การเทสติ้งที่ถูกวิธีจะช่วยให้สามารถทำความรู้จักสปิริตหรือเครื่องดื่มนั้นๆ ได้ถูกต้องชัดเจน และสนุกกับการชิมมากยิ่งขึ้น
ความสนุกอย่างหนึ่งของการดื่มสปิริตคือการ ‘เทสติ้ง’ หรือชิมอย่างละเอียดเพื่อทำความรู้จักรสชาติ กลิ่น และคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ของสปิริตแต่ละชนิด ส่วนใหญ่การเทสติ้งจะนำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการผลิตสปิริตนั้นๆ เพื่ออธิบายคาแร็กเตอร์ต่างๆ ของสปิริตให้นักชิมได้ฟังอย่างละเอียด แต่ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะเทสติ้ง ยังมีรายละเอียดหลายอย่างที่ควรใส่ใจและตระเตรียมเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชิม และเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รู้จักสปิริตนั้นๆ อย่างถูกต้องและชัดเจนอย่างแท้จริง
Tatler สรุปขั้นตอนการเตรียมตัวง่ายๆ ที่ได้สัมผัสจากการเทสติ้งร่วมกับแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมาย และเป็นขั้นตอนทั่วไปที่สามารถใช้ได้กับการเทสต์สปิริตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิสกี้ คอนยัก วอดก้า จิน เตกีลา หรือแม้แต่ไวน์ และเบียร์
อ่านเพิ่มเติม: ซอมเมอลิเยร์แชมป์โลก Raimonds Tomsons เผยเทคนิคไวน์แพริ่งกับอาหาร

Above สนุกกับการชิมและรู้จักสปิริตแบบต่างๆ ผ่านกิจกรรมเทสติ้ง
จัดการสภาพแวดล้อม เช่น เสียงและกลิ่น
ในห้องหรือบริเวณที่จะมีการเทสติ้งควรเป็นพื้นที่บรรยากาศสบายๆ เงียบสงบ อาจมีเพลงเบาๆ คลอได้ แต่ควรเงียบพอให้สามารถพูดคุยกันได้และไม่มีเสียงดังกวนสมาธิ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการปราศจากกลิ่นที่อาจรบกวนประสาทสัมผัสของนักชิม ไม่ควรเป็นบริเวณที่มีการรับประทานอาหาร การทำอาหารในครัวเปิด มีดอกไม้ที่ส่งกลิ่นแรงจำนวนมาก และผู้เข้าร่วมการเทสติ้งก็ไม่ควรใส่น้ำหอม ทาโลชั่น หรือใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีกลิ่นแรง เพราะจะสามารถรบกวนกลิ่นและรสที่ได้จากสปิริตนั้นๆ
เช็กอุปกรณ์ในการทำเทสติ้ง
อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดคือแก้วที่ใช้ เมื่อได้แก้วที่จะใช้ชิมมาอยู่ตรงหน้าให้ลองดมแก้วเปล่าๆ ดูว่ามีกลิ่นแปลกปลอม กลิ่นสบู่ หรือกลิ่นอื่นๆ คงค้างอยู่ในแก้วหรือไม่ ถ้ามีก็ควรเปลี่ยนใหม่เป็นแก้วที่สะอาด หรือนำไปล้างอีกครั้งเพื่อกำจัดกลิ่นแปลกปลอม นอกจากนี้ตรวจดูความใสของแก้วซึ่งควรเป็นแก้วใสไม่มีสี อีกวิธีในการเตรียมแก้วสำหรับการชิมคือการกลั้วด้วยสปิริตที่จะชิมในแก้วนั้นๆ โดยใช้สปิริตเล็กน้อยใส่ในแก้วแล้ววนแก้วเบาๆ ขณะที่เอียงแก้วประมาณ 45 องศา เพื่อให้สปิริตเคลือบด้านในของแก้วและป้องกันไม่ให้มีกลิ่นแปลกปลอมอื่นๆ จากนั้นให้เททิ้งไป
เตรียมช่องปากให้พร้อม
หากก่อนหน้านี้รับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือมีรสจัด ให้แปรงฟันหรือบ้วนปากแล้วกลั้วน้ำตามเยอะๆ จนแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นและรสของยาสีฟันตกค้างอยู่ในปาก งดการอมยาอม สเปรย์ดับกลิ่นปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่งก่อนการชิม เพราะจะทำให้รสชาติของสปิริตที่ทดสอบเปลี่ยนไป

Above เริ่มต้นการชิมด้วยการสังเกตสีของสปิริต
ดู (สี) ดม จิบ กลั้ว กลืน
เมื่อถึงเวลาชิม สิ่งแรกที่ควรทำคือสังเกตดูสีของสปิริต วิธีการคือยกแก้วขึ้นหาแสงแล้วเอียงแก้วดูเฉดสีของสปิริตที่อยู่ในแก้ว หากอยู่ในที่ที่มีแสงน้อยให้เอียงแก้วโดยวางกระดาษสีขาวเป็นฉากหลังเพื่อให้สามารถสังเกตสีที่แท้จริงของสปิริต
ถึงขั้นตอนนี้อย่าเพิ่งวนแก้ว ให้จ่อปากแก้วที่ปลายจมูก ห่างจากจมูกเล็กน้อยแล้วค่อยๆ สูดลมหายใจช้าๆ เพื่อดมกลิ่น ถ้ามีกลิ่นแอลกอฮอล์รุนแรงเกินไปจนแสบจมูก ก็ให้ยืดปลายแก้วห่างออกจากปลายจมูกเล็กน้อย ดมหลายๆ ครั้ง เพราะสปิริตบางอย่าง โดยเฉพาะสปิริตที่มีความซับซ้อน อาจมีกลิ่นหลายอย่างที่ซ่อนอยู่และจะค่อยๆ เผยออกมาเมื่อสัมผัสกับอากาศ
จากนั้นจิบในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นก็คือปริมาณที่มากพอจะเคลือบลิ้นและภายในปากบางๆ ได้ทั่ว จากนั้นกลั้วสปิริตเบาๆ ให้ทั่วปาก ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเสียงแปลกๆ ออกมา (นี่อาจจะเป็นเวลาเดียวที่ทำเสียงซี้ดซ้าดเวลาดื่มแล้วไม่มีใครตำหนิหรือมองแรงใส่) พยายามให้สปิริตเคลือบลิ้นให้ได้มากที่สุด เพราะต่อมรับรสที่อยู่บนลิ้นจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง สังเกตดูว่าความเผ็ดซ่าเกิดขึ้นกับส่วนไหนของลิ้น ที่ปลายลิ้น โคนลิ้น หรือที่ลำคอ ในช่วงนี้ให้สังเกตถึงกลิ่นที่เราได้จากการมีสปิริตอยู่ในปากด้วย เพราะกลิ่นที่จมูกและปากสัมผัสได้นั้นอาจมีความแตกต่างกัน จากนั้นกลืนสปิริตลงคอไปเพื่อสังเกตว่า ‘ฟินิช’ หรือรสและกลิ่นที่คงค้างในปากเป็นอย่างไร เนิ่นนานหรือห้วนสั้น หวาน ฝาด หรือเผ็ดซ่าที่ลิ้น กลิ่นรสของอะไรที่อยู่ค้างเนิ่นนานที่สุด
หลังการจิบแต่ละครั้งต้องมีการ ‘รีเซ็ต’ การรับรสและกลิ่นของเราเสียใหม่ หลังจากกลืนสปิริตลงคอไปแล้วให้จิบน้ำเย็นตามกลั้วปาก ส่วนการรับรู้ด้านกลิ่นควรหาเมล็ดกาแฟใส่ถ้วยเล็กๆ มาสูด (คล้ายๆ เวลาไปลองน้ำหอม) หรือถ้าไม่มีก็สามารถงอแขนแล้วดมข้อพับตรงข้อศอกด้านในของเราเองก็ได้ เป็นการเตรียมพร้อมจมูกสำหรับกลิ่นใหม่ที่จะได้รับ
อ่านเพิ่มเติม: บาร์ชั้นนำในเอเชีย เผยเคล็ดลับการสร้างโปรแกรมค็อกเทลที่ดีเลิศ

Above การเทสต์หรือชิมสปิริต อาจมีได้หลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะตัว
ในระหว่างนี้มักเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัสอะไรบ้าง โดยมากแล้วจะมีคลังคำศัพท์เฉพาะที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศัพท์เกี่ยวกับพืชพรรณ ดอกไม้ ผลไม้ ขนม เช่น กลิ่นซิตรัส กลิ่นแบบสับปะรด กลิ่นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กลิ่นฟรุตเค้ก ทอฟฟี่ ขนมปังปิ้ง หอมแบบช่อดอกไม้ ในขณะที่บางคำอาจฟังดูแปลกๆ แต่เป็นคำที่ใช้อธิบายรสชาติและสัมผัสที่ได้จากการหมักหรือบ่มสปิริต เช่น กลิ่นเหมือนตู้ไม้ กลิ่นเครื่องหนัง กลิ่นน้ำมัน กลิ่นขี้ผึ้ง ลองเปิดใจ นึกถึงสารวัตถุนั้นในชีวิตจริงแล้วเทียบกับสิ่งที่ได้กลิ่น หรือจะลองหาคำอื่นๆ มาลองอธิบายสิ่งที่คุณสัมผัสเองก็ได้ ไม่มีผิดกติกา
ในการจิบครั้งที่สอง ให้ลองวนแก้วเบาๆ สัก 2-3 วินาที เพื่อให้สปิริตสัมผัสกับอากาศมากขึ้น และเผยลักษณะเฉพาะตัวออกมาก่อนจะทำตามขั้นตอนที่กล่าวไปแล้วซ้ำอีกครั้ง แล้วสังเกตถึงความแตกต่างทั้งด้านรส กลิ่น และฟินิช สปิริตแต่ละประเภทมีขั้นตอนการผลิตและแนวทางการดื่มที่แตกต่างกันออกไป การจิบหลังจากนี้อาจเป็นการทดลอง ‘เปิด’ สปิริตด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น ใส่น้ำแข็ง เติมน้ำเย็น โซดาหรือมิกเซอร์อื่นๆ หรือลองดื่มร่วมกับอาหาร
อ่านเพิ่มเติม:
Le Cercle by Pernod Ricard ไพรเวตคลับสุดหรูเพื่อลูกค้าผู้เปี่ยมรสนิยม ดื่มด่ำสปิริตและไวน์ชั้นเลิศ
จิบ Maya Pistola Agavepura เตกีลาแบรนด์แรกของเอเชียจากที่ราบสูงในอินเดีย
Credits
ภาพ: Getty Images
Topics





