Tatler+
Penfolds ก้าวข้ามขีดจำกัดในการรังสรรค์ไวน์ จากออสเตรเลีย สู่โรงผลิตไวน์ที่ Château Lanessan ในบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส เปิดประตูสู่บ้านใหม่ในฐานะผู้ผลิตไวน์ระดับโลก
จากถิ่นกำเนิดอันน่าภาคภูมิใจในออสเตรเลียนับตั้งแต่ปี 1844 Penfolds เดินทางออกจากแดนจิงโจ้ไปสู่บอร์โด เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงของไวน์และแหล่งปลูกองุ่นชั้นนำในประเทศฝรั่งเศส
Tatler Asia เป็นหนึ่งในสื่อมวลชนจากหลายประเทศที่ได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวไวน์ FWT 543 Cabernet Sauvignon Syrah ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Penfolds Collection 2025 รวมทั้งเผยแผนการยกระดับโรงผลิตไวน์ที่ Château Lanessan หนึ่งในวินยาร์ดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเขต Haut-Médoc ของบอร์โด เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในการรังสรรค์ไวน์จากแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ ถือเป็นการเปิดประตูสู่บ้านใหม่ในฐานะผู้ผลิตไวน์ระดับโลก
อ่านเพิ่มเติม: Penfolds ฉลอง 180 ปี กับทิศทางใหม่ที่คนรักไวน์ทั่วโลกจะต้องตื่นเต้นและจับตามอง
From Australia to France
จุดเริ่มต้นในการเดินทางของ Penfolds จากออสเตรเลียสู่ฝรั่งเศส ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1888 ที่มีการนำกิ่งพันธุ์องุ่นจากบอร์โดไปปลูกในแปลง Block 42 Kalimna ขนาด 10 เอเคอร์ (ราว 40,000 ตารางเมตร) ในหุบเขา Barossa ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นในปี 1950 แม็กซ์ ชูเบิร์ต (Max Schubert) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตไวน์ที่ได้เข้ามาทำงานร่วมกับ Penfolds ในตำแหน่งไวน์เมกเกอร์ในขณะนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการผลิตไวน์ที่เมืองบอร์โด และกลับมาพร้อมแรงบันดาลใจ นำมาสู่ต้นกำเนิดของไวน์ Penfolds Grange (Bin 95) ไวน์แดงสัญชาติออสเตรเลียที่แม็กซ์ตั้งใจสร้างสรรค์ไวน์ที่ผ่านการบ่มในห้องใต้ดินจนได้ที่ด้วยวิธีการแบบฝรั่งเศสที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและมีความซับซ้อน Penfolds Grange 1951 ที่สร้างสถิติไวน์ออสเตรเลียที่มีราคาแพงที่สุดในการประมูลที่สถาบัน Langton’s ในปี 2020 ด้วยราคาราว 3 ล้านบาท)
ข้ามมาในปี 2019 Penfolds ได้เข้าซื้อไร่องุ่นผลิตไวน์ Château Cambon La Pelouse ในเขต Haut-Médoc เมืองบอร์โด พร้อมเปิดตัวแชมเปญ 4 ชนิดจากความร่วมมือกับโรงงานผลิตแชมเปญชื่อดังของตระกูล Thiénot จากนั้นในปี 2022 Penfolds ได้เข้าซื้อ Château Lanessan หนึ่งในไร่ไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของบอร์โด และเปิดตัวไวน์ Penfolds II โดยร่วมมือกับผู้ผลิตไวน์บอร์โดอย่าง Dourthe นำไปสู่การประกาศโครงการ French Winemaking Trial (FWT) และเปิดตัวไวน์รุ่นแรกอย่าง 2019 FWT 585 Cabernet Merlot Petit Verdot ในปีนั้น ก่อนที่จะต่อยอดด้วยการเปิดตัวไวน์รุ่นน้อง 2022 FWT 543 Cabernet Sauvignon Syrah ซึ่งมีการปรับแนวคิดในการผสมผสานไวน์สัญชาติออสเตรเลียให้กลายเป็นไวน์จากฝรั่งเศส โดยเป็นการรวมกันของ Cabernet Sauvignon ที่มีโครงสร้างที่ดีเข้ากับ Shiraz ที่มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้น หรืออีกนัยหนึ่งคือการผสานองค์ประกอบดั้งเดิมเข้ากับวิธีการผลิตที่ทันสมัย

Above Château Lanessan หนึ่งในไร่ไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของบอร์โด
อีกหนึ่งพระเอกของคอลเล็กชั่น 2025 คือ Penfolds Grange 2021 ดังที่ปีเตอร์ กาโก (Peter Gago) หัวหน้าฝ่ายผลิตไวน์ของ Penfolds ให้คำจำกัดความว่า “นี่คือสไตล์การผสมผสานและประสบการณ์อันเปี่ยมล้น มีชีวิตชีวา และเข้าถึงง่าย ด้วยรสชาติที่ชวนหลงใหลและโครงสร้างของไวน์ที่นุ่มนวล” คอลเล็กชั่น Penfolds Collection 2025 ประกอบด้วยไวน์ 24 ชนิด จากออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และจีน ไวน์แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ทั้งหมดล้วนสะท้อน ‘Penfolds House Style’ ผู้ผลิตไวน์ของ Penfolds ใช้เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิม เช่น การเลือกแหล่งปลูกองุ่นที่แม่นยำ, เทคนิค rack and returns (การถ่ายไวน์ออกจากถังหมักไปยังถังพักอีกใบหนึ่ง เพื่อจัดการกับ cap ที่อยู่ด้านล่าง และนำไวน์จากถังพักกลับเข้าคืนสู่ถังหมักเดิม), การหมักและการบ่ม ซึ่งพวกเขาจะพยายามนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้อย่างเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความเคารพต่อสายพันธุ์องุ่นและลักษณะดินฟ้าอากาศ (terroir) ของท้องถิ่น
“ไวน์ตัวเอกหลายชนิดของเราเริ่มต้นจากการทดลอง รวมถึงไวน์ Grange (ที่เริ่มต้นจากการทดลองในปี 1951) ซี่งเกือบ 75 ปีต่อมา ได้กลายเป็นหนึ่งในไวน์ชั้นเลิศที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก” ปีเตอร์กล่าว

Above ไวน์เอสเตท Château Lanessan ในบอร์โด มีพื้นที่ราว 400 เฮกตาร์ หรือประมาณ 2,500 ไร่
The Penfolds House Style: A Global Blueprint
ตลอดระยะเวลากว่า 180 ปี Penfolds มุ่งมั่นถึงคุณภาพผ่านศิลปะแห่งการผสมผสาน และยึดมั่นในสไตล์ไวน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ตามปรัชญาที่เรียกว่า ‘Penfolds House Style’ ปรัชญานี้ไม่เพียงแค่จำกัดอยู่แค่ในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และจีน
Penfolds House Style เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวที่ทำให้ไวน์ของ Penfolds มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ว่าจะผลิตที่ใดในโลก โดยมีสามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ บุคคลผู้เชี่ยวชาญ มีฝีมือที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น กรรมวิธีการผลิตไวน์ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ และการบ่มไวน์ที่ได้รับการรังสรรค์ให้มีโครงสร้างที่สามารถบ่มได้นาน
การเข้าซื้อหนึ่งในไวน์เอสเตทที่เก่าแก่ที่สุดในบอร์โด Château Lanessan ของ Treasury Wine Estates ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มกำลังการผลิตไวน์ในฝรั่งเศสและตอกย้ำตำแหน่งของแบรนด์ลักซ์ชูรีระดับโลกเท่านั้น แต่ Penfolds ยังมีวิสัยทัศน์ในการปรับปรุง Château Lanessan ให้กลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงไวน์ของบอร์โด โดยให้ความเคารพในประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของไร่องุ่นแห่งนี้และยังมีการริเริ่มโครงการฟื้นฟูการปลูกองุ่นใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2022 เพื่อดึงศักยภาพของดินและสภาพแวดล้อมในพื้นที่พิเศษแห่งนี้ให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ Penfolds ยังวางแผนที่จะปรับปรุงและขยายโรงผลิตไวน์เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ในบอร์โด
ยิ่งไปกว่านั้น Penfolds ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนผู้ผลิตไวน์ท้องถิ่นในบอร์โด โดยร่วมมือกับผู้ปลูกรายอื่นๆ เพื่อใช้ผลผลิตองุ่นคุณภาพดีที่สุดของพวกเขาในการผลิตไวน์ เป้าหมายคือการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Penfolds ทำมาตลอดในออสเตรเลียและภูมิภาคอื่นๆ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แพลตฟอร์มเพื่อความยั่งยืนของ Penfolds ที่ชื่อว่า Penfolds Evermore

Above Peter Gago, Penfolds Chief Winemaker ในระหว่างกิจกรรม Penfolds Masterclass ที่ Château Lanessan

Above Tom King, Penfolds Managing Director กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่ Château Lanessan
A Vision for the Future
“พวกเราพูดเสมอว่า Penfolds มีจุดยืนที่มั่นคงในออสเตรเลีย แต่ตอนนี้เรามีไวน์ในพอร์ตโฟลิโอระดับโลก ซึ่งครอบคลุมสี่ประเทศในสองซีกโลก” คริสตี้ คียท์ (Kristy Keyte) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Penfolds ให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Tatler
“ตอนนี้เรากำลังมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์กับบอร์โด ทั้งในฐานะบ้านหลังใหม่ของแบรนด์และในมุมของการผลิตไวน์ เราตั้งใจที่จะนำเทคนิคดั้งเดิมของ Penfolds มาใช้ในบอร์โด แต่ในขณะเดียวกันเราก็เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ชุมชนผู้ผลิตไวน์ท้องถิ่นจะถ่ายทอดให้แก่พวกเรา นับตั้งแต่การเปิดตัวไวน์ FWT รุ่นแรกในปี 2019 พวกเราใช้เวลาหลายปีในการปรับแต่งกระบวนการต่างๆ และได้เรียนรู้แนวทางการทำไร่องุ่นแบบบอร์โด ซึ่งแตกต่างจากวิธีการในออสเตรเลียมาก”
สเตฟ ดัตตัน (Steph Dutton) Director of Winemaking อธิบายว่ามีเทคนิคการผลิตไวน์บางอย่างของออสเตรเลียที่ได้รับความสนใจในบอร์โด อย่างเช่นการหมักไวน์ในถังไม้โอ๊กตั้งแต่ช่วงแรกของการบ่ม ซึ่งเป็นการผสมผสานให้ไวน์ Penfolds ได้รสชาติที่กลมกล่อมและรสสัมผัสแบบครีมมี่ แต่ในทางกลับกัน ธรรมเนียมของบอร์โดคือการหมักไวน์พร้อมเปลือกเป็นเวลานานก่อนที่จะทำการรีดน้ำออกจากเปลือกองุ่น (press) ซึ่งพวกเราก็ได้ทดลองวิธีนี้เช่นกัน “ไวน์ออสเตรเลียจะไม่มีวันเหมือนไวน์ที่มาจากบอร์โด เพราะดินและอากาศที่ต่างกัน ทำให้ได้ผลผลิตที่ต่างกัน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ไวน์ในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของเรามีความหลากหลาย เราตั้งใจให้ไวน์มีรสชาติที่คุ้นเคยแต่แตกต่างออกไป พวกเรายังเคารพเทคนิคดั้งเดิมของบอร์โด และหวังว่าการมาที่นี่จะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชุมชนผู้ผลิตไวน์ทั้งสองแห่ง” ดัตตันกล่าว

Above Kristy Keyte, Penfolds Chief Marketing Officer กล่าวเปิดมื้ออาหารกลางวันที่ Château Lanessan
คียท์เล่าถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Penfolds ที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์ไวน์ลักซ์ชูรีระดับโลกว่า “พวกเรามองว่าการเติบโตของแบรนด์คือการก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิมๆ เราจึงต้องคิดในแนวทางที่แตกต่าง แม้ว่าไวน์เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่เป้าหมายของเราคือขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น การมาฝรั่งเศสจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นเรื่องของแบรนด์”
คียท์กล่าวเสริมว่าพื้นที่กว่า 400 เอเคอร์ (ประมาณ 1,012 ไร่) แห่งนี้ จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ไม่ใช่แค่เรื่องไวน์ แต่นำเสนอทุกอย่างที่น่าสนใจของบอร์โด ตั้งแต่อาหาร ไร่องุ่น ร้านหนังสือ ของแต่งบ้าน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมการขี่ม้าชมพื้นที่ ประสบการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องใหม่ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวในบอร์โด
อ่านเพิ่มเติม: พลิกโฉมวงการไวน์ Penfolds Bin 707 ที่ยังครองความนิยมต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 60 ปีก่อน

Above ไวน์ 2022 FWT 585 Cabernet Merlot Petit Verdot และไวน์ 2022 FWT 543 Cabernet Sauvignon Syrah ไวน์สองรุ่นภายใต้โครงการ French Winemaking Trial (FWT)
Evermore: A Sustainable Legacy
Penfolds Evermore คือพันธกิจระดับโลกที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงเป้าหมายผ่านสามประเด็นหลัก ได้แก่ ชุมชนและวัฒนธรรม อย่างการจัดตั้งโครงการทุนสนับสนุน French Evermore Grant Program เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา โดยมอบทุนรวม 120,000 ยูโรให้กับ 3 องค์กรที่ได้รับคัดเลือก มีทั้ง L'Appel de la Vigne โครงการผลิตวิดีโอเพื่อปรับมุมมองเกี่ยวกับอาชีพในอุตสาหกรรมไวน์, Pépite Raisin โครงการพัฒนาสารละลายจากองุ่นเพื่อป้องกันเชื้อรา ลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ และ INRAE โครงการวิจัยเพื่อประเมินความสามารถในการใช้น้ำขององุ่นเพื่อเพิ่มความยั่งยืน
ต่อมาคือการผลิตไวน์ในอนาคต ที่ Penfolds ร่วมมือกับ University of Bordeaux มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ศึกษาด้านการผลิตไวน์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนผู้เข้าร่วมโปรแกรม Bordeaux Mentor Week ให้ได้รับประสบการณ์เชิงลึกกับ Penfolds ในออสเตรเลียเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และสุดท้ายคือการก้าวสู่ความยั่งยืน โดย Penfolds ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น Essai Vin Coeur ในโครงการปลูกต้นไม้ ซึ่งทำให้มีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 4,000 ต้น และมีแผนจะติดตั้งรังผึ้งรังที่สามที่ Château Lanessan เพื่อตรวจสอบความหลากหลายทางชีวภาพในไร่ไวน์
“Penfolds ต้องการให้ชุมชนที่เราอยู่มีความเจริญก้าวหน้า” ดัตตันกล่าว “หนึ่งในส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดของโครงการ Evermore คือโครงการทุนสนับสนุนในฝรั่งเศสที่ Penfolds จะมอบเงิน 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียให้กับชุมชนทั่วโลกที่เราจัดหาไวน์ภายในระยะเวลาห้าปี” เธอยังให้ความเห็นว่า “โครงการ Evermore ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ความยั่งยืนเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นแนวทางแบบองค์รวม เราให้ความสำคัญกับชุมชน การผลิตไวน์ การทำไร่องุ่น การรักษาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม สำหรับเราในฐานะผู้ผลิตไวน์ เราตระหนักดีว่าเราจะทำสิ่งที่เราทำได้ ก็ต่อเมื่อธรรมชาติเอื้ออำนวย”

Above Pablo Laborde, Operations Manager ผู้ดูแลไร่องุ่นสำหรับผลิตไวน์ใน Château Lanessan
การเดินทางออกจากบ้านเกิดออสเตรเลียของ Penfolds ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการผลิตไวน์คุณภาพที่หลากหลายเพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ไวน์ระดับโลก แต่ยังผสมผสานเทคนิคการสร้างสรรค์ไวน์แบบดั้งเดิมเข้ากับวิธีการที่ทันสมัย แลกเปลี่ยนความรู้ในการผลิตไวน์ของออสเตรเลียกับท้องถิ่นต่างๆ และที่สำคัญคือการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนการผลิตไวน์ให้ก้าวหน้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเคารพประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมา ในขณะเดียวกันก็สร้างมรดกที่ออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์เชิงบวกในอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ลักซ์ชูรีระดับโลกอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม:
7 จุดหมายปลายทางสำหรับประสบการณ์การบำบัดด้วยไวน์แบบลักซ์ชูรี่ระดับโลก
ปักหมุดไวน์บาร์น่าสนใจรอบกรุงฯ ให้คุณจิบไวน์ในบรรยากาศสุดชิล
ชวนดู 6 ภาพยนตร์ไวน์อันน่าหลงใหลที่คนรักไวน์และเหล่านักดื่มควรดู





