำเสนอผ่านมุมมองสมัยใหม่ เรายกระดับขึ้นมาเสิร์ฟในบรรยากาศที่สวยงามหรูหรามีสไตล์ และการบริการที่ดี ในขณะเดียวกันก็เข้าถึงง่าย ไม่เป็นทางการจนเกินไป ตอนนั้นผมมีไอเดีย มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน แต่ไม่มีประสบการณ์ตรง ไม่รู้วิธีการทำธุรกิจอาหารมาก่อน ผมจึงต้องหาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความรู้มาช่วย นอกจากนี้ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ผมยังเรียนรู้อะไรหลายอย่างมากมาย ทั้งจากที่ปรึกษาและลูกน้องของผมเอง อย่างหนึ่งคือความใจเย็น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องนิ่ง ต้องใจเย็น บางครั้งผมต้องเป็นคนที่คอยเตือนให้ทีมใจเย็น และหลายครั้งลูกทีมก็สอนผม เช่น บางวันมีลูกค้าจองเข้ามาเต็มร้าน ผมจะเริ่มแพนิก (หัวเราะ) กังวลไปต่างๆ นานาว่ามีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องต้องเดินมาบอกผมให้ใจเย็น เขาเอาอยู่ เขาจัดการได้ ทุกปัญหาจัดการได้"

Above Get Fresh ร้านอาหารเพื่อนักชิมรักสุขภาพที่มีสาขาทั่วกรุงเทพฯ

“ตอนนั้นผมได้คำตอบให้กับตัวเองอย่างชัดเจนแล้วว่าธุรกิจร้านอาหารและ hospitalty คือแพสชั่นในชีวิตของผม ผมชอบไปกินอาหารที่ร้านอาหาร ชอบเห็นปฏิกิริยาของผู้คนในร้านอาหาร ชอบความรู้สึกเวลาที่ได้ไปร้านอาหารดีๆ ที่ทำให้เราได้รับประสบการณ์ดีๆ และผมอยากเป็นคนที่มอบความรู้สึกแบบนั้นให้กับคนอื่นๆ อยากสร้างพื้นที่ที่ผู้คนมาเพื่อให้คนตกหลุมรักกัน ให้เพื่อนๆ และครอบครัวได้มีเวลาดีๆ ร่วมกัน หรือให้การเจรจาธุรกิจลุล่วงสำเร็จด้วยดี ผมอยากเป็นคนที่มีส่วนทำให้เกิดประสบการณ์เหล่านั้น มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่เห็นลูกค้าเข้ามากินอาหารที่ร้านเดินออกไปอย่างมีความสุข ความรู้สึกแบบนี้หาไม่ได้จากงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ นี่คืองานที่ทำให้คนมีความสุข”
จากนั้นไม่นาน สิธซื้อแฟรนไชส์สลัดบาร์ Dressed จากสหรัฐอเมริกามาเปิดในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2013 เสิร์ฟสลัดที่ลูกค้าออกแบบเมนูได้เองและราคาไม่แพงแห่งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อแบรนด์เริ่มทยอยปิดตัวไปในประเทศต่างๆ สิธและหุ้นส่วนต้องปรับกลยุทธ์ขนานใหญ่ตั้งแต่ปรับเมนู ขนาดเสิร์ฟ และเปลี่ยนรูปลักษณ์ของร้านเพื่อรักษาฐานลูกค้า จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่ Dressed ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในขณะนั้น จึงได้นำคอนเซ็ปต์เดียวกันนี้มาสร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ Get Fresh เสิร์ฟสลัด อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารวีแกน เมนูโปรตีนสูง และน้ำผลไม้สด ปัจจุบันมีสาขา 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
อ่านเพิ่มเติม: 3 ร้านอาหาร 3 สไตล์ ณ EA Rooftop at The Empire ไลฟ์สไตล์รูฟท็อปแห่งใหม่บนยอดตึก The Empire
ผลงานล่าสุดของ สิธ คือ Jharokha ที่เพิ่งเปิดบริการเมื่อปีที่แล้ว เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอินเดียระดับไฟน์ไดนิ่งที่นำแนวคิดเมนูอาหารชาววังที่ปรุงกับกองไฟระหว่างทริปล่าสัตว์ของราชนิกูลอินเดียในสมัยโบราณมาเสิร์ฟในบรรยากาศหรูหราสง่างามใจกลางกรุงเทพฯ
“เราได้ไอเดียที่จะทำ Jharokha จากตอนที่ผมกับภรรยา (หนูนา นริศา เซกาล) ไปเที่ยวอินเดียกัน ตอนนั้นเราไปชัยปุระ ไปท่องทะเลทรายและพักค้างแรมในปราการโบราณ ได้ชิมอาหารที่มหาราชาในสมัยนั้นได้กินระหว่างการออกไปล่าสัตว์ นั่นเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรานึกอยากทำร้านอาหารแบบนี้ให้กับลูกค้าของเราในกรุงเทพฯ ได้ลอง ผมว่าตอนนี้คนไทยเปิดกว้างกับอาหารอินเดียมากขึ้นจากแต่ก่อนมากๆ ต้องขอบคุณร้านอาหารและเชฟเก่งๆ ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์วงการอาหารให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”
นอกจากดูแลร้านอาหารทั้งสองร้านและกิจการที่เป็นเจ้าของแล้ว ปัจจุบัน สิธรับตำแหน่งกรรมการบริหารกลุ่ม Food and Beverage ให้กับ Asset World Corporation ที่ดูแลร้านอาหารกว่า 90 แห่งในเครือ ที่รวมไปถึงร้านอาหารชื่อดังที่เพิ่งเปิดใหม่อย่าง Nobu Bangkok, Le Du Kaan, K by Vicki Cheng และ Sartoria by Paulo Airaudo ที่โครงการรูฟท็อป EA บนถนนสาทรด้วย
“ผมว่าการจะทำธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับคำถามง่ายๆ คำถามเดียวคือ 'ทำไม' ทำไมคนถึงอยากมาร้านเราบ่อยๆ ที่สำคัญคือทำไมเราถึงอยากทำร้านนี้ ต้องถามตัวเองเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ไม่ใช่แค่ตอนแรกและต้องตอบตัวเองให้ได้ ถ้าคุณตอบได้ชัดเจนว่าทำไม และยังเชื่อมั่นในเหตุผลนั้นอยู่ ผลกำไรและความสำเร็จจะตามมาเองครับ” สิธกล่าว
อ่านเพิ่มเติม:
ปักหมุด 4 สาขา Starbucks ที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมความ 'กรีน'
จิบ Maya Pistola Agavepura เตกีลาแบรนด์แรกของเอเชียจากที่ราบสูงในอินเดีย










