เรื่องราวการร่วมมือกับหลากหลายแบรนด์ไลฟ์สไตล์ โลเคชั่นของสตูดิโอแห่งใหม่ และเครื่องประดับที่ว่าด้วยพลังแห่งหญิงของ เอก ศรัณญ อยู่คงดี จิวเวลรีดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sarran
เอก ศรัณญ อยู่คงดี เป็นที่รู้จักในฐานะจิวเวลรีดีไซเนอร์ผู้มีความสามารถในการผสมผสานความงดงามของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ผลงานของเขาเป็นที่จดจำไม่เพียงแค่ในฐานะเครื่องประดับเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเอเชียอันลึกซึ้ง
อ่านเพิ่มเติม: Sarran กับการสรรค์สร้างงานหัตถศิลป์ชิ้นพิเศษ Trove of Blue
เมื่อเร็วๆ นี้ ศรัณญได้ขยายบทบาทของเขาด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์หลากหลายแบรนด์ ซึ่งช่วยเน้นย้ำความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับทั้งวัฒนธรรมและดีไซน์ยุคใหม่ สตูดิโอแห่งใหม่ของเขาไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นแกลเลอรีที่นำเสนอคอลเล็กชั่นล่าสุดที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ทางศิลปะอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
Tatler ได้พูดคุยกับศรัณญ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Sarran ถึงการร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ โลเคชั่นของสตูดิโอแห่งใหม่ และเครื่องประดับว่าด้วยพลังแห่งหญิง
อยากให้ช่วยเล่าถึงสิ่งที่กำลังทำขณะนี้สักหน่อย
ปีนี้เป็นปีแรกที่สตูดิโอของเราย้ายมาอยู่ที่ศูนย์การค้า River City Bangkok และเหมือนกับเป็นการเริ่มต้นหาวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ด้วย เพราะผมได้เจอผู้คนมากขึ้น แล้วยังได้เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำงานเชื่อมโยงกับโลกงานศิลปะมากขึ้นอย่างมาก จากที่เราเคยอยู่ในโลกของแฟชั่น การได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่นี้ ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับงานศิลป์และสามารถบอกได้เต็มปากว่าเราคืออาร์ติสต์
Sarran มีการร่วมงานกับแบรนด์อย่างหลากหลาย เลือกที่จะร่วมงานกับใครหรือแบรนด์ไหนอย่างไร
การร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้า โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดคือการทำงานกับร้านอาหารคอนเซ็ปต์ไทยโบราณอย่าง บ้านสุริยาศัย และแบรนด์สกอตช์วิสกี้ Johnnie Walker ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยครบหนึ่งร้อยปี
ความจริงก็คือเราต้องรักและชื่นชมแบรนด์เหล่านั้น การร่วมงานกับแบรนด์ถือเป็นเกียรติและโอกาสที่ดี อีกอย่างในการเลือกแบรนด์ที่จะร่วมงานด้วย เรามักมองหาแบรนด์ที่มีคุณค่าและความมุ่งมั่นเหมือนกับเรา รวมถึงที่มีเรื่องราวและแนวคิดที่สอดคล้องกัน เพราะความสัมพันธ์และความเข้าใจร่วมกันนั้นสำคัญมากในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีและมีความหมาย
ผลงานในช่วงที่ผ่านมามีการพัฒนาไปอย่างไร
ตั้งแต่วันแรก สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการสื่อสารวัฒนธรรมไทยและเอเชีย โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิงไทยและผู้หญิงเอเชีย เป็นสิ่งที่เราภูมิใจและมีความสุขในการแสดงออกผ่านงานออกแบบ ซึ่งเวลานี้เรากำลังทดลองทำแคปซูลคอลเล็กชั่นทุกๆ สองสัปดาห์ โดยจะมี 7 ถึง 10 ดีไซน์ในแต่ละครั้ง เพื่อเช็กความสนใจและคอมเมนต์จากลูกค้า เราเปิดรับคำติชมเพื่อพัฒนาตนเองและปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น คอลเล็กชั่นแคปซูลนี้ช่วยให้เรารู้จักและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากขึ้น
แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมมีผลต่อการสร้างสรรค์งานอย่างไร
ผมชอบงานฝีมือของไทยมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะผมอยู่กับคุณยายที่เป็นครูภาษาไทย ผมจะไปวัด สวดมนต์ และอ่านนิตยสาร เช่น สกุลไทย ทุกอย่างมีความเป็นไทยสูงมาก ผมพยายามเอาสิ่งที่เป็นอดีตและประสบการณ์ในชีวิตมาสื่อสารกับงานทุกคอลเล็กชั่น ความประทับใจและความรักที่มีต่อวัฒนธรรมไทยและเอเชียยังคงเต็มหัว จึงไม่สามารถหยุดเล่าเรื่องเหล่านี้ได้
ผมเองก็ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนต่อในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเกาหลี ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องราวของผู้หญิงในแต่ละประเทศ ผมพยายามสร้างคอลเล็กชั่นที่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละที่ เพราะผมเชื่อว่าเราเข้าใจและสามารถสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างลึกซึ้ง
อ่านเพิ่มเติม: สัมภาษณ์สุดพิเศษกับ Francesca Amtheatrof ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกนาฬิกาและเครื่องประดับของ Louis Vuitton
พอจะบอกเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสรรค์ได้ไหม
เมื่อตอนเริ่มทำแบรนด์ ผมมีข้อความมากมายที่อยากจะสื่อสาร แต่โชคดีที่มีประสบการณ์ในสายโปรดักต์ดีไซน์ ทำให้สามารถพัฒนาแบรนด์ใหม่ให้มั่นคงได้ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของข้อความที่ต้องการสื่อสาร
ในช่วงสี่ปีแรก ผลงานของผมมักได้รับความสนใจและรางวัล แต่เมื่อเกิดโควิดในปี 2020 ก็ได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองและค้นหาความสนใจในอนาคต คำตอบคือความต้องการทำงานศิลปะที่สะท้อนถึงชีวิตประจำวัน เพราะเชื่อว่าทุกวันคือวันที่พิเศษ และต้องการให้ชิ้นงานสามารถใช้ได้ในทุกๆ วัน มันจึงต้องสามารถปรับใช้ได้ทั้งในงานสำคัญและการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อให้ผู้หญิงรู้สึกดีและมั่นใจมากขึ้น แม้ในวันที่พวกเธออาจรู้สึกไม่มั่นใจ เช่น วันไหนที่ไม่ได้ทาลิปสติก ดังนั้นผลงานของเราจึงมีเป้าหมายในการเพิ่มความรู้สึกเป็นผู้หญิงและความมั่นใจให้กับลูกค้า
จะอธิบายงานให้กับคนที่อาจไม่คุ้นเคยกับความเป็นหญิง วัฒนธรรมไทยและเอเชียอย่างไร
ผู้หญิงเปรียบเสมือนดอกไม้ ดอกไม้ของเอเชียดูเปราะบางแต่กลับมีกลิ่นหอมทรงพลัง แม้จะไม่เห็นดอกไม้แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอม เช่นเดียวกับผู้หญิงเอเชียที่แม้ไม่โดดเด่นในสายตา แต่พวกเธอกลับสร้างผลงานและมีอิทธิพลอย่างมาก
เมื่อเราไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ทางวัฒนธรรม ก็จะเห็นว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานศิลปะและแรงบันดาลใจ ผู้หญิงยังคงเป็นส่วนสำคัญของจิตวิญญาณและเรื่องราวของโลก ทั้งในประวัติศาสตร์และสงคราม ผู้หญิงเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่เฉพาะของเอเชียแต่ทั่วทั้งโลก
มองอนาคตของ Sarran ว่าจะเป็นอย่างไร
เราตั้งใจทำให้แบรนด์เป็นแบบที่ควรจะเป็นโดยการศึกษาและติดตามความเปลี่ยนแปลงในสังคมและโลกทุกวัน เราเชื่อว่าผลงานของเราจะบันทึกความเป็นไปของผู้หญิงในแต่ละยุคสมัย และสะท้อนถึงความภูมิใจและการต่อสู้ของพวกเธอในรูปแบบใหม่
เราต้องการให้ผลงานไม่เพียงแค่ย้อนอดีต แต่เป็นการนำความสามารถและแนวคิดในอดีตมาสื่อสารกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและเล่าเรื่องที่ต้องการเกิดขึ้นในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม:
บทบาทแม่เลี้ยงเดี่ยวของ Cindy Chao และการรังสรรค์ผลงานสู่พิพิธภัณฑ์ชั้นนำ
Luca Palmiero และ Fabio Palmiero ทายาทรุ่นที่ 2 ของ Palmiero เล่าถึงผลงานจิวเวลรีและความกล้าที่จะรู้สึกถึงอารมณ์
จากแนวความคิดสู่ Patcharavipa เครื่องประดับไฟน์จิวเวลรีทำมือแบบ contemporary มากเทคนิค





