พบกับนิยามใหม่ของเมนูอิตาเลียนคลาสสิกจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยเชฟ Paulo Airaudo
หายากที่ร้านอาหารที่ระบุสัญชาติจะสามารถหลีกหนีจากกรอบความคิดและขนบการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม เช่นอาหารอิตาเลียนที่มีภาพจำ รสชาติ สีสัน และวัตถุดิบส่วนผสมที่นักชิมส่วนใหญ่คุ้นเคยและคาดหวังจากมื้ออาหาร แต่ Paulo Airaudo เชฟมากความสามารถที่ได้รับรางวัลและการยอมรับด้านอาหารมากมายในระดับโลกสามารถนำความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอที่สดใหม่และสวยงาม มาผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ผสานระหว่างรสชาติอิตาเลียนแบบดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ กับร้านอาหารแห่งแรกในกรุงเทพฯอย่าง Sartoria by Paulo Airaudo ที่ EA Rooftop at The Empire
อ่านเพิ่มเติม: 15 คาเฟ่และร้านอาหาร pet-friendly สุดเก๋ ที่คุณและสัตว์เลี้ยงแสนรักต้องไปเช็กอิน

Above เชฟ Paulo Airaudo

Above วัตถุดิบชั้นดีจากไทย ญี่ปุ่น และยุโรป
Paulo Airaudo กล่าวว่า “นี่เป็นห้องอาหารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของผม นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมเส้นทางอาชีพเชฟของผมตลอดมา ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำความเชี่ยวชาญทางด้านอาหารและความหลงใหลในอาหารอิตาเลียนมาสู่กรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมการปรุงและการรับประทานอาหารที่มีชีวิตชีวาและหลากหลาย”
เชฟ Paulo ที่มีชื่อเสียงจากการนำกรรมวิธีสมัยใหม่มาสร้างสรรค์และเพิ่มคุณค่าให้กับอาหารอิตาเลียนแบบคลาสสิกยังบอกด้วยว่า Sartoria by Paulo Airaudo ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามเหนือกาลเวลาของสไตล์ฟลอเรนซ์และแคว้นทัสคานี แต่ละเมนูได้รับการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดของไทยและญี่ปุ่น

Above Hamachi

Above Duck Cappelletti
เทสติ้งเมนู L’Essenza ของร้าน ประกอบไปด้วยจานไฮไลต์มากมาย เริ่มตั้งแต่ของว่างที่จัดเสิร์ฟที่บาร์ของห้องครัวพร้อมการแนะนำวัตถุดิบหลักประจำฤดูกาลที่ทีมครัวเลือกใช้ ซึ่งมาจากไทย ญี่ปุ่น และยุโรปผสมกัน อาหารทะเลส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่น สเปน และอิตาลี
มื้ออาหารเริ่มต้นที่เมนู Hamachi ที่เป็นการนำปลาฮามาจิมาทาด้วยแรดิชแล้วนำไปเคียวร์ เสิร์ฟพร้อมน้ำมันชิโซะและองุ่นทะเลที่ตัดความมันเข้มข้นของปลาได้เป็นอย่างดี ต่อมาคือเมนูเด่นของร้าน Duck Cappelletti ใช้พาสต้าสดทำเองที่ร้านห่อกับขาเป็ดที่นำไปกงฟีเสิร์ฟกับจูส์ (jus) จากกระดูกเป็ดและซอสเนยผสมไทม์หอมกรุ่นที่เข้ากับความเข้มข้นของเนื้อเป็ดได้ดี
อีกเมนูที่นักชิมควรตั้งตารอคือ Risotto Carabinero รีซอตโตที่หน้าตาดูเข้มข้นแต่รสชาติสดชื่น มีความเค็มแบบทะเลจากกุ้งแดงจากสเปน กลิ่นหอมซิตรัสจากยูซุ ถัดมาคืออาหารคาวจานสุดท้าย Kinmedai ที่นำไปดรายเอจห้าถึงเจ็ดวันจนได้กลิ่นรสที่เข้มข้น ก่อนจะนำมาเสิร์ฟกับซอสโฟมแชมเปญ และหัวหอมลูกเล็กจากฮอลแลนด์ที่นำไปดอง นับเป็นเมนูรสเข้มแต่กลมกล่อมลงตัว

Above The Apple

Above Petit Four
อย่าลืมเผื่อท้องสำหรับของหวานคือ The Apple เสิร์ฟกับเจลาโต้ซอลต์คาราเมล และบัลซามิกวีนีการ์เอจ 40 ปีหอมเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเปอติโฟร์ปิดท้ายมื้ออาหารที่มีทั้งผลไม้สดตามฤดูกาล ช็อกโกแลต และเยลลี่กลิ่นเครื่องเทศที่เสิร์ฟในรูปตัวละครดังจาก Star Wars
อ่านเพิ่มเติม: ลิ้มรสเมนูซิกเนเจอร์เชฟดังระดับโลก Gordon Ramsay กับ Bread Street Kitchen & Bar สาขาใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พื้นที่ 375 ตารางเมตรของห้องอาหาร Sartoria by Paulo Airaudo ได้รับการออกแบบมาให้เราหวนนึกถึงเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลีและความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีน้ำตาลเข้มและสีน้ำเงินที่กลมกลืน เสริมด้วยกระจกโบราณ และองค์ประกอบตกแต่งอื่นๆ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไฮไลต์สำคัญคือห้องครัวแบบเปิด ที่เชิญชวนให้นักชิมได้สัมผัสศิลปะการทำอาหารอย่างใกล้ชิด
Sartoria by Paulo Airaudo
ที่อยู่: ชั้น 56 EA Rooftop at The Empire, 1 ถนนสาทร แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ, 02-407-1654
อ่านเพิ่มเติม:
ปักหมุดร้านไฟน์ไดนิ่งที่โดดเด่นด้านเครื่องเทศและสมุนไพรทั่วกรุงเทพฯ
Credits
ภาพ: Sartoria by Paulo Airaudo












