เมื่อศิลปะแห่งรสชาติเดินทางข้ามพรมแดนมาบรรจบกันที่ Dinner Incredible ปรากฏการณ์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นตำนานแห่งการเฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์อย่างเหนือระดับจากเชฟระดับโลก
ย้อนกลับไปในปี 2020 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก เชฟ Giorgio Diana ได้ริเริ่มวิสัยทัศน์อันแรงกล้าในการผนึกกำลังเชฟระดับโลก เพื่อยื่นมือเข้ามาสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อย จนกลายเป็นจุดกำเนิดของ Dinner Incredible ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกว่าเพียงการรับประทานอาหาร โดยเริ่มต้นปักหมุดหมายแรกอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร ด้วยการรวมตัวของ 15 เชฟแถวหน้าเพื่อร่วมเชิดชูอัตลักษณ์ของอาหารไทย ก่อนจะส่งต่ออิทธิพลแห่งสุนทรียรสไปยังซาอุดิอาระเบีย อิตาลี และเวียดนาม
ในวันนี้ Dinner Incredible ได้กลายเป็นนิยามของประสบการณ์แบบ 'By Invitation Only' ด้วยการนำเชฟระดับรางวัลชื่อดังกว่า 12 คนจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมกันสร้างสรรค์ศิลปะบนจานอาหารโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อเฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ที่เรียบหรูแต่ทรงคุณค่า โดยมีหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนและเรื่องราวต่างพรมแดนเข้าด้วยกันผ่านรสชาติอันลุ่มลึก ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อเปลี่ยนค่ำคืนให้กลายเป็นความทรงจำที่ ‘Incredible’ อย่างแท้จริง

Above บรรยากาศในงาน Dinner Incredible Vietnam
จากจุดเริ่มต้นในปี 2020 อะไรคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Dinner Incredible ยังคงยืนหยัดและเติบโตอย่างสง่างามจนถึงทุกวันนี้
เชฟ Giorgio Diana: โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์แพร่ระบาด เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายเนื่องจากขาดการสนับสนุน แม้เชฟเพียง 12 คนอาจจะเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่เรามุ่งหวังที่จะส่งต่อข้อความแห่งความรักและสันติภาพผ่านสุนทรียรส โดยใช้ตัวเลข 12 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอัครสาวกตามความเชื่อในคริสต์ศาสนาผู้เผยแผ่ความเมตตา ทีมงานของเราจึงประกอบด้วยความหลากหลายทั้งศาสนา สีผิว และวัฒนธรรม เพื่อสร้างสรรค์มื้ออาหารที่ปราศจากอคติและการเลือกปฏิบัติครับ

Above การสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่นสำหรับงาน Dinner Incredible

Above การสนับสนุนเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่นสำหรับงาน Dinner Incredible
ปรัชญา 'Play Global, Eat Local' ถูกนำมาตีความเป็นศิลปะบนจานอาหารได้อย่างไร
เชฟ Giorgio Diana: มันคือการเชื่อมโยงผู้คนผ่านวัฒนธรรมอาหารครับ เรานำเชฟจากทั่วโลกมาใช้ชีวิตร่วมกันหนึ่งสัปดาห์เพื่อแลกเปลี่ยนวิถีชีวิต จินตนาการถึงเชฟจากออสเตรเลียหรืออเมริกาที่มารังสรรค์เมนูชั้นเลิศในเวียดนาม โดยเลือกใช้เพียงวัตถุดิบท้องถิ่นของที่นั่นเท่านั้น เช่นเดียวกับที่เชฟจาค็อบ (Chef Jacob) เคยตีความ 'ต้มข่าไก่' ของไทยในสไตล์ยุโรปอย่างเหนือชั้นมาแล้ว ปรัชญานี้คือการใช้ทักษะระดับสากลเพื่อเชิดชูวัตถุดิบและผู้ผลิตในพื้นที่อย่างแท้จริงครับ

Above เชฟ Giorgio Diana กำลังจัดเตรียมอาหารในงาน Dinner Incredible
ในฐานะปรากฏการณ์ระดับ 'By Invitation Only' คุณมีเกณฑ์อย่างไรในการคัดเลือกเชฟที่จะมาร่วมรังสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษนี้
เชฟ Giorgio Diana: เราไม่ได้มองหาเพียงแค่ดาวมิชลินหรือรางวัลเกียรติยศครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ 'ความเป็นมนุษย์' และความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น เพราะ Dinner Incredible ไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือการอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เชฟที่เก่งที่สุดในโลกอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับเราหากเขาไม่มีใจที่เปิดกว้างและให้เกียรติเพื่อนร่วมงานครับ

Above เชฟ Giorgio Diana

Above Dinner Incredible ได้กลายเป็นนิยามของประสบการณ์แบบ 'By Invitation Only'
ทิศทางในอนาคตของ Dinner Incredible ต่อหมุดหมายสำคัญในเอเชียเป็นอย่างไรบ้าง
เชฟ Giorgio Diana: เราเพิ่งลงนามในสัญญาเพื่อเปิดร้านอาหารใหม่ 3 แห่งในเวียดนาม นอกจากนี้เรากำลังเจรจาเพื่อเตรียมปักหมุดที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางปี 2026 และสิงคโปร์ในปี 2027 ครับ โดยเฉพาะในปีนี้ เราได้รับการยืนยันการจัดกิจกรรมใหญ่แล้วถึง 6 กิจกรรมทั่วโลก

Above อาหารมื้อพิเศษในงาน Dinner Incredible

Above อาหารมื้อพิเศษในงาน Dinner Incredible
สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นหมุดหมายแรกที่ยิ่งใหญ่ มีความพิเศษอะไรที่รอคอยแขกผู้มีเกียรติในอนาคตอันใกล้นี้
เชฟ Giorgio Diana: เรามีสัญญาระยะยาวกับประเทศไทยถึง 5 ปี โดยจะจัดกิจกรรมในทุกเดือนมิถุนายนของทุกปีครับ สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือรูปแบบ 'Black Box' ที่เชฟแต่ละคนจะได้พบกล่องปริศนาบรรจุวัตถุดิบตามฤดูกาลของไทยในห้องพัก และพวกเขามีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงในการเปลี่ยนความลึกลับนั้นให้กลายเป็นงานศิลปะบนจานอาหาร ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนและสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ อย่างดีที่สุดครับ
ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความลุ่มลึกของรสชาติและความละเอียดอ่อนของสายสัมพันธ์ Dinner Incredible จึงไม่ใช่เพียงแค่มื้ออาหารที่หรูหรา แต่คือมหากาพย์แห่งไลฟ์สไตล์ที่ทรงคุณค่าและจะยังคงเป็นตำนานบทใหม่ในโลกแห่งสุนทรียรสสืบไป





