Cover Louis Vuitton เปิดตัว LV The Place Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ในคอนเซ็ปต์ 360 ณ Gaysorn Amarin (ภาพ: Louis Vuitton)

Louis Vuitton เปิดตัวสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซ็ปต์ 360 ครั้งแรกของโลกที่รวมรีเทล คาเฟ่ ร้านอาหาร และนิทรรศการ เข้าไว้ด้วยกัน ณ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์

หลุยส์ วิตตอง พาคุณออกเดินทางสู่ ‘LV The Place Bangkok’ ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศูนย์การค้าภาพลักษณ์ใหม่ เกษรอัมรินทร์ จุดหมายที่รวมคอนเซ็ปต์ครบทุกประสบการณ์ภายในพื้นที่เดียวกัน ตั้งแต่งานนิทรรศการ คาเฟ่ รีเทลสโตร์ และร้านอาหารโดยเชฟชื่อดัง Gaggan Anand มารังสรรค์เมนูต่างๆ ด้วยลูกเล่นสุดแพรวพราว คอนเซ็ปต์สโตร์ใหม่แห่งนี้จะต้อนรับผู้มาเยือนเพื่อพาไปค้นพบจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด และความคิดสร้างสรรค์ในโลกของหลุยส์ วิตตอง ณ ปัจจุบัน

LV The Place ครอบคลุมพื้นที่สองชั้นภายในตึกบนทำเลบริเวณแยกราชประสงค์ และยังได้สร้างสรรค์ความงดงามผ่านจินตนาการของแสงอันเปล่งประกายจากมุมตึก ด้านนอกตกแต่งด้วยประติมากรรมรูปทรงแบบเพชรขนาดใหญ่โดยสถาปนิกชาวไทย ที่หากสังเกตใกล้ๆ ก็จะเห็นรายละเอียดเทคนิคการปักประดับที่เลียนล้อแบบการจัดพานพุ่ม ส่วนด้านในนั้นได้รวบรวมประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟไว้มากมาย...ไปชมพร้อมกับ Tatler 

อ่านเพิ่มเติม: Louis Vuitton ร่วมงานกับนักเทนนิส Carlos Alcaraz เพื่อสร้างสรรค์ Malle Vestiaire ขึ้นอีกครั้ง

Tatler Asia
Above จุดหมายใหม่แห่งวัฒนธรรมกับร้านคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกของโลก (ภาพ: Louis Vuitton)

VISIONARY JOURNEYS

ที่ชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวการเดินทางแห่งวิสัยทัศน์ Visionary Journeys นิทรรศการอิมเมอร์ซีฟใหม่ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน ด้วยผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง OMA และ Partner Shohei Shigematsu นับเป็นการทำงานร่วมมือในฐานะพันธมิตรครั้งแรกระหว่าง OMA และหลุยส์ วิตตอง โดยนำจินตนาการของเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมมาถ่ายทอดในคอนเซ็ปต์ใหม่ให้กับงานนิทรรศการ Visionary Journeys ห้องต่างๆ ทั้ง 5 ถูกแบ่งเป็นธีมชัดเจนในรูปแบบแตกต่างกัน ผสมผสานเรื่องราวทั้งใหม่ ทั้งประวัติศาสตร์ และชิ้นงานร่วมสมัย เพื่อผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับเรื่องราวของหลุยส์ วิตตอง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 2 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 3 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 4 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 5 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 6 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 7 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 8 of 8 Visionary Journeys นิทรรศการใหม่ที่จะพาคุณไปสัมผัสมรดกล้ำค่าอันเป็นที่มาของเมซง ซึ่งไม่เคยแสดงที่ใดมาก่อน (ภาพ: Louis Vuitton)

Trunkscape คือจุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางที่นำทรังก์ 96 ใบมาเรียงต่อกันเป็นอุโมงค์ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่เรื่องราวงานฝีมือและนวัตกรรม ห้องแรกนี้มีธีม Origins ซึ่งมีไฮไลท์ที่การอุทิศให้กับเรื่องราวของตระกูลวิตตอง โดยจัดเป็นแท่นแสดงคลังเก็บเรื่องราวที่อยู่รอบด้าน และชิ้นงานที่เป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งดีไซน์ต่างๆในยุคแรก รูปแบบของทรังก์ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์ทรังก์และบรรจุสิ่งของต่างๆ ส่วนตัวอย่างของโมโนแกรมแคนวาสหลากหลายรูปแบบที่พัฒนามาหลายทศวรรษ บ่งบอกถึงความต่อเนื่องและนวัตกรรมอันไม่หยุดนิ่งของแบรนด์

ห้องต่อมา Iconic Bags จัดแสดงเพื่อเฉลิมฉลอง 25 ปี ในประวัติศาสตร์แฟชั่นของหลุยส์ วิตตอง ถ่ายทอดเรื่องราวกระเป๋าไอคอนิก 5 รุ่น ทั้ง Alma, Keepall, Speedy, Noé และ Petite Malle ซึ่งนำกลับมาตีความใหม่โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ตั้งแต่ Marc Jacobs, Kim Jones, Nicolas Ghesquière, Virgil Abloh และ Pharrell Williams ที่แสดงวิสัยทัศน์ความก้าวล้ำของสไตล์และความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ โดยจัดแสดงภายในลูกบอลอะคริลิกใสทรงกลม 19 ลูก เน้นย้ำบนผลงานอย่างชัดเจน

ห้องสุดท้าย Collaborations พาไปค้นพบความสัมพันธ์กับเหล่าศิลปินผู้รังสรรค์ให้เกิดผลงานกระเป๋าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่จดจำอย่าง Stephen Sprouse, Richard Prince, Takashi Murakami หรือ Yayoi Kusama โดยนำผลงานดั้งเดิมทั้ง 7 ชิ้น มาเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นจอแอนิเมชั่นครึ่งวงกลมฉายแพทเทิร์นงานของศิลปินแต่ละคนลงบนฉากหลังซึ่งเป็นกระเป๋าชุบโครมจำนวน 184 ใบ นอกจากนี้ผู้มาร่วมชมงานนิทรรศการจะได้พบกับห้อง Giveaway Room ที่ชวนทำกิจกรรมเพื่อรับของที่ระลึกเป็นการขอบคุณในการเข้าชม

LE CAFÉ LOUIS VUITTON

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 2 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 3 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 4 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 5 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 6 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 7 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)
Photo 8 of 8 Le Café Louis Vuitton บริเวณชั้นล่าง นำเสนอซีเลกชันเมนูขนมที่พิถีพิถันรังสรรค์ (ภาพ: Louis Vuitton)

Le Café Louis Vuitton โซนนี้ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง ตกแต่งในบรรยากาศรื่นรมย์ ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับความทันสมัยของเมซง ตั้งแต่พื้นปาร์เก้ไม้ที่ปูเป็นลวดลายโมโนแกรม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ในดีไซน์ที่ตีความจาก Objets Nomades สะท้อนเอกลักษณ์ภูมิอากาศของแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หวาย และต้นไม้ โดยมีจุดเด่นตรงกลางคือ pièce de resistance เคาน์เตอร์โค้งมนที่ตั้งโชว์ซีเล็กชั่นขนมอันสวยงาม

การนำเสนอเมนูขนมที่พิถีพิถัน ตั้งแต่เค้ก ทาร์ต พาร์เฟ่ต์ และไอศกรีมแซนด์วิชหลากหลายรสชาติ พร้อมทั้งตกแต่งรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ของหลุยส์ วิตตอง ขนมที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษอย่างเช่น Star Blossom Cake เป็นเค้กช็อกโกแลต รสละมุนผสมผสานคาราเมลเข้มข้น Monogram Cake เค้กพิสตาชิโอที่ได้ความหอมอ่อนๆ ของกลิ่นส้ม นอกจากนี้ยังมี Mango Sticky Rice Fizz เครื่องดื่มเย็นที่ได้แรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวมะม่วงของไทยด้วย

THE STORE

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 2 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 3 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 4 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 5 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 6 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 7 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา
Photo 8 of 8 ประสบการณ์ช้อปปิ้งอันพิเศษและร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา

รีเทลสโตร์เป็นการผสมผสานดีไซน์โก้หรูเข้ากับการตกแต่งที่มีชีวิตชีวา โดยครอบคลุมพื้นที่ชั้นบนสุดพร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งอันร่วมสมัย ท่ามกลางการจัดวางเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และผลงานศิลป์สีสันสะดุดตา คือความตั้งใจในการจัดแบ่งพื้นที่ระหว่างคอลเล็กชั่นสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษให้กลมกลืนไปด้วยกัน ทว่าคำนึงถึงลูกค้าที่ต้องการสัมผัสงานดีไซน์อันเป็นเลิศ

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ ร้านแห่งนี้ยังนำเสนอกระเป๋ารุ่น Alma Nano Rainbow ใน 5 โทนสี เช่นเดียวกับเสื้อทีเชิ้ตในคอลเล็กชั่นสุภาพสตรี Cruise 2024 ใน 4 โทนสี และรองเท้าสนีกเกอร์สุภาพบุรุษ LV Trainer Upcycling ที่มีดีไซน์เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยจะวางจำหน่ายเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่นี่เพียงแห่งเดียวในโลก ส่วนการรังสรรค์รูปแบบเฉพาะตัวบนผลิตภัณฑ์ มีบริการประทับลวดลาย มาสคอตของเมซงโดยตั้งชื่อพิเศษว่า “Nong Vivienne” (เพื่อสื่อความหมายของคำว่าน้องในภาษาไทย ที่ใช้เรียกผู้ที่อายุน้อยกว่า แฝงความน่ารักอ่อนน้อมในแบบคนไทย) ดีไซน์ขึ้นใหม่เพื่อต้อนรับการเปิดตัวร้านแห่งนี้

GAGGAN AT LOUIS VUITTON

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 2 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 3 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 4 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 5 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 6 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 7 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์
Photo 8 of 8 Gaggan at Louis Vuitton นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์

ความพิเศษสุดคือ Gaggan at Louis Vuitton ตั้งอยู่บนชั้นสองของคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งนี้ นับเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

การเดินทางแห่งประสบการณ์อาหาร เริ่มต้นจากทางเข้าซึ่งต้อนรับด้วยทรังก์อันเป็นสัญลักษณ์ ก่อนจะนำไปสู่ห้องโถงตกแต่งผนังด้วยแท่งเรซินดีไซน์โดย Draga & Aurel โคมไฟดอกไม้โมโนแกรม และเชือกขึงตกแต่ง ร้านอาหารแบบไฟน์ไดนิ่งใช้โต๊ะรับประทานอาหารทำด้วยหินอ่อนจากอิตาลี สามารถรองรับแขกได้ 10 โต๊ะ พร้อมทั้งนำเสนอเมนูประจำซีซั่นที่รังสรรค์พิเศษให้กับหลุยส์ วิตตอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ 5 S ได้แก่ Sweet, Sour, Salty, Spicy และ Surprise ตั้งแต่เมนูล็อบสเตอร์กับซอสที่ได้แรงบันดาลใจรสชาติแบบไทย ไปจนถึงสูตรเมนูเห็ดในแผ่นแป้งที่มีแรงบันดาลใจจากแพทเทิร์น Damier โดยยังให้ส่วนผสมแต่ละชนิดเป็นดาวเด่นในแต่ละจาน

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย