เมื่อโลกกำลังเผชิญวิกฤติชีส เพราะเชื้อราสำคัญที่ชื่อว่า Penicillium Camemberti ในกระบวนการผลิตชีสแบบฝรั่งเศส กำลังหายากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้อาจทำให้ บลูชีส บรี และแม้กระทั่งกามองแบร์ ที่เรารู้จัก ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ชีสที่เราพูดถึงเหล่านี้พึ่งพาคุณสมบัติเชื้อราสายพันธุ์เฉพาะที่ถูกค้นพบหลายร้อยปีก่อน และถูกพัฒนาจนยากต่อการเพาะพันธุ์
ข้อมูลของศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส ยังพูดถึงเชื้อราสำคัญอย่าง Penicillium Camemberti ที่เป็นตัวที่ทำให้เปลือกชีสเป็นสีเขียว สีเทา หรือสีส้ม รวมถึงเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนแบบชีสที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งย้อนกลับไปช่วงปี 1800 ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์เชื้อรานี้ขึ้นมาให้มีความเสถียรในการเปลี่ยนสีและสร้างรสมากขึ้น จนกลายเป็นบรีและกามองแบร์เนื้อนวลแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
โดยเชื้อราสายพันธุ์นี้เองถูกใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะให้ผลที่สม่ำเสมอ แต่โคลนของ Penicillium Camemberti ที่พบอยู่ทั่วไปตอนนี้เป็นชนิดที่ถูกแก้ไขพันธุกรรมมาแล้ว และไม่สามารถแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติได้
หากต้องการเชื้อราเพิ่ม ผู้ผลิตชีสจะต้องโคลนตัวที่โคลนมา และแน่นอนว่าวิธีนี้มีความเสียงในการกลายพันธุ์ที่จะเป็นอันตราย และชีสแบบฝรั่งเศสส่วนใหญ่ที่ถูกส่งออกไปทั่วโลกพึ่งพาเชื้อราสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะ
อ่านเพิ่มเติม: Thai Cheese Tour with VIVIN Grocery and Friends 2023-2024 ทัวร์ชิมชีสทั่วไทยในบรรยากาศชาวร็อค

Above ชีสกามองแบร์ กับมะเดื่อ องุ่น และแครกเกอร์ (ภาพ: Getty Images)

Above บรีชีสอบกับโหระพาและขนมปัง (ภาพ: Getty Images)
ความหลากหลายทางพันธุกรรม
การดัดแปลงพันธุกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นหนึ่งในกระบวนการการเกษตรที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ผักผลไม้หลายชนิดออกดอกออกผลได้ตลอดปี
อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่แปรผันทางพันธุกรรมเพื่อความอยู่รอด ทำให้สายพันธุ์แบคทีเรียที่จำเป็นสำหรับการทำบางชนิดเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต เพราะเมื่อขาดความหลากหลายทางสายพันธุ์ โอกาสที่คุณลักษณะด้อยจะเกิดขึ้นก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ผักผลไม้ที่ถูกปรับปรุงพันธุกรรมโดยให้ความสำคัญกับหน้าตาและรสชาติมากกว่าความคงทน จึงมีโอกาสที่จะอยู่รอดน้อยลง
เช่นเดียวกับสายพันธุ์เชื้อราตัวสำคัญนี้ ทำให้ตอนนี้ อุตสาหกรรมการผลิตชีสในฝรั่งเศสหันกลับมาพยายามผลิตเชื้อราสายพันธุ์ Penicillium Biforme มากขึ้น จากที่เคยถูกหยุดใช้ไปอย่างสิ้นเชิง นั่นหมายความว่าชีสเนื้อนุ่มแบบที่เรารู้จักอาจเปลี่ยนไปจากที่เราคุ้นเคย
ชีสในอนาคต อาจไม่ขาวและไม่ละมุน

Above ชีสที่มีเปลือกสีขาว ผลิตโดยเชื้อราสายพันธุ์เฉพาะ (ภาพ: Unsplash)
ผู้บริโภคคงต้องปรับตัวว่านี่คือซอฟต์ชีสของยุคนี้ เพราะการใช้สายพันธุ์โบราณย่อมส่งผลต่อรสชาติและรูปลักษณ์ของชีส และคาดว่าเราจะได้เห็นชีสที่หน้าตาแปลกขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะชีสที่มีเปลือกสีเทาหรือสีเขียวมากขึ้น และกลิ่นชีสเหล่านี้ก็น่าจะฉุนขึ้นอีกด้วย
แต่สายรักชีสไม่ต้องกังวล เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ บรีและกามองแบร์จะกลับไปเหมือนยุคก่อนการดัดแปลงพันธุกรรม ในขณะเดียวกันก็จะเริ่มมีความหลากหลายทางจุลินทรีย์มากขึ้น
เพียงก่อนจะซื้อซอฟต์ชีสครั้งต่อไป แนะนำให้ทดลองชิมก่อนซื้อมากกว่าเดิม

Above ชีสฝรั่งเศสที่ได้รับการคัดสรร (ภาพ: Getty Images)

Above บรีชีส เสิร์ฟพร้อมขนมปังกรอบ (ภาพ: Getty Images)
This story was originally written in English by Chelsea Rozario.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2024 โดย Chelsea Rozario โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
5 ร้านพิซซ่าในไทย ติดอันดับ 50 ร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิกประจำปี 2024
เปิดประสบการณ์ เนเชอรัลไวน์บาร์ ไวป์ดี ชิมไวน์ในบรรยากาศสุดชิล
Topics




