Cover เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง และเชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส ใน Masters of the 150th: An Epicurean Journey ณ โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok

การเดินทางแห่งรสชาติโดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง และเชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส ใน Masters of the 150th: An Epicurean Journey ณ โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok

ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีโรงแรมแห่งหนึ่งที่ยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าศตวรรษครึ่ง นั่นคือโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok โรงแรมแห่งแรกของประเทศไทยที่ยังคงรักษาขนบและศิลปะแห่งการต้อนรับอย่างไม่เสื่อมคลาย และในขณะที่โลกกำลังเดินหน้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีในปี พ.ศ. 2569 โรงแรมได้เปิดตัวโปรแกรมพิเศษ "Unfolding Legacies" เพื่อถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ "Masters of the 150th: An Epicurean Journey" แคมเปญที่รวบรวมเชฟระดับโลกมาสร้างสรรค์นิยามใหม่ของสุนทรียะแห่งรสชาติ และมีเพียง 5 คืนเท่านั้นที่จะได้สัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่านี้

Tatler Asia
Above เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง
Tatler Asia
Above เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส

การเดินทางแห่งรสชาติครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น ณ ห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim's ด้วยการจับมือระหว่างสองเชฟผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค นำโดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง (Alex Dilling) เจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์สองดวง ผู้รังสรรค์นิยามใหม่ให้อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในกรุงเทพฯ และเคยสร้างปรากฏการณ์คว้าสองดาวมิชลินมาครองได้ภายในเวลาเพียงหกเดือนหลังเปิดร้านที่ลอนดอน ร่วมกับแขกรับเชิญคนพิเศษ เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส (Richard Ekkebus) เชฟผู้อำนวยการฝ่ายอาหารจากห้องอาหาร Amber แห่งโรงแรม The Landmark Mandarin Oriental จากฮ่องกง ผู้ครองรางวัลมิชลินสตาร์สามดวงและ MICHELIN Green Star ซึ่งถือเป็นตัวแทนของความประณีตและการทำอาหารอย่างยั่งยืนในระดับสากล

Tatler Asia
Above Masters of the 150th: An Epicurean Journey
Tatler Asia
Above Masters of the 150th: An Epicurean Journey

ความน่าสนใจของการร่วมงานแบบ 4-Hand Dinner ในครั้งนี้ คือการหลอมรวมปรัชญาการทำอาหารที่แตกต่างแต่กลมกลืน โดยเชฟริชาร์ดจะนำเทคนิคการปรุงอาหารที่เน้นวัตถุดิบชั้นเลิศและความยั่งยืนตามแบบฉบับของเขา มาผสมผสานกับความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคอันเฉียบคมของเชฟอเล็กซ์ การรวมตัวของพวกเขาระหว่างวันที่ 14 ถึง 18 มกราคม 2569 จึงมิใช่เพียงแค่การเสิร์ฟอาหารมื้อค่ำ แต่คือการถ่ายทอดงานฝีมือผ่านเมนู 6 คอร์สที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากอดีตสู่อนาคต

ในส่วนของเมนูไฮไลต์ที่เหล่านักชิมไม่ควรพลาด มีตั้งแต่ “Sweetbread” จากลิมูแซงรมควัน เสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิลฤดูหนาวและเซเลอรีแอค โดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง, “Aka Uni” จับคู่ดอกกะหล่ำ ล็อบสเตอร์เจลลี่ และคาเวียร์ Royal Cristal โดย เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส, “Hunter’s Chicken” ไก่จากแคว้นลองด์ เลี้ยงด้วยข้าวโพด เสิร์ฟพร้อมเห็ดป่าและซอสอัลบูเฟรา โดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง ไปจนถึง “Williams Pear and Yellow Bell Pepper Sorbet” เสิร์ฟคู่เครมบรูเลหญ้าฝรั่น พร้อมเสาวรส ขิง และน้ำผึ้ง โดย เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส

Tatler Asia
Above Masters of the 150th: An Epicurean Journey
Tatler Asia
Above Masters of the 150th: An Epicurean Journey

ประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอกซ์คลูซีฟในแคมเปญ Masters of the 150th: An Epicurean Journey นี้ พร้อมเปิดต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเพียง 5 ค่ำคืนเท่านั้น ในราคา 12,500++ บาทต่อท่าน เฉพาะอาหาร โดยสามารถเลือกยกระดับมื้อค่ำด้วยไวน์แพริ่งที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้การเฉลิมฉลองปฐมบทแห่ง 150 ปีของโรงแรม เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง และเชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส ใน Masters of the 150th: An Epicurean Journey ณ โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok เป็นความทรงจำที่ตราตรึงใจ ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ผ่านระบบออนไลน์ หรือติดต่อโดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 659 9000 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในการเฉลิมฉลองครั้งนี้

Tatler Asia
Above Aka Uni เม่นทะเลแดงที่บรรจงจับคู่กับดอกกะหล่ำ ล็อบสเตอร์เจลลี่ และคาเวียร์ Royal Cristal
Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา