Cover Francesca Amtheatrof ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกนาฬิกาและเครื่องประดับของ Louis Vuitton (ภาพ: Louis Vuitton)

ร่วมก้าวสู่แชปเตอร์ที่สองของคอลเล็กชั่น Deep Time High Jewellery จาก Louis Vuitton ซึ่งยังคงเดินทางอย่างหาญกล้า เพื่อสะท้อนการถือกำเนิดของดาวเคราะห์ไปจนถึงจุดเริ่มต้นแห่งชีวิต

เมื่อชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ใหม่จำนวน 50 ชิ้นภายใต้ 10 ธีมแห่ง Deep Time High Jewellery งานออกแบบร่วมสมัยจาก Louis Vuitton ได้ถูกนำมาจัดแสดง ณ อมันปุรี รีสอร์ทเครือ Aman แห่งแรกของโลกบนเกาะภูเก็ต ภายใต้การตกแต่งที่เสริมด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ อันโด่งดังอย่างแสนพิเศษ Francesca Amtheatrof ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกนาฬิกาและเครื่องประดับของเมซง ได้มาพบปะร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย ตลอดจนเหล่าแขกคนสำคัญเพื่อขยายความการตีความหมายและภาษาการออกแบบไม่เหมือนใคร

Tatler จึงมีโอกาสสัมภาษณ์ Francesca และขอชวนคุณร่วมก้าวสู่แชปเตอร์ที่สองของคอลเล็กชั่น Deep Time High Jewellery ไปพร้อมๆ กัน 

อ่านเพิ่มเติม: Ellen van Loon พาชมกระบวนการสร้าง Crafted World ของ Loewe ในเซี่ยงไฮ้ และพูดถึงการเล่าประวัติศาสตร์แฟชั่นผ่านงานนิทรรศการ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูง Deep Time High Jewellery ณ อมันปุรี รีสอร์ท
Photo 2 of 4 Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูง Deep Time High Jewellery ณ อมันปุรี รีสอร์ท
Photo 3 of 4 Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูง Deep Time High Jewellery ณ อมันปุรี รีสอร์ท
Photo 4 of 4 Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูง Deep Time High Jewellery ณ อมันปุรี รีสอร์ท

“ในแชปเตอร์ที่สองของคอลเล็กชั่น Deep Time นี้ เรายังคงสานต่อเรื่องราวที่งดงามปานบทกวี ซึ่งสื่อถึงเส้นเรื่องอันเหลือเชื่อและกว้างไกล” Francesca เผยถึงไฮจิวเวลรีคอลเล็กชั่นที่ 5 ซึ่งเธอออกแบบให้กับ Louis Vuitton ที่มีเรื่องเล่าอันรุ่มรวยแห่งมรดกทางธรณีวิทยา ความงามที่ผ่านการแปลงโฉม ตลอดจนชีวิตที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

ภายในห้องกระจกที่สามารถมองออกไปออกไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้ากระจ่างเป็นฉากหลัง การเดินทางของคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II ถูกนำเสนอผ่านจังหวะการจัดวางที่ร้อยเรียงอย่างมีลูกเล่น เริ่มต้นแนวคิดที่ธรณีวิทยาก่อนจะขับเคลื่อนไปยังช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์โลกของเรามีคนอาศัยอยู่บนมหาทวีปทั้งสอง ได้แก่ Gondwana และ Laurasia ถือเป็นจุดกำเนิดเชิงวิวัฒนาการของดาวเคราะห์โลก

โดยดินแดนกอนด์วานาทางตอนใต้ (ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปนี้) ถูกบรรยายถึงการเคลื่อนไหวเป็นวงกลมของโลก และเฉลิมฉลองผ่านสร้อยแบบติดคอที่ดูกราฟิกและทรงพลังอันถือเป็นซิกเนเจอร์ของ Francesca ในขณะที่ดินแดนลอเรเซียทางตอนเหนือถูกนำเสนอผ่านสร้อยคอแผง 7 แถบที่ถูกทำให้เป็นช่องเพื่อโชว์ลวดลายตัว V สร้อยคอใช้เวลาการรังสรรค์นานถึง 2,456 ชั่วโมง และเป็นเครื่องประดับมาสเตอร์พีซที่มีมูลค่าสูงที่สุดของแชปเตอร์

