Tatler+
Johnnie Walker Blue Label Ultra นวัตกรรมต้นแบบแห่งความก้าวหน้าล่าสุด ยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์วิสกี้ระดับอัลตร้าลักซ์ชูรี
เป็นเวลากว่าสองศตวรรษแล้วที่ Johnnie Walker เป็นที่ยอมรับในระดับโลกทั้งด้านนวัตกรรมและการแสวงหาความเป็นเลิศมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว Johnnie Walker Blue Label Ultra ให้กับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบวิสกี้ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย โดยถือเป็นก้าวสำคัญที่ท้าทายขนบดั้งเดิมของบรรจุภัณฑ์สปิริตชั้นสูง การเปิดตัวที่แฟนสก็อตช์วิสกี้ตัวยงตั้งตารอนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษที่สุดครั้งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการได้มาซึ่งนวัตกรรมล้ำค่าโดยเฉพาะในโลกของวิสกี้ ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญถึงและกลายเป็นของสะสมที่ควรค่าแห่งการครอบครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ความนิยมในสก็อตช์วิสกี้ระดับพรีเมียมเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนในภูมิภาคนี้
อ่านเพิ่มเติม: เปิดประสบการณ์วิสกี้อัลตร้าพรีเมี่ยมระดับ Rare & Exceptional ครั้งแรกในไทย

Above Johnnie Walker Blue Label Ultra เปิดตัวขวดทรงหยดน้ำหรูหราอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ด้วยความสูงเพียง 8.5 นิ้วและน้ำหนักเพียง 180 กรัม (ไม่รวมฝาขวดที่หนัก 70 กรัม) Johnnie Walker Blue Label Ultra บรรจุในขวดวิสกี้ที่รังสรรค์ขึ้นจากแก้วที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก เบากว่าขวดรุ่นก่อนหน้าซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่ 850 กรัม เมื่อได้เห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงทั่วโลกไปสู่ขวดสปิริตไฮเอนด์ที่เบาและละเอียดอ่อนขึ้น Johnnie Walker จึงเริ่มต้นภารกิจที่กินเวลายาวนานห้าปีในการสร้างสรรค์ขวดที่ประณีตและล้ำสมัยให้คู่ควรกับของเหลวที่บรรจุอยู่ภายใน
“Johnnie Walker Blue Label Ultra ถือกำเนิดขึ้นจากการระดมความคิดที่มองข้ามไปยังอนาคตของความหรูหรา” Jeremy Lindley ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบระดับโลกของ Diageo และหัวหน้าโครงการเปิดเผย “ผลิตภัณฑ์หมวดอื่นๆ ก็พัฒนาสู่น้ำหนักที่เบาขึ้น อาทิ แว่นตา และจักรยานสมรรถนะสูง เราจึงตั้งคำถามว่าสปิริตลักซ์ชัวรีจะทำแบบนั้นได้บ้างไหม” ทางแบรนด์จึงนำขวดทรงสี่เหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์มาสร้างสรรค์ใหม่ในรูปแบบขวดทรงหยดน้ำที่ดูสง่างามและไม่เคยมีมาก่อนให้กับ Johnnie Walker Blue Label Ultra

Above เอ็กซ์เพรสชันสุดประณีตรายการใหม่นี้รังสรรค์โดย Emma Walker มาสเตอร์เบลนเดอร์ฝีมือเยี่ยมของ Johnnie Walker
ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าบรรจุภัณฑ์ที่เบาขึ้นไม่จำเป็นต้องแลกกับความสวยงามหรือฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ที่แบรนด์ลักซ์ชัวรีต้องเผชิญ ทั้งยังถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืนที่มากขึ้นในอุตสาหกรรม โดย Johnnie Walker ได้รับสิทธิบัตรในสหราชอาณาจักรสำหรับนวัตกรรมนี้แล้ว และให้สิทธิ์สาธารณชนเข้าถึงแบบปลอดค่าลิขสิทธิ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดในอุตสาหกรรมนี้อีกด้วย
“แทนที่จะเก็บความรู้ใหม่นี้ไว้กับตัว เราหวังว่าการค้นพบของเราครั้งนี้จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมในวงกว้าง และช่วยค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆ สำหรับทางเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เบากว่าและยังปล่อยคาร์บอนในปริมาณต่ำ” Lindley กล่าวเสริม
แต่ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น ภายในขวดแก้วหรูหรานี้ยังบรรจุวิสกี้ที่คู่ควรกับการออกแบบที่ปฏิวัติวงการเครื่องดื่ม ซึ่ง Johnnie Walker Blue Label รุ่นใหม่ที่รังสรรค์โดย Emma Walker มาสเตอร์เบลนเดอร์ระดับปรมาจารย์ของ Johnnie Walker ถือเป็นวิสกี้ที่นักสะสมไม่ควรพลาด เบลนด์ด้วยวิสกี้จากโรงกลั่นระดับตำนานหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Oban ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตลอดจน Brora ที่หยุดการผลิตมายาวนาน และ Royal Lochnagar อันทรงเกียรติ รวมไปถึงวิสกี้จากโรงกลั่นที่ปิดตัวไปแล้ว (ghost distillery) ที่หายากอีกหลายรายการ ผลลัพธ์จากศิลปะการเบลนด์ที่พิถีพิถันทำให้วิสกี้รุ่นนี้มีรสชาติเข้มข้นและซับซ้อน มาพร้อมกับด้วยปริมาณแอลกอฮอล์โดยปริมาณ (ABV) ถึง 55%

Above Johnnie Walker Blue Label Ultra มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่าง
มาก และมีน้ำหนักเพียง 850 กรัมเท่านั้น
Johnnie Walker Blue Label Ultra มอบกลิ่นโอ๊คสดที่หอมฟุ้ง ตามด้วยความอบอุ่นผ่อนคลายของผลไม้อบและกลิ่นอบเชยอ่อนๆ จากนั้นกลิ่นผลไม้นานาพันธุ์ อาทิ แอปเปิล พีชขาว และองุ่นก็จะปรากฏขึ้น เมื่อชิมรสจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นผลเบอร์รี่แดงสด วานิลลาหอมนุ่ม และกลิ่นเครื่องเทศไม้ที่อบอุ่น สลับกับกลิ่นทอฟฟี่ น้ำตาลเดเมอรารา และกลิ่นควันไม้อ่อนๆ ที่ละมุนในรสสัมผัส
Jennifer English ผู้อำนวยการแบรนด์ระดับโลกของ Johnnie Walker กล่าวว่า "Johnnie Walker Blue Label Ultra ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงแค่สำหรับแบรนด์ และบริษัท Diageo ทว่ายังถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ นอกจากบรรจุภัณฑ์ที่ประณีตงดงาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ Johnnie Walker Blue Label Ultra แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแก้วที่มีน้ำหนักเบา" Johnnie Walker Blue Label Ultra ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 888 ขวดทั่วโลก โดยแต่ละขวดมีหมายเลขกำกับ ซึ่งนับเป็นการปูทางไปสู่มาตรฐานด้านบรรจุภัณฑ์ระดับลักซ์ชูรี และถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับนักสะสมวิสกี้อีกด้วย
โปรดดื่มอย่างรับผิดชอบและสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.drinkiq.com
This story was originally written in English by Dawson Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2025 โดย Dawson Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม
ปักหมุดร้านอาหาร บาร์ บีชคลับ ที่ห้ามพลาดบนเกาะสมุย
ปักหมุดไวน์บาร์น่าสนใจรอบกรุงฯ ให้คุณจิบไวน์ในบรรยากาศสุดชิล
Credits
ภาพ: Diageo




