เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกับเมนูเฟสทีฟโดยเชฟชื่อดัง Gaggan Anand ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราที่ Gaggan at Louis Vuitton
ส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปลายปีที่น่าอภิรมย์คือ การได้ร่วมสังสรรค์กับคนที่รักและห่วงใยในมื้ออาหารพิเศษท่ามกลางบรรยากาศสวยงามหรูหรา ตัวเลือกหนึ่งที่นักชิมและผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นพลาดไม่ได้คือเมนูเฟสทีฟที่ Gaggan at Louis Vuitton บนชั้นสองของคอนเซ็ปต์สโตร์ LV The Place Bangkok ซึ่งนับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการรับประทานอาหารทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น กับแนวทางการทำอาหารที่แปลกใหม่ สร้างสรรค์ และมีอารมณ์ขันไม่เหมือนใคร
อ่านเพิ่มเติม: LV The Place Bangkok สะท้อนไลฟ์สไตล์ระดับโลกภายใต้คอนเซ็ปต์ความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

Above การตกแต่งภายในส่วนรับประทานอาหารของ Gaggan at Louis Vuitton

Above เชฟ Gaggan Anand เชฟชื่อดังที่คอลแล็ปกับเมซงเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารที่น่าจดจำ
การเดินทางสู่ประสบการณ์อาหารที่หรูหราและสร้างสรรค์เริ่มต้นจากทางเข้าซึ่งต้อนรับด้วยทรังก์อันเป็นสัญลักษณ์เรียงต่อกันเป็นรูปปิระมิด ก่อนจะนำไปสู่ห้องโถงตกแต่งผนังด้วยแท่งเรซินดีไซน์โดย Draga & Aurel โคมไฟดอกไม้โมโนแกรม และเชือกขึงตกแต่ง พร้อมทั้งโต๊ะรับประทานอาหารทำด้วยหินอ่อนจากอิตาลี พร้อมเมนูประจำเทศกาลที่รังสรรค์พิเศษให้กับ Louis Vuitton ภายใต้คอนเซ็ปต์ 5 S ได้แก่ Sweet, Sour, Salty, Spicy และ Surprise
เมนูทั้ง 14 คอร์ส ที่เสิร์ฟในช่วงเทศกาลมีบางรายการที่ยังใช้เมนูเดิม บางรายการมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย และมีรายการที่เพิ่มเข้ามาใหม่โดยใช้วัตถุดิบประจำฤดูหนาวระดับพรีเมียมเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการเฉลิมฉลองยิ่งขึ้น
เมื่อมานั่งที่โต๊ะ แขกจะได้รับการต้อนรับด้วยรสชาติที่ “ระเบิด” ในปากกับ Yoghurt Explosion ที่มาพร้อมกับคุกกี้ที่ทำจากฝรั่งสีชมพู ต่อด้วยจานซิกเนเจอร์ Lick It Up กับครีมรสเข้มที่ทำจากวอเตอร์เครสต์ อุเมโบชิ บีทรูท และสมุนไพรในฟอนต์ Louis Vuitton และสีสันที่สื่อถึงบรรยากาศเฟสทีฟ อีกเมนูคือ Charcoal ที่เป็นการนำวัตถุดิบส่วนเกินมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ด้วยการเผาจนเป็นถ่าน ข้างในยัดไส้ด้วยกวันชาเล ถั่ว หอมแดง ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลเพริกอร์ด
นอกจากนี้ ในเมนู World Map ที่เสิร์ฟมาในโถสามชั้นรูปลูกโลกและได้รับแรงบันดาลใจมาจากสปิริตด้านการเดินทางของ Louis Vuitton ยังมีคำใหม่คือ Sushi ที่น่าจะทำให้แฟนประจำประหลาดใจกับซูชิโอโทโรเสิร์ฟบน “ข้าว” ในรูปแบบเมอแรงก์ที่มีส่วนผสมของดาชิ เพิ่มความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับเมนูที่คุ้นเคย

Above Momos

Above Cold Curry
เชฟ Gaggan ยังเฉลิมฉลองรากเหง้าความเป็นอินเดียและวัฒนธรรมด้านอาหารอันเก่าแก่ด้วยเมนูใหม่ Momos ที่มาถึงอินเดียผ่านการอพยพย้ายถิ่นของชาวทิเบต คำแรกยัดไส้ถั่วเอดามาเมะและรากบัวรสชาติเข้มข้น ส่วนอีกคำเป็นไส้ข้าวโพดและชีส เสิร์ฟมาพร้อมซอสแชมเปญเบอร์บลองรสละมุน ตัดกับความจัดจ้านของโมโม่ได้อย่างสมดุล
นอกจากนี้ยังมี Cold Curry อาหารที่เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลก ที่เชฟ Gaggan นำมาเสิร์ฟแบบเย็นในโถที่ทำจากน้ำแข็ง ตัวแกงทำจากปูของไทย ชิโรเอบิหรือกุ้งญี่ปุ่น ชัทนีย์คาซุนดิ (มัสตาร์ดที่นำไปหมัก) มะนาวนิ้วมือที่ให้สัมผัสเหมือนคาเวียร์ โฟมมะพร้าวและสโนว์ที่ทำจากเลมอน
อ่านเพิ่มเติม: ลิ้มรสเมนูอิตาเลียนชั้นเลิศโดยเชฟระดับตำนานที่ Cannubi by Umberto Bombana
เมนูใหม่ที่น่าสนใจยังมี Assiette de Canard ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูฝรั่งเศสคลาสสิก duck a l'orange ประกอบไปด้วยสามจานคือ เป็ดบาร์บารีจากเขาใหญ่ที่นำไปดรายเอจเคลือบเกสรเฟนเนลและเสิร์ฟพร้อมเคทชัพแครอตและพิวรีซุกินี จานเคียงคือพิทิเวียร์เป็ดใส่ไส้กรอกคุมเบอร์แลนด์ และทูอิล (tuile) รสส้ม
ส่วนจานหลักที่ปรับโฉมใหม่ Rice & Winter Mushroom แสดงถึงความสำคัญของข้าวในวัฒนธรรมการกินแบบเอเชียด้วยการนำข้าวบาสมาติมาหุงแล้วปรุงกับถั่วไพน์และเก๋ากี้ เสิร์ฟพร้อมมาลัยหรือครีมข้นแบบอินเดียปรุงด้วยดาชิ ใส่เห็ดสามชนิดคือ พอร์ชินี มอร์เรล และแบล็กทรอมเป็ตต์ที่นำไปตุ๋นกับทรัฟเฟิลอัลบา ข้างใต้จานเป็นเพสต์ที่ทำจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ช่วยเพิ่มความหอมมันให้กับเนื้อครีมเข้มข้น และกลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์ของเห็ดฤดูหนาวได้ดี

Above Saison

Above Beneath the Monogram
ของหวานปิดท้ายมื้ออาหารทั้งสองรายการก็เป็นเมนูใหม่ จานแรกคือ Saison ที่เล่นกับความรู้สึกร้อนและเย็น และความเป็นของหวานและความเป็นอาหารคาว ด้วยไอศกรีมถั่วทองก้ากลิ่นไขมันหมูรมควันท็อปด้วยคาเวียร์ เสิร์ฟพร้อมโฟมมันฝรั่งอุ่น อีกรายการคือ Beneath the Monogram ที่ทั้งสดชื่นและสง่างามกับส่วนผสมของส้มสีเลือด เจลแชมเปญ และเม็ดพริกไทยสีชมพูที่นำมารังสรรค์เป็นซอร์เบต์ ด้านบนคือทูอิลส้มสีเลือดลวดลายโมโนแกรมของเมซง ที่ต้องใช้ช้อนเคาะให้แตกเสียก่อนถึงจะลิ้มลองขนมหวานในถ้วยได้
Festive Menu เซ็ตมื้อกลางวัน 9 คอร์สราคา 6,000++ บาท, เซ็ตดินเนอร์ 14 คอร์สราคา 10,000++ บาท และสามารถเพิ่มทรัฟเฟิลได้ในราคาพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ สำรองที่นั่งได้ที่ sevenrooms.com
Gaggan at Louis Vuitton
ที่อยู่: LV The Place Bangkok ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ 496-502 ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ, 061-413-6295 และ เว็บไซต์
อ่านเพิ่มเติม:
Stage เผยโฉมใหม่ในย่านสาทร พร้อมเมนูฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์น
รวมร้านเสิร์ฟ 'ต้มยำกุ้ง' รสเด็ดทั่วกรุงเทพฯ ที่เหล่านักชิมห้ามพลาด
"อัปสรา” เปิดประสบการณ์ล่องแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งใหม่กับเมนูอาหารไทยสุดวิจิตร
Credits
ภาพ: Worapon Teerawatvijit