ครั้งนี้มี Symbiosis เป็นธีมใหม่ของ Deep Time ที่ได้แรงบันดาลใจจากระบบนิเวศบนบกแห่งแรกบนดาวเคราะห์ที่เรียกกันว่าเห็ดราและกลุ่มใยรา “เครื่องประดับอัญมณีที่บอบบางและหรูหรานี้เป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยการใช้สปิเนลสีชมพูและม่วง แต่ก็มีสีฟ้าพาสเทลเข้ามาแทรกด้วยซึ่งสะท้อนความสวยงามและความเป็นหญิงออกมา” Francesca อธิบาย

สปิเนลเป็นศูนย์กลางของธีม โดยอัญมณีทั้งหมดมาจากเวียดนามและแทนซาเนีย สร้อยคอเส้นงามที่ประกอบด้วยสร้อยหลายสายนี้ลอกเลียนแบบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติผ่านกลุ่มก้อนของแร่รัตนชาติที่ถูกเจียระไนเป็นหลากหลายรูปทรงและถูกฝังเล่นระดับความสูงต่ำแตกต่างกันเพื่อเล่นกับวอลุ่ม

เพชรแบบฝังจิกไข่ปลาบอมเบที่ถูกเติมแต่งด้านบนด้วยเพชรเจียระไนเป็นรูป LVCUT พิเศษ ตลอดจนการใส่ใจในทุกรายละเอียดโดยให้ด้านในของสร้อยได้รับการรังสรรค์เป็นลวดลายเห็ดแสนประณีตที่มีเพียงผู้สวมใส่เท่านั้นที่จะมองเห็นได้

การเดินทางแสนยิ่งใหญ่สื่อถึงสิ่งมีชีวิตยุคแรกๆ บนผืนแผ่นดินและการก่อกำเนิดของระบบนิเวศออร์แกนิกจุดประกายความสร้างสรรค์ให้กับผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกนาฬิกาและเครื่องประดับของ Louis Vuitton ผู้นี้ เธอพาเราเดินไปตามโต๊ะจัดแสดงชิ้นงานขนาดใหญ่ และอธิบายถึงชีวิตวิวัฒน์ จากรูปแบบการพึ่งพาอาศัยกันไปสู่การเป็น Fossils ซึ่งเติบโตไปเป็น Plants

นี่คือการตีความตามตัวอักษรที่ตรงยิ่งกว่าจาก Chapter I โดยที่ Plants ถูกทำให้เป็นจริงขึ้นมาในรูปลักษณ์ของชุดสร้อยคอที่ปรับเปลี่ยนได้ โดยมีใบไม้ที่รังสรรค์ขึ้นจากมรกตและเพชรที่เจียระไนตามสั่งกว่า 400 เม็ด ซึ่งยิ่งขับเน้นทักษะความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้ของ Louis Vuitton

“มันสำคัญมากที่จะต้องรู้จริงถึงงานฝีมือ ความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดและฉันเองก็ยังเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาด้วย” Francesca ผู้เริ่มต้นการทำงานในฐานะช่างจิวเวลรีมากฝีมือ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: มรกต (emerald) อัญมณีประจำเดือนเกิดพฤษภาคม กับพลังงานมรกต เพื่อการฟื้นฟูพลังกายใจและความมีชีวิตชีวา 

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II
Photo 2 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II
Photo 3 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II
Photo 4 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II
Photo 5 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II
Photo 6 of 6 เครื่องประดับจากคอลเล็กชั่น Deep Time Chapter II

อีกหนึ่งธีมใหม่น่าสนใจของ Deep Time คือ Skin ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองอุมบาแซฟไฟร์ซึ่งมีโทนสีส้มและชมพูที่โดดเด่น โดยจับคู่กับตัวเรือนทองชมพูในการวางองค์ประกอบแบบกราฟิกที่ทันสมัย

เซ็ตนี้เป็นตัวกำหนดแนวทางให้กับชิ้นงาน Bones, Seeds และ Flower ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้สะท้อนถึงความงดงามและความประณีตแห่งบทสุดท้ายของ Deep Time ชีวิตงอกงามและค้บพบสิ่งใหม่ๆ โดยที่ Skin สำรวจความเชื่อมโยงอันแสนมีเอกลักษณ์ที่ขยายความกลายเป็นรูปแบบของการถักทอแนวเรขาคณิตดีไซน์แบบอัลตราโมเดิร์นและกราฟิกสุดล้ำซึ่งทำให้คิดถึงลวดลายงูและลาย Damier สุดไอคอนิกของ Louis Vuitton

