Cover มอลต์มาสเตอร์ David Stewart ตำนานการผลิตวิสกี้ (ภาพ: Balvenie)

การผลิตวิสกี้เป็นกระบวนการที่มักใช้เวลาเนิ่นนานในการทำและต้องใส่ใจกับทุกรายละเอียดเพื่อให้ได้เครื่องดื่มที่ดีที่สุด เมื่อแบรนด์ที่เน้นย้ำว่าสิ่งที่ทำให้แตกต่างคือความชำนาญในการผลิตแบบดั้งเดิม กำลังเตรียมฉลองวาระสำคัญให้กับบุคคลผู้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของวงการวิสกี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา

David Stewart คือมอลต์มาสเตอร์ผู้คร่ำหวอดด้านการคราฟต์วิสกี้มาอย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตวิสกี้ Balvenie แบรนด์วิสกี้ชั้นนำของโลก ถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของมาสเตอร์เบลนเดอร์และมอลต์มาสเตอร์ระดับตำนานผู้นี้ด้วยผลิตภัณฑ์ Balvenie 60 ที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของ David ที่บรรจุในปี 1962 ซึ่งนับเป็นวิสกี้ที่เก่าแก่และหายากที่สุดที่แบรนด์เคยผลิตมา

โดยวิสกี้คอลเล็กชั่นพิเศษนี้เปิดตัวไปเมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่ David ทำงานเป็นมอลต์มาสเตอร์มาได้ครบ 6 ทศวรรษ และไม่ได้พิเศษเฉพาะตัววิสกี้เท่านั้น แต่บรรจุภัณฑ์หรือตัวขวด ฉลาก แผ่นโลหะ ก็ล้วนเป็นผลงานศิลปะชั้นเยี่ยม แม้แต่ตัวกล่องของ Balvenie 60 ก็ได้รับการออกแบบให้สะท้อนเรื่องราวเส้นทางอาชีพของ David และเป็นครั้งแรกของวิสกี้ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของทั้ง David และมอลต์มาสเตอร์คนปัจจุบันอย่าง Kelsey McKechnie ด้วย

อ่านเพิ่มเติม: สาเก ที่มากับประเพณี นวัตกรรม และความรัก

Tatler Asia
Above Kelsey McKechnie มอลต์มาสเตอร์คนปัจจุบัน (ภาพ: Balvenie)
Tatler Asia
Above โรงกลั่นของ Balvenie ในเขตสเปย์ไซด์ ประเทศสกอตแลนด์ (ภาพ: Balvenie)

ตำนานแห่งวงการวิสกี้

David ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติช (Most Excellent Order of the British Empire) หรือชั้น MBE เมื่อปี 2016 จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยเขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานจากการเป็นเจ้าหน้าที่คลังเมื่อปี 1962 จนได้รับแต่งตั้งเป็นมอลต์มาสเตอร์ของ Balvenie เมื่อปี 1974 ด้วยวัยเพียง 29 ปี

David ได้ทุ่มเทชีวิตการทำงาน 60 ปีให้กับการสร้างสรรค์วิสกี้ คิดค้นเทคนิคที่สร้างความแตกต่างให้กับกรรมวิธีการผลิตที่ใช้ในปัจจุบัน และแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้ทำงานเป็นมอลต์มาสเตอร์แล้ว David ก็ยังทำหน้าที่เป็นทูตกิตติมศักดิ์ให้กับแบรนด์ Balvenie อยู่

David เป็นผู้ริเริ่มเทคนิคการบ่มวิสกี้แบบ cask finishing ซึ่งปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายในโลกของสก็อตวิสกี้ เทคนิคดังกล่าวคือการบ่มวิสกี้หลายปีในการบ่มในถังเดียว จากนั้นจะทำการย้ายวิสกี้ไปยังถังบ่มอีกถังหนึ่งในช่วงสองสามเดือนสุดท้ายของการบ่ม หรือที่เรียกว่าการบ่มขั้นสุดท้าย เพื่อเป็นการเพิ่มเลเยอร์ของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างบุคลิกรสชาติให้กับตัวเครื่องดื่มในแบบฉบับ Balvenie เอง

อ่านเพิ่มเติม: เนเชอรัลไวน์บาร์ ไวป์ดี ชิมไวน์ในบรรยากาศสุดชิล

Tatler Asia
Above David Stewart ที่ Balvenie (ภาพ: Balvenie)

ที่สุดของศิลปะแห่งการผลิต

การผลิตวิสกี้ Balvenie แตกต่างจากโรงกลั่นอื่นๆ ตรงที่ยังคงรักษาแนวทางดั้งเดิม และยังคงผ่านขั้นตอนการผลิตส่วนใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือแท้ ๆ

Balvenie ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ในสกอตแลนด์ที่ยังคงใช้ข้าวบาร์เลย์ที่ปลูกเอง และใช้เทคนิคผึ่งข้าวบาร์เลย์บนพื้นที่ต้องคอยกลับเมล็ดด้วยมอลต์แมน ใช้ถังบ่มที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเฉพาะ ถังกลั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่าง และสุดท้ายคือความชำนาญของมอลต์มาสเตอร์ที่คอยดูแลกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพวิสกี้ที่สม่ำเสมอ

การผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิม ความใส่ใจในรายละเอียด และเทคนิคการบ่มที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ทำให้วิสกี้ Balvenie มีจิตวิญญาณที่น่าหลงใหลและยังมีบุคลิกที่สนุกสนานและนุ่มนวลอย่างแท้จริง

Tatler Asia
Above มอลต์แมนกลับเมล็ดข้าวบาร์เลย์ (ภาพ: Balvenie)

Topics