เชฟชาวอังกฤษชื่อดังแชร์ประสบการณ์การรักษาความเป็นเลิศของร้านอาหารทั่วโลก
การเป็นเจ้าของร้านอาหารมากกว่า 85 แห่งทั่วโลก สถานะในโซเชียลมีเดียที่คนทั่วโลกจับตามอง รวมถึงรายการทีวีและรายการดิจิทัลที่น่าสนใจ ทำให้ Gordon Ramsay ได้รับการยอมรับในทุกด้าน ซึ่งบ่งบอกถึงชื่อเสียงของเขาในฐานะผู้บุกเบิกด้านอาหารได้อย่างชัดเจน
นอกเหนือจากร้านอาหารสไตล์แคชชวลไดนิ่งมากมายของเขาแล้ว ร้านอาหารที่ตั้งชื่อตามเขาในย่านเชลซีในกรุงลอนดอนยังคงรักษามิชลินสตาร์สามดาวไว้ได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ปี 2001 นอกจากนี้ Gordon ยังได้รับสองดาวจาก Le Peressoir d'Argent ในเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส และหนึ่งดาวจากทั้งร้าน Pétrus ในลอนดอน และร้าน Gordon Ramsay au Trianon ในแวร์ซาย ล่าสุดเขาขยายอาณาจักรร้านอาหารของตัวเองด้วยการเปิดร้าน Gordon Ramsay Bar & Grill ในฟิลิปปินส์ และเพิ่งมาเยือนเอเชียเพื่อถ่ายทำรายการพิเศษให้กับ Netflix ที่เตรียมออกอากาศเร็วๆ นี้
Tatler ได้มีโอกาสนั่งสัมภาษณ์กับเชฟคนดังแบบตัวต่อตัวเพื่อถามคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองของเขาที่มีต่ออุตสาหกรรมอาหาร พร้อมแชร์บทเรียนชีวิตอันมีค่าและคำแนะนำจากเชฟมากประสบการณ์คนนี้
อ่านเพิ่มเติม: เปิดแล้ว Gordon Ramsay Street Pizza สาขาแรกในไทย

Above Gordon บนหน้าปก Tatler Hong Kong เดือนกุมภาพันธ์ 2023 (ภาพ: Chee Wei | สไตลิสต์: Ervin Tan)
คุณเคยทำงานกับทั้งคนที่เรียนจบจากโรงเรียนสอนทำอาหารและคนที่เรียนรู้ด้วยตนเอง มองว่าอะไรทำให้เชฟเป็นเชฟ
นี่เป็นคำถามที่ดีเลยครับ อะไรที่ทำให้คนคนหนึ่งเป็นเชฟที่เก่ง สิ่งที่ทำให้เชฟเก่งคือการค้นคว้าและความมุ่งมั่นที่จะก้าวออกจากเซฟโซนและการพยายามขยายขอบเขตของตัวเองและลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เรารู้ว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา โควิดจากไปแล้ว และทุกคนกำลังมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในอนาคต
เชฟที่ดีจะต้องค้นหาไอเดียอยู่เสมอ เชฟที่ดีจะต้องถ่ายทอดให้คนอื่นๆ อยู่เสมอ เชฟที่ดีจะต้องค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และเชฟที่ดีจะต้องรับฟังลูกค้าอยู่เสมอ การเป็นเชฟที่ดีนั้นมีหลายแง่มุมนะครับ แต่สิ่งสำคัญประการแรกคือการเป็นครูที่ดี มันเป็นเรื่องของการทำงานเป็นทีม บางครั้งทีมงานอาจมีเชฟมากถึง 25 หรือ 30 คน ที่มะนิลานี่มีเชฟเกือบ 35 คน ดังนั้นคุณต้องสอน การสอนจึงมีความจำเป็นต่อการก้าวไปข้างหน้า คุณอาจมีไอเดียดีๆ แต่ถ้าทีมไม่สามารถทำตามได้ก็ไร้ประโยชน์ครับ
คิดว่าโปรแกรมเครื่องดื่มของร้านอาหารมีความสำคัญแค่ไหน และทำไมถึงควรได้รับความสำคัญเทียบเท่ากับเมนูอาหาร
ใช่ครับ ผมมองว่าเครื่องดื่มเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์รับประทานอาหารที่ดี แต่มันต้องมีสมดุล เมื่อไม่นานมานี้ผมเพิ่งไปเมลเบิร์นมา และเราได้รับประทานอาหารค่ำที่น่าตื่นตาตื่นใจพร้อมกับชา ชาหอมๆ ธรรมดานี่แหละครับ โดยไม่มีแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย มันเป็นหนึ่งในมื้ออาหารค่ำที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เราเคยสัมผัสมา ดังนั้นสำหรับผมโปรแกรมเครื่องดื่มมีความสำคัญมากจริงๆ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีรสนิยมละเอียดอ่อน
ผมและภรรยามีลูกหกคน ซึ่งสี่คนในนั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และส่วนใหญ่เวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็มักจะเลือกดื่มม็อกเทล เทรนด์มันกำลังเป็นไปแบบนั้น นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือเหตุผลที่อุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องปรับตัว โปรแกรมเครื่องดื่มมีความสำคัญอย่างยิ่งและมีความสำคัญต่อประสบการณ์โดยรวมมากครับ