โดยรวมแล้วงานชิ้นนี้ประกอบด้วยอุมบาแซฟไฟร์เกือบ 300 เม็ด แต่ละเม็ดได้รับการเจียระไนแบบเฉพาะเจาะจงโดยยึดตามเลย์เอาท์และรูปแบบงานดีไซน์ของชิ้นงาน ตั้งแต่สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ไปจนถึงทรงบาแกตต์

ในเชิงโครงสร้าง สร้อยคอ Bones ที่แสนตระการตาของ Chapter I เป็นสร้อยคอที่ซับซ้อนที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของ Louis Vuitton ด้วยการเป็นแผงสร้อยคอที่ห้อยลงมาพร้อมตาข่ายเพชรในรูปทรงเรขาคณิตหลากรูปแบบ ประดับด้วยโอปอล ทัวร์มาลีนพาไรบา และแทนซาไนต์

ธีมนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นใน Chapter II และเห็นเป็นรูปเป็นร่างผ่านโชกเกอร์แสนวิจิตรที่แสดงให้เห็นเพชรที่ถูกจัดวางเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้าและในความสูงที่สลับกันไปมา สำหรับ Tatler แล้วผลงานไฮไลต์คือ Seeds การโอบรับความงามแห่งธรรมชาติใน Chapter II ที่ไข่มุกน้ำงามได้ถูกนำมาสร้างขอบเขตงานดีไซน์ใหม่ๆ

“หลายคนคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจนักสำหรับเครื่องประดับจากไข่มุก แต่เชื่อไหมว่านี่เป็นอีกชิ้นที่ฉันตื่นเต้นมากเชียวล่ะ” Francesca ยิ้ม สร้อยคอสองสายเส้นงามได้จับคู่ไข่มุกตาฮิติสีเทาจำนวน 43 เม็ดกับแถบทองขาวประดับเพชรเกือบ 1,200 เม็ด รูปทรงที่คล้ายท่อได้ถูกนำมาใช้ในขณะที่แพทเทิร์นลวดลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่ถูกเจาะออกสะท้อนการออกแบบอันชาญฉลาด

ธีมท้ายสุดอย่าง Flower นั้นพิเศษด้วยตัวเรือนทองขาวประดับเพชรสีขาว ซึ่งเป็นการสรรเสริญต่อลวดลาย Monogram ของ Louis Vuitton โดยมีเพชรที่เจียระไนเป็นรูปดาวอยู่ตรงใจกลางการจัดเรียงอันซับซ้อนของกลีบดอกที่งดงาม แต่ละกลีบทำขึ้นจากเพชรเม็ดกลมและเพชรทรงบาแกตต์เพื่อให้พอดีกับรูปทรงโค้งมนของกลีบดอกและล้อแสงไฟได้มากที่สุด

เซ็นเตอร์พีซของสร้อยเส้นนี้คือเหรียญรูปดอกไม้ที่ห้อยลงมาจากสร้อยสายโซ่ฝังเพชรจิกไข่ปลา สร้อยเส้นนี้ประดับเพชรกว่า 1,300 เม็ดรวมถึงเพชรที่เจียระไนตามสั่ง 90 เม็ดด้วย โดยมีแหวนและต่างหูที่เข้าคู่กัน ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความโก้หรูที่สื่อถึงแชปเตอร์สุดท้ายของ Deep Time

“ที่ Louis Vuitton เราล้วนเป็นนักผจญภัยอย่างที่เคยเป็นมา ผู้เดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คาดคิดและแสนพิเศษต่างๆ” Francesca กล่าวสรุปดีเอ็นเอของแบรนด์ ซึ่งถูกตีความร่วมกับเพชรและอัญมณีล้ำค่าที่ชัดเจนตรงหน้า ก่อนจะชวนเราไปหาเครื่องดื่มคลายร้อนและร่วมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ว่ากันว่าสวยงดงามที่สุดในภูเก็ต

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย