ผู้อำนวยการสร้างสรรค์แผนกสุภาพบุรุษของ Louis Vuitton เล่าถึงความตื่นเต้นในการนำคอลเล็กชั่นพรี-ฟอลล์ 2024 ไปจัดแสดงที่ฮ่องกง รวมถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังคอลเล็กชั่นสำคัญนี้
เราไม่ได้กล่าวเกินจริงหากจะบอกว่าแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าผู้ชายคอลเล็กชั่นพรี-ฟอลล์ 2024 ของ Louis Vuitton เป็นหนึ่งในโชว์ที่ผู้คนคาดหวังมากที่สุดของปีนี้ในฮ่องกง เพราะนานมาแล้วนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่แฟชั่นเฮาส์ใหญ่จัดแสดงแฟชั่นโชว์ที่มหานครแห่งนี้ นี่จึงถือเป็นเกียรติแสนพิเศษที่ได้ต้อนรับคอลเล็กชั่นที่สองของฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ (Pharrel Williams) ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์นี้ หลังจากที่ดาวดังผู้มากความสามารถกุมบังเหียนในการดูแลเสื้อผ้าผู้ชายของเมซงนี้นับตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2023 เป็นต้นมา
ในแฟชั่นโชว์เปิดตัวผลงานแรกของเขาในเดือนมิถุนายน Louis Vuitton ปิดสะพาน Pont Neuf ของกรุงปารีสและมีคนดังอย่าง Beyoncé, Jay-Z, Rihanna และ A$AP Rocky มาร่วมงาน สำหรับคอลเล็กชั่นถัดมานี้ ฟาร์เรลล์เลือกฮ่องกงเป็นสถานที่จัดงานด้วยเหตุผลหลายประการ นั่นคือ Louis Vuitton ไม่เพียงมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับเมืองๆ นี้ (ร้านแห่งแรกของเมซงนี้เปิดตัวในย่านจิมซาจุ่ยในปี 1979) แต่ฟาร์เรลล์เองก็มีความเชื่อมโยงที่แสนพิเศษกับฮ่องกงเช่นกัน เขาเดินทางมายังเกาะแห่งนี้ระหว่างเทศกาล Art Basel ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อเปิดตัวคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูง ซึ่งเป็นการร่วมมือกับแพลตฟอร์มการประมูลของเขาที่ชื่อ Joopiter นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม: Louis Vuitton เตรียมนำคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษก่อนฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 บินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้
สถานที่ในการจัดงานครั้งนี้คือ Avenue of Stars ในย่านจิมซาจุ่ย ซึ่งบางคนมองว่านี่คือ Walk of Fame แห่งฮอลลีวู้ดในเวอร์ชั่นฮ่องกง ในค่ำคืนนั้น Louis Vuitton ยึดครองพื้นที่ทางเดินริมน้ำของ Avenue of Stars และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นชายหาดแบบฮาวาย แขก 1,200 คนได้รับเชิญให้มาร่วมดื่มด่ำประสบการณ์แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงตำนานภาพยนตร์ฮ่องกงอย่างโจวเหวินฟะ, ศิลปินเพลงจีนกวางตุ้ง กัวฟู่เฉิง, แอนสัน โล ดาวรุ่งแห่งวง Mirror และคนดังอื่นๆ ในภูมิภาคที่คนคุ้นตา
เส้นขอบฟ้าของอ่าววิคตอเรียกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของโชว์นี้เช่นกัน การบินโดรนที่ตื่นตาแสดงให้เห็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงลวดลายของ Louis Vuitton รวมถึงวลีอย่าง "LV Lovers” ที่ถูกประดับไว้บนท้องฟ้าเป็นการปิดท้ายโชว์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ “ผมอยากบอกว่า รัฐบาลฮ่องกงน่ารักกับเรามาก นี่ช่างเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและราบรื่นจริงๆ" ฟาร์เรลล์กล่าวก่อนงานเริ่ม "พวกเขาต้องการให้เรามาจัดโชว์ที่นี่และพวกเขาก็สนับสนุนเราอย่างเหลือเชื่อในทุกๆ ทาง"
Tatler นั่งพูดคุยกับฟาร์เรลล์ถึงความชื่นชอบที่เขามีต่อฮ่องกง และเรื่องที่เวอร์จิล อาโบลห์ (Virgil Abloh) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเฮาส์นี้ผู้ล่วงลับ ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้เขาอย่างไร
ความรักที่ฟาร์เรลล์มีต่อมหานครฮ่องกง
"ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้มาฮ่องกง ได้เห็นทุกสิ่งอย่างที่หล่อหลอมวัฒนธรรมที่นี่ให้เติบโต…ผู้คนที่นี่ผ่านอะไรมามากมาย และพี่น้องชาวเอเชียของผมก็ดีต่อผมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีในอาชีพการงานของผม ช่วงชีวิตขึ้นๆ ลงๆ ทำให้ผมแกร่งขึ้นและพวกเขาอยู่เคียงข้างผมตลอด เพราะฉะนั้นเมื่อผมได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ แน่นอนอยู่แล้วที่ผมอยากมาที่ฮ่องกง
ฮ่องกงเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของโลกนี้รวมถึงในแง่เศรษฐกิจโลกด้วย การได้มาอยู่ที่นี่หลังจากสถานการณ์โควิดกว่า 3 ปีครึ่ง จนวันนี้ที่มหานครแห่งนี้เข้ามาอยู่ในกระแสความคึกคักและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ถือเป็นเกียรติมาก เป็นโชคดีที่เราได้แสดงโชว์นี้ในขณะที่ฮ่องกงกำลังเฉิดฉายอีกครั้ง ฮ่องกงยืนหยัดเผชิญความท้าทายและผ่านอะไรมาหลายอย่าง ผมรู้สึกได้ถึงสิ่งนี้ในตัวผู้คนและธุรกิจต่างๆ ที่ฟื้นคืนกลับมา เพราะธุรกิจจะเติบโตไม่ได้เลยหากผู้คนยังไม่พร้อมจะเปิดรับ เราเห็นแล้วว่าผู้คนต้องการมัน ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงประกอบธุรกิจได้ดี นี่คือช่วงเวลาของฮ่องกง และผมดีใจที่ได้เห็นและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงโชว์ครั้งนี้"
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษพรี-ฟอลล์ 2024 ของ Louis Vuitton
"แรงบันดาลใจมาจากนักธุรกิจฮ่องกง ผู้ตัดสินใจที่จะใช้เวลาราวๆ 1 อาทิตย์ไปพักผ่อนที่ฮาวาย แต่ระหว่างที่พักผ่อนอยู่ เขาจำเป็นต้องเดินทางกลับไปฮ่องกง 1 วันเพื่อเข้าประชุมนัดสำคัญที่เขาไม่อาจเลื่อนได้
เราจึงเลือกต้นแบบที่ดูเหมือนเสื้อผ้ากะลาสี จากนั้นก็มีอีกคนในอีกต้นแบบที่กำลังอยู่ระหว่างการพักผ่อน แล้วก็มีแรงบันดาลใจจากดอกไม้ค่อนข้างเยอะ…เราวิเคราะห์อย่างละเอียดในแนวทางการใช้สีที่แปลกตา การจับคู่สีสันที่น่าสนใจ คุณจะได้เห็นซิลลูเอตที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมหลงใหลสำหรับแบบเสื้อผ้าทางการ มันสะท้อนอนาคตของความชิค ความสำรวย คอลเล็กชั่นนี้ถ่ายทอดความเป็นหนุ่มเจ้าสำอางอยู่เยอะ รวมถึงซิลลูเอตแบบกะลาสีและแบบรีสอร์ตในวันพักผ่อน"
มรดกทางแฟชั่นจาก Virgil Abloh
"มรดกตกทอดทางแฟชั่นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากเชิดชูและแสดงความเคารพนับถือเสมอ ผมเริ่มงานกับ Marc Jacobs เมื่อ 20 ปีที่แล้วตอนที่เขาเชิญผมไปที่สตูดิโอของเขา จากนั้นเมื่อ 19 ปีที่แล้วเราก็ปล่อยแว่นกันแดดออกมา แล้วก็มีภาพๆ หนึ่งของคานเย่ เวอร์จิล และผม กำลังใส่แว่นกันแดด Millionaires ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าผมจะได้ทำงานแฟชั่นอะไรอีกหลังจากแว่นกันแดดคอลเล็กชั่นนั้น แต่จากนั้นเราก็ได้ทำแคมเปญร่วมกับ Louis Vuitton แล้วจากนั้นเราก็ทำเครื่องประดับ ซึ่งสำหรับผมแล้วนั้นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วครับ
ดังนั้นพอเวอร์จิลได้รับการแต่งตั้ง ทุกอย่างเกิดขึ้นและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ นี่มันบ้ามากที่เราทั้งคู่ได้มาอยู่ตรงนี้ ผมยังคงภูมิใจในทุกสิ่งที่เขาได้สร้างขึ้นมา" ฟาร์เรลล์ กล่าว
"ผมจะบอกคุณว่าเรื่องทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันได้อย่างไร ตอนที่เราทำเทศกาลดนตรีที่เวอร์จิเนีย บีช ซึ่งกินเวลา 3 วัน และในคืนวันเสาร์ ผมเล่นปิดงานบนเวทีหนึ่งและเวอร์จิลก็เล่นปิดงานบนอีกเวทีหนึ่ง เขานั้นมาจากปารีสและไปยังรัฐเวอร์จิเนีย และพอผมได้รับแต่งตั้ง ผมมาจากรัฐเวอร์จิเนียและเราไปยังปารีส
ในเวอร์จิเนีย สโลแกนหรือวลีประจำรัฐของเราคือ Virginia is for lovers หรือเวอร์จิเนียเหมาะกับคู่รัก ดังนั้นเมื่อคุณเห็น สโลแกนที่ว่า LV lovers ในงานในคืนนี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
ผมได้ไปดูโชว์ครั้งสุดท้ายของเขาที่ไมอามี่หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้วและผมเองก็อาศัยอยู่ในไมอามี่ด้วย ผมจึงอยู่ที่โชว์นั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากและ 2 ปีก็ผ่านไป จากนั้นผมก็ได้รับการติดต่อให้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างสรรค์แผนกสุภาพบุรุษของ Louis Vuitton ดังนั้นพอคุณพูดถึงเขา ผมก็แค่อยากให้คุณทราบว่ามันมีความเชื่อมโยงกันขนาดไหนกับเรื่องราวในอดีตของเรา ว่ามันโยงใยเกี่ยวพันกันตลอด 20 ปีที่ผ่านมาอย่างไร และผมรู้สึกเป็นเกียรติมากแค่ไหนและผมจะกล่าวถึงพี่ชายคนนี้ของเราเสมอไป ใช่แล้วครับ ผลงานของผมเป็นการแสดงความชื่นชมต่อเขาเสมอ"
สตูดิโอทำเพลงแห่งใหม่ที่ปารีสของฟาร์เรลล์
เมื่อถามถึงสตูดิโอทำเพลงแห่งใหม่ที่กรุงปารีส ฟาร์เรลล์ กล่าวว่า “บางทีผมอาจจะทำดนตรี ทำเพลงมากกว่าที่ผมได้ทำมาตลอดชีวิต ผมเริ่มทำงานดนตรีนิดหน่อยในเดือนมกราคมและมันก็ไปได้สวย ปารีสยังคงจุดประกายไอเดียให้ผมอย่างต่อเนื่อง ใช่แล้วครับ คุณจะได้ฟังดนตรีของผมในคืนนี้”
This story was originally written in English by Cherry Mui.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2023 โดย Cherry Mui โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Bella Hadid ใช้พลังชื่อเสียงของตน สร้างความตระหนักรู้ปัญหาสังคมในวงกว้าง
ฟังเรื่องเล่า “ถังไวน์ที่สาบสูญ” ของ Weingut Meyer-Näkel ที่ Restaurant Sühring
"สบายๆ แต่มีสไตล์ชัดเจน" ส่องแฟชั่นสนามบินของจองกุก (Jungkook) แห่ง BTS ที่หลายคนอยากแต่งตาม

