อ่านเพิ่มเติม: เชฟชุมพล แจ้งไพร กับบทบาทใหม่ในการผลักดันอาหารไทยสู่สากล

Above บีฟเวลลิงตันจากร้าน Gordon Ramsay Bar & Grill (ภาพ: Gordon Ramsay Bar & Grill ในฟิลิปปินส์)
คิดว่าอะไรที่สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุด
ถามได้ดีครับ สำหรับผม ผมคิดว่าคือบรรยากาศ ไลท์ติ้ง ความสง่างามของพื้นที่ อาหารชั้นยอด เก้าอี้ที่นั่งสบาย ห้องน้ำที่สะอาดหมดจด ตัวอย่างเช่น ที่ Bar and Grill เมื่อคุณเดินผ่านหน้าร้าน ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกอยากเข้าไปในร้าน บรรยากาศมันอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์นุ่มสบาย เพลงเพราะ และพลังงานดีๆ จะดึงดูดให้คุณก้าวเข้ามา
นั่นคือสิ่งที่ทำให้ร้านอาหารเป็นร้านอาหารที่ดีครับ พนักงานยิ้มแย้มและให้การบริการอย่างดีที่สุด ห้องครัวปรุงอาหารได้ยอดเยี่ยมมาก และยังมีครัวเปิดเหมือนโรงละครที่ดึงดูดลูกค้า นั่นเป็นสัญลักษณ์ของร้านอาหารที่ดี มันต้องมีความความคึกคัก มีบรรยากาศ มีความน่าอภิรมย์ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้คนแบ่งปันอาหารและสนุกสนานกับมื้ออาหารนั้น ซึ่งนั่นก็บ่งบอกถึงอะไรได้มากมาย
รักษามาตรฐานของคุณกับแบรนด์ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลกได้อย่างไร
เรามีทีมงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด และนี่ไม่ใช่ทีมงานที่รวมตัวกันมาแค่ปีครึ่งหรือสองปีที่ผ่านมา ผมทำงานร่วมกับผู้จัดการร้าน ซอมเมอลิเยร์ และผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการที่ร่วมงานกับผมมาเกือบ 20 ปี เราประสบความสำเร็จเพราะเราเติบโตมาด้วยกัน และมีหลักการสำคัญสามประการ ได้แก่ ความชอบ ความไว้วางใจ และความเคารพ เรามีหลักการเหล่านี้ครบในการทำงานทุกวัน
พวกเราใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารเหล่านี้ด้วย Ronnie เอ็กเซคูทีฟเชฟของเราที่มาจากลอนดอน อยู่ที่มะนิลามาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเขาจะไปแล้วจะกลับมาอีกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ดั้งนั้นเราจึงต้องมีการติดต่อสื่อสารที่ดีเยี่ยมระหว่างกัน นอกจากนี้ผมคิดว่าช่องทางการสื่อสารในปัจจุบันช่วยให้เราสามารถรักษามาตรฐานในการทำงานได้เป็นอย่างดี เช่นโปรแกรม Zoom โซเชียลมีเดีย WhatsApp การสื่อสารของเราดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับสิบปีที่แล้ว แพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้เราเชื่อมต่อกัน แบ่งแยกงาน ทำให้มันประสบความสำเร็จ และมั่นใจได้ว่าเราได้ฟังฟีดแบ็กของลูกค้า
เรามีการรายงานกันเป็นรายวัน เช่น ถ้าคุณมารับประทานอาหารเย็นในคืนนี้ ตอนเช้าเมื่อผมตื่นขึ้นมาผมจะได้อ่านรายงานเกี่ยวกับประสบการณ์ของแขกที่ Bar and Grill ในมะนิลา ไม่ใช่รายงานแค่ส่วนที่ดีเท่านั้นนะครับ แต่ยังรวมถึงจุดที่เราผิดพลาด วิธีแก้ไข และแนวทางแก้ไข นั่นคือวิธีที่เราใช้รักษามาตรฐานครับ มันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากเลย

Above แคร็ปเค้กจากร้าน Gordon Ramsay Bar & Grill (ภาพ: Gordon Ramsay Bar & Grill ในฟิลิปปินส์)
คิดว่าบทบาทของเชฟเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผมคิดว่าอาชีพนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะครับถ้าจะให้พูดตามตรง การได้เห็นเชฟทั้งชายและหญิงรุ่นใหม่ที่โดดเด่นในปัจจุบันก้าวมาอยู่แถวหน้าและอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพการงานถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น โซเชียลมีเดียช่วยส่งเสริมเชฟเหล่านี้และสร้างโปรไฟล์ของพวกเขา พวกเขาได้รับการยอมรับในแพลตฟอร์มเหล่านี้ ซึ่งทำให้เป็นเชฟที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นด้วย
เราทำได้ดีมากในการโปรโมตเชฟเหล่านั้น การฝึกอบรมด้านสื่อ และการนำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ อย่างเชฟส์เทเบิล เราให้เชฟออกมาพบแขกที่ห้องอาหารหลังจากเสิร์ฟอาหารไว้ตรงหน้าแขก ให้แนะนำตัวเป็นเวลา 30 วินาที จากนั้นก็ออกไป หน้าที่ของผมคือการช่วยให้พวกเขาตระหนักรู้ถึงความสำคัญด้านสังคมมากขึ้น เพราะพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเช่นกัน พวกเขาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดของสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ ทั้งวิธีการนำเสนอ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือวิธีขายด้วย
เชฟก็เป็นแบรนด์เหมือนกันนะครับ ไม่ต่างอะไรจากอุตสาหกรรมแฟชั่นเลย ถ้าพวกเขาสร้างสรรค์อาหารจานเด็ดนี้ขึ้นมาได้ ก็ไม่ต่างอะไรจากดีไซเนอร์ที่สวมชุดโอตกูตูร์หรือกางเกงยีนส์เลย เชฟก็เหมือนกันเป๊ะ พวกเขาต้องรู้วิธีขายและวิธีนำเสนอ ดังนั้นบทบาทดังกล่าวจึงเปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากครับ
คิดว่าอะไรคือกุญแจสำคัญในการทำเมนูให้ประสบความสำเร็จ
สำหรับผม การทำเมนูให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความสมดุล ผมอยากให้ลูกค้ามารับประทานทานอาหารสามหรือสี่คอร์สโดยไม่รู้สึกว่าอาหารหนักเกินไป นอกจากนี้ผมยังคิดว่าการดึงแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นมาใช้เพื่อปรับปรุงส่วนผสมเหล่านี้ให้อร่อยยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เราต้องคิดว่าจะรักษามาตรฐานตามฤดูกาลได้อย่างไร และจะมอบสิ่งที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นบีฟเวลลิงตัน ฟิชแอนด์ชิพส์ที่อร่อย หรือเมนูอื่นที่สร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ นั่นคือสิ่งที่ร้านอาหารควรทำ นั่นคือการแบ่งปันอาหาร สร้างความสนุกสนาน และการสร้างความทรงจำที่ดีเลิศ

Above เมนูฟิชแอนด์ชิพส์จากร้าน Gordon Ramsay Bar & Grill (ภาพ: Gordon Ramsay Bar & Grill ในฟิลิปปินส์)
ตัดสินใจรับฟังคำติชมจากลูกค้าตอนไหน
การวิจารณ์เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลครับ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เป็นนักวิจารณ์ได้แค่มีโทรศัพท์มือถือ ผมยินดีต้อนรับคำติชมเสมอ ถ้าลูกค้า 50 คนพูดไปในทางเดียวกัน เราก็ต้องเปลี่ยน การได้รับคำติชมแบบนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาคือ คุณอาจถูกตัดสินโดยคนที่รู้เรื่องอาหารน้อยกว่าคุณ และยังติดอยู่กับความสวยงามภายนอก แต่สำหรับผมโปรไฟล์รสชาติคือความสำคัญอันดับหนึ่ง รูปลักษณ์คืออันดับสอง และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้ากินเมนูนั้นๆ หมดจานไหม เกลี้ยงจานเลยหรือเปล่า ลูกค้าพอใจหรือไม่ ผมยินดีรับคำติชมแบบนั้นครับ
ผมก็รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจนะครับที่บางแพลตฟอร์มมีคนมาเขียนรีวิวทั้งที่ไม่เคยไปกินอาหารที่ร้านนั้นเลย ดังนั้นจะไปหาสาระอะไรจริงจังจากการรีวิวแบบนั้นก็คงไม่ได้ แต่คำติชมที่เป็นไปในทางเดียวกันที่เราได้ในแต่ละวันจะช่วยเราได้มากในการพัฒนาปรับปรุง นั่นแสดงว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว แต่ถ้ามีแค่ข้อตำหนิเล็กๆ น้อยๆ หนึ่งหรือสองข้อ คุณต้องรักษาจุดยืนและอย่าปล่อยให้คำวิจารณ์ด้านลบมาทำให้เสียความมั่นใจ อาชีพอย่างเราต้องถูกวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับ ทำอะไรใส่จานออกไปเสิร์ฟก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว
This story was originally written in English by Isabel Martel Francisco
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2025 โดย Isabel Martel Francisco โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ แห่งร้านอาหาร ‘ศรณ์’ ผู้ปรุงประวัติศาสตร์ใหม่ให้อาหารไทย
Duet by David Toutain ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ
1970 Bar ชวนย้อนเวลาสู่ยุคเซเวนตี้ผ่านค็อกเทลซิกเนเจอร์สุดหรู
Topics




