เมื่อความหลงใหลในอาร์มายักเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดตลาดใหม่ให้กับสปิริตเก่าแก่ในเมืองไทย
เมื่อพูดถึงสปิริต นักดื่มที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้น หอมละมุน และมีคาแร็กเตอร์ที่หลากหลาย มักนึกถึงสปิริตเก่าแก่จากฝรั่งเศสอย่างอาร์มายัก (Armagnac) เครื่องดื่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลกประเภทหนึ่งที่กลั่นจากไวน์แล้วนำไปเอจในถังไม้ แต่ถ้าพูดถึงอาร์มายักในกรุงเทพฯ บุคคลแรกที่นักดื่มนึกถึงน่าจะเป็น สลิล ธเนศวิทยาเวทย์ นักธุรกิจและเจ้าของบาร์ที่นำเข้าอาร์มายักชั้นดีจากแคว้นกาสกอญในฝรั่งเศสมาให้นักดื่มในไทยได้ลิ้มรส
แม้จะเรียนจบด้านบริหารธุรกิจมาโดยตรง แต่เธอไม่ได้เริ่มนำเข้าอาร์มายักมาแต่แรก เพราะยังไม่ได้ค้นพบแพสชั่นที่แท้จริงว่าคืออะไร “หลังจากจบที่บอสตันก็ทำงานบริษัท จับหลายอย่างเลยค่ะ ทำรีเทล เคยเป็นนักข่าวด้วยแป๊ปหนึ่ง แต่ไม่ชอบเลย” สลิลเล่าให้ Tatler ฟังบนชั้นสองของบาร์ที่เปิดห้องเทสติ้งอาร์มายัก
อ่านเพิ่มเติม: 8 รายการทีวีและซีรีส์อาหารที่นักชิมห้ามพลาด

Above สปิริตเก่าแก่จากฝรั่งเศสที่ชิมได้แล้วในไทย (ภาพ: Getty Images)
“โดยส่วนตัวก็เป็นคนชอบดื่ม ชอบลองอะไรใหม่ๆ สังคมที่เราสังสรรค์ด้วย รวมทั้งการได้ศึกษาที่ต่างประเทศ ทำให้เจออะไรเยอะกว่า ชอบดื่มสปิริตค่ะ ที่ผ่านมาก็พยายามหาความรู้และศึกษาเรื่องสปิริตแต่ละอย่าง เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ไปด้านเทคนิคนะ ไม่ได้มีความรู้แบบซอมเมอลิเยร์ แต่อาร์มายักนี่มาได้ชิมครั้งแรกก็ตอนทำงานแล้ว"
"ตอนนั้นทำบริษัทซอฟต์แวร์ และมีอยู่ช่วงหนึ่งมีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งจากออสเตรียมาที่บริษัท ซึ่งคณะของเราต้องพาท่านไปรับประทานข้าวที่โรงแรมหกดาวแห่งหนึ่ง แล้วท่านก็สั่งอาร์มายักมาดื่มและให้พวกเราดื่มด้วย นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ชิมและรู้สึกชอบมาก อยากค้นหาและรู้เรื่องราวของมันเพิ่มขึ้นมาในทันที เวลาเดินทางไปไหนก็จะไปค้นหา ขนกลับมาและแบ่งให้เพื่อนๆ ชิม”
สลิลเล่าว่าหลงเสน่ห์ความเก่าแก่และคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวของสปิริตชนิดนี้ เพราะอาร์มายักเป็นเหล้าที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน โดยส่วนมากมาจากโรงกลั่นระดับครัวเรือนที่ทำสืบทอดกันมาหลายร้อยปี กำลังผลิตที่น้อยทำให้อาร์มายักเป็นสปิริตที่หาซื้อยากโดยเฉพาะนอกฝรั่งเศสและยุโรปที่คุ้นเคยกับวิสกี้และคอนยักมากกว่า นี่คือประเด็นที่จุดประกายให้เธออยากนำเข้าอาร์มายัก การเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อค้นหาอาร์มายักจากแหล่งผลิตเข้ามาทำตลาดในไทยจึงเริ่มต้นขึ้น

Above Frog บาร์ค็อกเทลและสปิริตรูมในซอยสุขุวิท 49
“อีเมลไปเขาก็ไม่ค่อยตอบกัน (หัวเราะ) เพราะเขาทำการตลาดกันเอง ช่วงไหนยุ่งกับการผลิตก็ไม่มีเวลามาทำอย่างอื่น หาที่พักกลางแคว้นกาสกอญเลย แล้วขับไปลุ่นๆ ทื่อๆ ไปขอชิมถึงที่ เลยได้เห็นกระบวนการผลิต เห็นกรรมวิธีต่างๆ ทำแบบนี้อยู่หลายวัน ชิมอาร์มายักตั้งแต่เช้าจรดเย็น เจ้าไหนที่เรามองว่าน่าสนใจก็พยายามติดต่อขอซื้อ จนได้มาห้าแบรนด์เพื่อเริ่มต้นธุรกิจ”
ไม่กี่ปีต่อมา ธุรกิจของสลิลเติบโตขึ้นพร้อมกับความนิยมอาร์มายักที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มมองหาสปิริตนอกเหนือตระกูลมอลต์ จนปัจจุบันเธอได้นำเข้าอาร์มายักสิบแบรนด์ คาลวาดอสสี่แบรนด์ และคอนยักอีกสามแบรนด์ นอกจากนำเข้าแล้ว ยังเป็นตัวแทนทำ private label ให้กับลูกค้าที่สนใจอีกด้วย โดยแบรนด์ทั้งหมดมาจากฝรั่งเศส

Above สลิล ธเนศวิทยาเวทย์ ผู้ทำตลาดอาร์มายักระดับพรีเมียมในไทย
“ตอนแรกก็เครียดนะคะ เรื่องการให้ความรู้กับตลาด เวลาเราจะนำอะไรใหม่เข้ามานี่ เรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำ แต่ตลาดบ้านเราจะเน้นหนักไปที่การแนะนำบอกต่อๆ กันไป ซึ่งสำหรับอาร์มายักเราต้องมาสร้างตรงนี้และค่อนข้างยาก แต่ก็พยายามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมีฐานลูกค้าพอสมควร อีกอย่างคือเราจะประเมินลูกค้าต่ำไม่ได้เลย ผู้บริโภคมีความรู้มากและรู้ความชอบของตัวเองค่อนข้างดี เราไม่ได้เข้าไปบอกเขาว่าอันนั้นดี หรือ ต้องดื่มอันนั้น แต่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิตมากกว่า และสร้างสถานที่ไว้ให้เขาได้เข้ามาทดลอง มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ” สลิลกล่าว
สถานที่ที่ว่าคือ Frog บาร์ค็อกเทลและสปิริตรูมในซอยสุขุมวิท 49 ที่ชั้นล่างเปิดเป็นบาร์ เสิร์ฟทั้งค็อกเทลคลาสสิก ซิกเนเจอร์ และค็อกเทลที่ใช้อาร์มายักเป็นเบส ส่วนชั้นบนเป็นห้องชิมอาร์มายักที่ลูกค้าสามารถสั่งอาร์มายักเป็นไฟลท์มาชิม รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมเทสติ้งและมาสเตอร์คลาสกับเจ้าของแบรนด์ จัดไพรเวทเทสติ้ง หรือแค่เข้ามาสอบถามและทำความรู้จักอาร์มายักทางร้านก็ยินดี
บาร์แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นบาร์ที่มีอาร์มายักให้ชิมเยอะที่สุดแล้วในกรุงเทพฯ ขณะนี้ เหมาะกับนักดื่มที่อยากลองสปิริตแนวอื่นดูบ้างและอยากสัมผัสอาร์มายักหลากหลายสไตล์ และแฟนอาร์มายักที่มองหาเอ็กซ์เพรสชั่นใหม่ๆ ของสปิริตที่ชื่นชอบ

Above Frog บาร์ค็อกเทลและสปิริตรูมในซอยสุขุวิท 49
“ชอบดื่มค่ะ โดยเฉพาะเวลาได้มีบทสนทนาดีๆ กับคนที่เราสนิทสนมชอบพอ ส่วนหนึ่งจะมองว่าสปิริตมันเป็นยาก็ได้ถ้าดื่มปริมาณน้อยๆ เพราะอะไรที่เยอะเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น และเราต้องดื่มอย่างรับผิดชอบ ควบคุมให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเข้าสังคมและการพักผ่อนบางครั้งคราวเท่านั้น ถ้าถามเรื่องเครื่องดื่มแบบที่ชอบคือค็อกเทลแบบสปิริตฟอร์เวิร์ด เพราะชอบดื่มสปิริตอยู่แล้ว" สลิลเล่า พร้อมเผยมุมมองและเมนูเครื่องดื่มที่เธอโปรดปราน
"ส่วนธุรกิจที่กำลังดำเนินไปก็ไม่หนักใจอะไร เราเป็นไฟท์เตอร์มาทั้งชีวิต และเป็นคนที่เชื่อว่าถ้าเราหาข้อมูล ถ้าเราพยายาม ไม่ยอมแพ้ เราจะทำได้ เราจะหาทางออกได้กับทุกสิ่ง พยายามมองปัญหาในมุมกว้าง เริ่มทีละนิดและค่อยๆ ทำไป อย่าให้ใครมาบอกว่าเราทำอันนั้นได้ ทำอันนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้หรอกค่ะนอกจากตัวเรา ถ้ามีปัญหาก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ค่อยๆ หาทางไป ไม่มีอะไรเกินความพยายามของคนเราอยู่แล้ว”
อ่านเพิ่มเติม:
นันทิยา อินทรลิบ ผู้อยู่เบื้องหลัง Bangkok Chefs Charity กับความสุขของการให้ด้วยความรัก
จีจี้ วฤนดา ฟาโวร กับสูตรลับสู่ความสำเร็จยั่งยืนในธุรกิจร้านอาหาร
ชวนดู 6 ภาพยนตร์ไวน์อันน่าหลงใหลที่คนรักไวน์และเหล่านักดื่มควรดู
Credits
ภาพ: Worapon Teerawatvijit




