Cover เชฟดาลัด กำภู นำเสนออาหารไทยในมุมมองใหม่ที่ผสานความทรงจำวัยเด็กกับเทคนิคร่วมสมัยในงาน ‘EAT THIS’

‘EAT THIS’ ปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง O Thongthai แบรนด์เครื่องประดับไทยที่ดาราระดับโลกเลือกใส่ กับเชฟดาลัด กำภู เจ้าของร้านอาหารไทยมิชลินสตาร์จากเบอร์ลิน พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษที่ผสานงานคราฟต์เข้ากับรสชาติระดับพรีเมี่ยม

เมื่อความสร้างสรรค์ของคนไทยไม่เคยหยุดอยู่แค่ในประเทศ O Thongthai แบรนด์เครื่องประดับที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก กำลังจะฉลองครบรอบ 11 ปีด้วยงาน Pop-up Installation และ Dinner Series สุดพิเศษในกรุงเทพฯ แบรนด์ที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna, A$AP Rocky, Bruno Mars และ Daniel Caesar ได้ตอกย้ำความสำเร็จของงานคราฟต์แบบไทยบนเวทีระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสพิเศษนี้ O Thongthai เลือกที่จะจัดงาน ‘EAT THIS’ การรวมตัวที่ผสานวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งศิลปะ แฟชั่น และอาหาร เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางอันยาวนาน โดยร่วมมือกับเชฟดาลัด กำภู เชฟหญิงไทยเจ้าของร้านอาหารมิชลินสตาร์จากเบอร์ลิน ภายในพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ FV39 ผลงานการออกแบบของโอภาส จันทร์คำ

อ่านเพิ่มเติม: ศรัณญ อยู่คงดี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sarran พูดคุยถึงการทำงานร่วมกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ สตูดิโอใหม่ และเครื่องประดับที่ยกย่องพลังหญิง

Tatler Asia
Above งานจัดแสดงคอลเล็กชั่นเครื่องประดับ O Thongthai ครั้งแรก (ภาพ: Eat This)

การรวมตัวกันของทั้งคู่ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการยกย่อง ‘Local Heroes’ หรือฮีโร่ท้องถิ่น ทั้งเชฟ นักออกแบบ และครีเอทีฟที่มีบทบาทสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยสู่สายตาชาวโลก พวกเขาเหล่านี้คือเพื่อนร่วมทางที่ O Thongthai ได้สร้างความสัมพันธ์ผ่านตลอดการทำงาน โดยเฉพาะผ่านการแบ่งปันมื้ออาหารร่วมกัน เพราะความสำเร็จไม่เคยเกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของผู้ที่มีความฝันเดียวกันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการครีเอทีฟไทย

โดยงาน ‘EAT THIS’ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ 2025 ณ FV39 สุขุมวิท 39

Tatler Asia
Above เชฟดาลัด กำภู ร่วมสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษภายในงาน (ภาพ: Eat This)
Tatler Asia
Above งานจัดแสดงคอลเล็กชั่นเครื่องประดับ O Thongthai ครั้งแรก (ภาพ: Eat This)

เชฟดาลัด กำภู ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้ร้านอาหารไทย Kin Dee ในเบอร์ลินคว้ามิชลินสตาร์ จะกลับมาปรุงอาหารในบ้านเกิดด้วยเมนูพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำวัยเด็กและวัฒนธรรมอาหารไทย ผสานกับเทคนิคการทำอาหารร่วมสมัย สะท้อนตัวตนของคนไทยที่เดินทางไกลและกลับมาบ้านพร้อมมุมมองใหม่

ขณะเดียวกัน O Thongthai ก็จะจัดแสดงคอลเล็กชั่นเครื่องประดับล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติไทย ทั้งทองคำ 18K ที่สื่อถึงผืนดิน พลอยทัวร์มาลีนและซาโวไรท์ที่สะท้อนความเขียวขจีของทุ่งนา และเพชรที่แทนความมีชีวิตชีวาของสายน้ำ นอกจากนี้ยังมี Gems Bar พื้นที่พิเศษที่เปิดโอกาสให้แขกได้เลือกอัญมณีหายากจากตลาดพลอยชื่อดังของไทย เพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวในโลก

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 เครื่องประดับจาก O Thongthai (ภาพ: Eat This)
Photo 2 of 2 เครื่องประดับจาก O Thongthai (ภาพ: Eat This)

จุดเริ่มต้นของ ‘EAT THIS’ เกิดจากการพบกันในลอนดอนของสามศิลปินไทยที่ประสบความสำเร็จในต่างแดน แม้จะทำงานต่างสาขา แต่กลับเชื่อมโยงกันด้วยรากเหง้าทางวัฒนธรรมและความรักในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ความร่วมมือครั้งนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ในกรุงเทพฯ แต่จะเดินทางต่อไปยัง Dover Street Market ในลอนดอนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และลอสแอนเจลิสในเดือนเมษายนของปีนี้

O Thongthai แบรนด์เครื่องประดับที่โด่งดังจากการสวมใส่โดยศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna, A$AP Rocky และ Bruno Mars มีเอกลักษณ์ในการนำงานคราฟต์แบบไทยมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เช่นเดียวกับเชฟดาลัด กำภู ที่แม้จะไม่ได้ผ่านการเรียนทำอาหารตามหลักสูตร แต่กลับสร้างปรากฏการณ์ให้ร้านอาหารไทย Kin Dee ในเบอร์ลินได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ ด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นของยุโรปมาปรุงเมนูอาหารไทยในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 ยำส้มโอ และช่อม่วง ผลงานอาหารจากเชฟดาลัด (ภาพ: Eat This)
Photo 2 of 5 หนวดปลาหมึกย่างรับประทานคู่กับซอส (ภาพ: Eat This)
Photo 3 of 5 ไทยเอลญ่า ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ปาเอลญ่า (ภาพ: Eat This)
Photo 4 of 5 มาม่ารสเผ็ด คู่กับตับห่าน (ภาพ: Eat This)
Photo 5 of 5 ของหวาน ผลงานอาหารจากเชฟดาลัด (ภาพ: Eat This)

ภายในงานที่ FV39 ถูกแบ่งเป็นสองโซนหลัก โซนแรกคือ Exhibition Space ที่จัดแสดงคอลเล็กชั่นเครื่องประดับล่าสุดของ O Thongthai ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติไทย พร้อมกับ Gems Bar พื้นที่พิเศษที่เปิดโอกาสให้แขกได้เลือกอัญมณีหายากจากตลาดพลอยชื่อดังของไทย มาออกแบบเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวในโลกพิเศษจาก MADE BY LERT โดยมีการติดตั้งระบบแสงไฟและเพดานที่ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัย 

ส่วน The Living Room เป็นพื้นที่ที่เชฟดาลัดจะนำเสนอศิลปะแห่งการทำอาหาร ผ่านเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากความทรงจำวัยเด็กและวัฒนธรรมอาหารย่อยของไทย ผสานกับเทคนิคการทำอาหารร่วมสมัย สะท้อนตัวตนของคนไทยที่เดินทางไกลและกลับมาบ้านพร้อมมุมมองใหม่ โดยยังคงเคารพและรักษาสูตรอาหารดั้งเดิมที่ FV ได้สืบทอดความรู้มาจากครูและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia