'กาแฟ' เครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก ด้วยรสชาติหอมกรุ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้กาแฟครองใจใครต่อใครมาอย่างยาวนาน ครั้งนี้ Tatler รวบรวมปลายทางในฝันทั่วเอเชียที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด เพื่อเป็นตัวเลือกให้คุณออกไปสำรวจโลกผ่านมุมมองของคนรักกาแฟ
หลายคนคงรู้จักและคุ้นเคยกับแหล่งปลูกกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั่วโลก เช่น บราซิล ในฐานะผู้ส่งออกกาแฟอันดับ 1 ของโลก หรือ เอธิโอเปีย ถิ่นกำเนิดกาแฟ ซึ่งโดดเด่นด้วยคาแร็กเตอร์ที่ซับซ้อน มีกลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัว
นอกจากสองประเทศที่โดดเด่นเรื่องกาแฟแล้ว ในแถบเอเชียเองก็ยังมีประเทศที่ผลิตกาแฟชั้นนำของโลกอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ประเทศไทยเองก็มีกาแฟคุณภาพดีไม่แพ้กัน รวมถึงตุรกีและเกาหลีใต้ ที่สร้างเมนูกาแฟใหม่ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งกาแฟจากแต่ละประเทศก็ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งด้านรสชาติ กระบวนการผลิต และวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่น่าค้นหา
ในลิสต์นี้คือประเทศในแถบเอเชียที่โดดเด่นเรื่องการผลิตกาแฟ ที่เราอยากแนะนำให้คุณเดินทางไปลองเปิดประสบการณ์ดูสักครั้ง
อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุดร้านกาแฟที่ดีที่สุดในปี 2024
1. ไทย

Above เมล็ดกาแฟสีแดงสดที่ถูกเก็บเกี่ยวโดยเกษตรกรไทยในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปลูกกาแฟออร์แกนิก 100% (ภาพ: DINphotogallery / Getty Images)
กาแฟไทยนับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีเอกลักษณ์และสร้างรายได้จำนวนมากให้กับคนท้องถิ่น ซึ่งในประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกกาแฟสองสายพันธุ์หลักๆ คือ กาแฟโรบัสต้า และกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยมในระดับโลก
กาแฟอาราบิก้าจะมีแหล่งปลูกอยู่ที่จังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่ง 'เชียงราย' คือจังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกกาแฟเยอะที่สุด ส่วนกาแฟโรบัสต้าจะเป็นกาแฟที่นิยมปลูกในจังหวัดภาคใต้ โดยจังหวัดชุมพร ถือเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กาแฟของไทยจะเป็นที่รู้จักผ่านโทนของกาแฟที่ค่อนข้างสว่างและสดชื่น มีกลิ่นและรสสัมผัสโทนดอกไม้และผลไม้ คนที่ชอบกาแฟที่มีมิติค่อนข้างซับซ้อน เมล็ดกาแฟอาราบิก้าน่าจะเป็นตัวเลือกของคุณ ส่วนกาแฟโรบัสต้าจะมีบอดี้ที่ค่อนข้างเต็ม และมีโปรไฟล์เป็นโทนช็อกโกแลต
โดยทั่วไป กาแฟไทยจะมีบอดี้ที่ไม่ค่อยหนักมากนัก แต่ยังมีความนุ่มๆ และบางชนิดค่อนข้างครีมมี่ ส่วนมากกาแฟไทยจะคั่วแบบกลางจนถึงคั่วกลางค่อนข้างเข้ม แต่ความนิยมของกาแฟคั่วอ่อนก็เริ่มมีมากขึ้นในร้านกาแฟ specialty ต่างๆ ซึ่งพบมากในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ
2. เวียดนาม

Above ภาพมุมสูงของไร่กาแฟในเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม (ภาพ: Khanh Bui / Getty Images)
เวียดนามคือประเทศผู้ผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลก โดยมีเมล็ดกาแฟที่ขึ้นชื่อคือสายพันธุ์โรบัสต้า เขตที่ราบสูงในภาคกลางของเวียดนามคือปลายทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคอกาแฟ เมืองที่คุณไม่ควรพลาดคือ 'ดาลัด' ด้วยธรรมชาติสวยงาม คุณสามารถดื่มด่ำความสดชื่นนี้ พร้อมสำรวจไร่กาแฟ และเรียนรู้เทคนิคการโพรเซสเมล็ดกาแฟในแบบที่มีเอกลักษณ์ของเวียดนาม นอกจากนี้เวียดนามยังมีเมนูกาแฟที่ไม่เหมือนใครอย่างกาแฟใส่ไข่ให้เหล่าคนรักกาแฟที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ลองอีกด้วย
กาแฟเวียดนามมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ ความเข้ม รสชาติจัด โดยจะมีโน้ตของดาร์กช็อกโกแลตและคาราเมล หรือบางสายพันธุ์อาจมีโน้ตในโทนสโมกกี้อยู่ด้วย รสชาติจะมีตั้งแต่หวานนุ่มจนถึงออกขมเล็กๆ ซึ่งกาแฟของเวียดนามจะมีบอดี้ที่ค่อนข้างข้นที่จะเคลือบอยู่ในปากเวลาที่ดื่มเข้าไป และมักคั่วค่อนข้างเข้มจนถึงคั่วเข้มเลย เพื่อคงความเข้มสไตล์กาแฟโรบัสต้าเอาไว้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวเวียดนามถึงชอบดื่มกาแฟใส่นมข้นหวาน
3. อินโดนีเซีย

Above กาแฟขี้ชะมด กาแฟโพรเซสขึ้นชื่อของประเทศอินโดนีเซีย (ภาพ: Aleksey Serikov / Getty Images)
อีกหนึ่งประเทศที่ผลิตเมล็ดกาแฟได้ทั้งสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า ซึ่งแถบเกาะสุมาตรา ชวา และบาหลี ล้วนมีคาแร็กเตอร์ของกาแฟที่ต่างกันออกไป หากคุณคือคนรักกาแฟ นี่คืออีกจุดหมายที่คุณไม่ควรพลาด
หนึ่งในโพรเซสกาแฟที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดของอินโดนีเซียคือ 'กาแฟขี้ชะมด' กาแฟที่ผ่านกระบวนการย่อยอาหารของชะมดจนเกิดความนุ่มละมุนและเป็นกาแฟที่ราคาสูงที่สุดโพรเซสหนึ่งของโลก แต่ก็ใช่ว่ากาแฟโพรเซสอื่นๆ ของอินโดนีเซียจะไม่น่าสนใจ เพราะอินโดนีเซียก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิตกาแฟที่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่น โดยชาวอินโดนีเซียนิยมดื่ม 'Kopi Tubruk' หรือกาแฟดำรสเข้มที่สกัดผ่านน้ำร้อนนั่นเอง
กาแฟอินโดนีเซียจะมีมิติที่ค่อนข้างซับซ้อนด้วยโน้ตในโทนเอิร์ธตี้บวกกับความเป็นกรดที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้กาแฟที่ได้หลังจากการคั่วจะไม่ค่อยติดรสเปรี้ยว โดยโน้ตที่จะพบได้ท้่วไปก็จะเป็นโทนช็อกโกแลต ใบยาสูบ เครื่องเทศ หรือสมุนไพรต่างๆ ซึ่งเป็นสัมผัสที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ เช่นเดียวกับเวียดนาม กาแฟจากอินโดนีเซียจะมีบอดี้ที่หนัก ข้น และคล้ายกับไซรัปที่จะเคลือบอยู่ในปาก แต่ก็ยังคงความนุ่มและครีมมี่เมื่อดื่มเข้าไป นิยมคั่วค่อนข้างเข้ม เนื่องจากช่วยเสริมให้ความหวานและบอดี้ของตัวกาแฟโดดเด่นขึ้น
4. ญี่ปุ่น

Above ร้านกาแฟในประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Yagi-Studio / Getty Images)
แม้ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ แต่ญี่ปุ่นก็มีกาแฟสายพันธุ์พื้นเมืองที่น่าสนใจหลากหลายสายพันธุ์ ที่โดดเด่น ได้แก่ กาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์เอ็กโซติกที่ให้รสสัมผัสแสนละเอียดอ่อน มาในโทนดอกไม้ และมีโปรไฟล์ที่เป็นรสหวานอ่อนๆ ส่วนใหญ่จะปลูกทางตอนใต้อย่าง โอกินาวา และคาโกชิมะ นอกจากนี้ญี่ปุ่นก็ยังมีกระบวนการผลิตกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองด้วย
โปรไฟล์ของกาแฟญี่ปุ่นจะค่อนข้างบาลานซ์ ให้รสอ่อนนุ่ม ค่อนข้างนวลละมุน โดยปกติจะเป็นโทนผลไม้ ดอกไม้ หรือถั่ว มีตั้งแต่รสชาติเบาๆ สว่างๆ ไปจนถึงรสชาติที่ซับซ้อนและมีเลเยอร์ของกลิ่น บอดี้ของกาแฟจะค่อนข้างเบา ดื่มแล้วเคลียร์ ไม่เคลือบอยู่ในช่องปากมากนัก นิยมคั่วอ่อนไปจนถึงคั่วกลาง เป็นเสน่ห์ของกาแฟญี่ปุ่น นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการชงกาแฟ เช่นเดียวกับพิธีชงชานั่นเอง
5. เกาหลีใต้

Above กาแฟ Dalgona ที่คิดค้นโดยชาวเกาหลีใต้ เป็นเมนูที่มีฟองโฟมกาแฟท็อปอยู่ด้านบนของนมสด (ภาพ: alvarez / Getty Images)
เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟค่อนข้างโดดเด่น และเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นผู้นำด้านคาเฟ่และร้านกาแฟ โดยเมนูยอดนิยมตลอดกาลของชาวเกาหลีใต้คือ อเมริกาโน่เย็น โดยที่ไม่สนใจว่าจะเป็นช่วงฤดูกาลใด เพราะแม้แต่ในช่วงที่อากาศเย็นมากๆ อเมริกาโน่เย็นก็ยังเป็นเมนูยอดนิยมอยู่เสมอ และอีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมที่คิดค้นขึ้นมาโดยชาวเกาหลีใต้ก็คือ กาแฟ Dalgona เมนูที่มีฟองโฟมกาแฟท็อปอยู่ด้านบนของนมสด
โดยกาแฟในเกาหลีใต้มักจะปลูกทางตอนใต้ เนื่องจากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยเขตคังนึง (Gangneung) เมืองชายทะเลของเกาหลีใต้คือเมืองขึ้นชื่อเรื่องกาแฟและมีพิพิธภัณฑ์กาแฟแห่งที่หกของโลกตั้งอยู่อีกด้วย คาแร็กเตอร์ของกาแฟในเกาหลีใต้จะค่อนข้างมีบอดี้ที่เบา โน้ตสดชื่นๆ เป็นโทนดอกไม้ ซิตรัส และน้ำผึ้ง
6. ไต้หวัน

Above กาแฟอาราบิก้า ที่เสิร์ฟในเทศมณฑลยฺหวินหลิน (Yunlin) ประเทศไต้หวัน (ภาพ: Sunrise@dawn Photography / Getty Images)
ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งปลายทางที่มีประวัติศาสตร์ด้านการปลูกกาแฟมายาวนานร่วมร้อยปี แม้ว่ากาแฟส่วนใหญ่ในไต้หวันจะถูกนำเข้ามาจากประเทศอื่นๆ แต่ที่นี่ก็ยังมีเทศมณฑลยฺหวินหลิน (Yunlin) ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตกาแฟคุณภาพเยี่ยมของที่นี่ ซึ่งมีภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ราบสูงคล้ายกับ Blue Mountain อันเลื่องชื่อของจาไมก้า เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกกาแฟอาราบิก้า และด้วยความที่เป็นภูเขาสูง มีดินภูเขาไฟ มีอากาศที่เย็น และมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ทำให้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าของยฺหวินหลินมีความเป็นกรดต่ำ และให้โน้ตในโทนซิตรัส และถั่ว
แม้ผลิตกาแฟได้ในปริมาณไม่มาก คุณภาพกาแฟของไต้หวันถือว่าค่อนข้างดีและน่าจับตามอง เนื่องจากกาแฟที่ไต้หวันผลิตได้นั้นได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดจากการแข่งขันและประมูลเมล็ดกาแฟที่จัดโดยสมาคมกาแฟระดับโลกอีกด้วย
7. ตุรกี

Above กาแฟตุรกีที่มีเอกลักษณ์ในการให้ความร้อนผ่านทราย (ภาพ: Juan Alberto Casado / Getty Images)
กาแฟตุรกีน่าจะเป็นหนึ่งในกาแฟที่ได้รับความนิยมมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ด้วยคาแร็กเตอร์โดดเด่นและกรรมวิธีการชงกาแฟที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ทำให้วัฒนธรรมกาแฟของตุรกีเข้มข้นและเต็มไปด้วยเสน่ห์ โดยตุรกีอาจเป็นประเทศเดียวในลิสต์นี้ที่ไม่สามารถปลูกกาแฟได้ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่เราก็ไม่อยากให้คุณพลาดจุดหมายปลายทางแห่งนี้
กาแฟตุรกีมักจะใช้เมล็ดกาแฟนำเข้าแล้วนำมาคั่วบดละเอียดด้วยกรรมวิธีแบบเฉพาะ นอกจากนี้ยังใช้ทรายร้อนในการให้ความร้อนของขั้นตอนการชงด้วยอุปกรณ์พิเศษ ก่อนที่จะรินกาแฟรสเข้มข้นออกจากกาโดยไม่ผ่านการกรอง ดังนั้นกาแฟแก้วเล็กๆ สุดเข้มข้นนี้อาจมีเศษกากกาแฟคั่วปนอยู่ เป็นผงละเอียดคล้ายผงแป้ง มีความเปรี้ยวอมหวานของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าเหลืออยู่ ทำให้ดื่มง่ายและได้กลิ่นอโรม่าหลังดื่ม
กาแฟตุรกีที่ดีจะไม่คั่วเข้มจนเกินไป และบดจนละเอียดเพื่อให้เหมาะกับหม้อต้มกาแฟ จนได้กาแฟที่เป็นโฟมนุ่ม ซึ่งจำเป็นต้องผสมกาแฟและน้ำให้เข้ากันก่อนให้ความร้อน
Topics




