โดดเด่น สะดุดตา และทรงคุณค่า คือนิยามนาฬิกา Independent ของ หนุ่ย เบจญ์เยี่ยม ส่งวัฒนา
ในหมู่นักสะสมนาฬิกาสาย independent watch กลุ่มแบรนด์นาฬิกาที่ไม่ได้อยู่ภายใต้เครือบริษัทใดเลย สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง และมีอิสระในการผลิตนาฬิกาที่สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองสูง มีบุคคลผู้หนึ่งที่มุ่งมั่นอย่างมากในการศึกษาหาเรือนเวลามากว่ายี่สิบปีคือ หนุ่ย เบจญ์เยี่ยม ส่งวัฒนา ซีอีโอแห่ง FN Factory Outlet ซึ่งหลงใหลศิลปะอันประณีตบนข้อมือและแพสชั่นของผู้ประดิษฐ์ เขาจึงเฟ้นหาเรือนเวลาที่มีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร และตรงใจ กระทั่งปัจจุบันที่เขามีนาฬิกาในคอลเล็กชั่นตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้าน ซึ่งต้องบอกเลยว่า แต่ละเรือนที่นำมาให้ชมกันนั้นมีความพิเศษมาก
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตนาฬิกา เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ปลายปี 2024

Above เบจญ์เยี่ยม ส่งวัฒนา Independent Watch Collector CEO แห่ง FN Factory Outlet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Above เบจญ์เยี่ยม ส่งวัฒนา Independent Watch Collector CEO แห่ง FN Factory Outlet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
อะไรทำให้เริ่มหันมาสนใจ independent watch
ต้องเกริ่นให้เข้าใจก่อนว่าในวงการนาฬิกาสมัยก่อน จะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ นาฬิกา main stream ทั่วไป และนาฬิกาที่เป็น independent แต่ยุคหลังๆ เริ่มมีคำหนึ่งที่โผล่เข้ามา คือคำว่า micro brand หมายถึงแบรนด์ที่ทำนาฬิกาในจำนวนไม่เยอะ ซึ่งกลุ่ม independent ถูกจัดไปอยู่ในหมวด micro brand เหมือนกัน แต่สำหรับผม มันแยกออกจากกัน เพราะ independent เป็นเหมือนช่างฝีมือที่สามารถทำงานคราฟต์ และนำเสนอบางอย่างที่มีความแตกต่างจาก main stream ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนหมู่มาก
จริงๆ ผมชอบนาฬิกามานานแล้ว มีนาฬิกาเรือนแรกตอนอายุประมาณ 12 ปี เป็น Tag Heuer Formula 1 Chronograph ที่ไปอ้อนวอนขอคุณแม่ว่าจะซื้อด้วยเงินของตัวเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นของความชอบ ผมรู้สึกว่านาฬิกามันจับเวลา มีเข็มเยอะๆ สวยดี แต่ด้วยความที่ยังเด็กเลยไม่ได้สะสมจริงจัง หลังจากเรียนจบก็เริ่มค่อยๆ ศึกษา ช่วงแรกผมเล่นนาฬิกาวินเทจยุค 70s เพราะมันมีทรงแปลกๆ ที่ไม่ใช่เป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยม โดยศึกษามาตลอด

Above นาฬิกา Maximilian Busser and Friends Horological Machine no.3
จนช่วงอายุสามสิบที่เริ่มหาตัวเองเจอ ซีเรียสเรื่องการสะสมนาฬิกามาตั้งแต่ปี 2006-2007 ตอนนั้นภรรยาแนะนำว่าให้เลือกสองอย่าง ระหว่างการดูเป็นนาฬิกาหรือเป็นเครื่องประดับ เรามองนาฬิกาเป็นอะไรก็ซื้อแบบนั้น วันที่ผมเครซี่มากที่สุดคือ MB&F รุ่น HM3 ซึ่งสวยจริงๆ เป็นเรือนโรสโกลด์ ราคา 2 ล้านนิดๆ ผมเลือกรุ่น Starcruiser เพราะเม็ดมะยมอยู่ข้างบน ผมใส่นาฬิกามือขวา เลยชอบแบบเม็ดมะยมอยู่ที่ 12 นาฬิกา
แต่ที่อยากเล่าคือ ตอนกำลังตัดสินใจซื้อ มีอีกเรือนคือ Audemars Piguet Royal Oak Offshore ‘Survivor’ ซึ่งเป็นเหมือนลิมิเต็ดช่วงนั้น ทำให้ตัดสินใจลำบาก แต่สุดท้ายก็ได้ HM3 เพราะมองว่านาฬิกาเป็นเครื่องประดับที่ผู้ชายใส่ได้ทุกวัน ผมเลยเลือกเรือนที่เป็นได้ทั้งงานอาร์ตและเครื่องบอกเวลาด้วย หลังวันที่ซื้อนาฬิกา independent หลักล้าน ผมก็กลายเป็นคนข้ามขั้ว จากนาฬิกาวินเทจยุค 70s มาเล่นนาฬิกาหลักแสน แล้วก็กระโดดมานี่เลย
อ่านเพิ่มเติม: 7 เรือนเวลาโครโนกราฟ เพื่อไลฟ์สไตล์แอคทีฟ

Above นาฬิกา Chaykin X Behrens Joker
แสดงว่า independent watch ถือเป็นรักแรกจริงๆ คิดว่าอะไรคือจุดที่ทำให้ชอบได้ขนาดนั้น
มันเหมือนเจอสิ่งที่ตอบโจทย์เรา ทั้งในเชิงรูปทรงและสตอรี่ของแบรนด์ ส่วนตัวเป็นคนชอบสตอรี่ อย่างนาฬิกาของ MB&F ที่กว่าจะได้ Caliber มาก็ต้องปรับแต่ง ฉีกกฎกติกาเดิม และสร้างวิธีการอ่านเวลารูปแบบใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วอ่านยากมาก แต่ผมใส่ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมา ใส่ประจำจนเพื่อนๆ พี่ๆ ในวงการพูดกันว่าถ้าไม่ใส่แบบนี้ ไม่ใช่ไอ้หนุ่ยตัวจริง (หัวเราะ)
พอเริ่มต้นจาก MB&F ก็ได้รู้จัก Azimuth ที่หน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ กับ Urwerk ที่หน้าตาไม่เหมือนใครเลยกับดิส 4 แผ่น ซึ่งเอาไว้บอกเวลา นอกจากนี้ก็มี MCT ผมมีรุ่น Sequential One ตัวหนึ่งที่เป็นโรสโกลด์ เรือนนี้จะหมุนแค่ 270 องศา และครบรอบ 60 นาที เห็นได้เลยว่าตัวเลขมันใหญ่มาก ตัวดิส 0-60 จะหมุนเรื่อยๆ เป็นปริซึมที่ค่อยๆ บิด พอถึงเลข 60 ตัวดิสจะหมุนเพื่อไปโชว์ในตัวเลขที่เป็นหลักชั่วโมง เป็นอีกตัวที่ดูยาก ซับซ้อนมาก
นอกจากแบรนด์สาย independent สะสมนาฬิกาแบบอื่นไว้อีกบ้างไหม
ช่วงโควิด-19 ที่ผมอิ่มตัว ไม่รู้จะเล่นนาฬิกาอะไร ทำให้มีเวลาศึกษามากขึ้น เลยไปเจอพวก micro brand ที่ผลิตน้อย ทำหน้าปัด ทำเข็ม และปรับแต่งเครื่องเอง
หนึ่งในแบรนด์ที่ผมสนใจคือ Chaykin แต่ตอนแรกที่เจอ ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ กระทั่งเขาไปร่วมงานกับ Behrens ซึ่งเป็นแบรนด์ฮ่องกงและออกตัว Joker เรือนที่ผมได้มาคือ Titanium โดยความพิเศษของมันคือ ถ้าเป็น Joker ตรงปากจะเป็นข้างขึ้นข้างแรม แต่รุ่นที่ร่วมกับ Behrens หน้าปัดตรงกลางปากจะกลายเป็นเข็มวินาที ซึ่งเดินเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวตามรอยปาก ยุบขึ้นยุบลง ส่วนตรงตาคือโดมคริสตัลแซฟไฟร์ มันจึงดูสยองแบบโมเดิร์น ผมชอบเพราะความคิดของ Chaykin ที่ต้องการสร้างปีศาจบนข้อแขน รุ่นพวกนี้เลยถูกเรียกว่า Wristmons ซึ่งทำออกมาเรื่อยๆ และเขาก็เป็นช่างนาฬิกาที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง สร้างเครื่องบางอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง สำหรับผม นาฬิกามันควรมีสีสันและเรื่องราวแบบนี้

Above นาฬิกา Vianney Halter Classic
“เวลาสะสมผลงานที่มีความเก่ง มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองว่า เราก็เป็นคนที่สร้างอะไรสักอย่างได้”
Above เบจญ์เยี่ยม ส่งวัฒนา นักสะสมนาฬิกา Independent CEO แห่ง FN Factory Outlet (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ทุกเรือนที่สะสมมา มีเรือนไหนบ้างที่ชอบมากเป็นพิเศษ
ยากจัง (หัวเราะ) ถ้าเป็นเรือนโปรดที่ยังใส่แล้วรู้สึกดีอยู่ตลอดจนถึงทุกวันนี้ คงต้อง MB&F เพราะผมชอบ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เล่นนาฬิกาประหลาดๆ ถ้าวันไหนอยากเป็นตัวเองมากที่สุดก็จะหยิบตัวนี้ขึ้นมาใส่ ซึ่งถือว่าใส่บ่อยที่สุดแล้ว รองลงมาจะเป็น Urwerk 103 กับ HYT หลังๆ มานี้ที่ใส่บ่อยขึ้นจะเป็นเรือนเล็กๆ ที่ผมบินไปหามา อย่าง Otsuka Lotec แบรนด์ช่างนาฬิกาของญี่ปุ่น ตัวที่ค่อนข้างชอบคือ Jumping Hour - Forged Carbon Spaceone Left Handed ที่เป็นออโต้ ส่วนตัวชอบแพสชั่นที่มาจากเจ้าของแบรนด์ด้วย
อีกเรือนที่รักมากคือ Vianney Halter Classic ที่ชนะการประมูลมา ชอบเพราะ Vianney Halter เป็นนาฬิกาที่ได้อิทธิพลจากหน้าต่างเรือกับหน้าต่างรถไฟโบราณ ซึ่งเป็นไอคอนิกมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ทำ เขาเก่งเรื่องการออกแบบเฟืองข้างในให้มีความคลาดเคลื่อนของปีอธิกสุรทินต่ำที่สุดด้วย ซึ่งจะทำได้ก็ต้องมีความเก่ง ผมรู้สึกว่าเวลาสะสมผลงานที่มีความเก่ง มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง ว่าเราก็เป็นคนที่สร้างอะไรสักอย่างได้นะ
สัมผัสได้เลยว่ามีแพสชั่นในการสะสมมากและเชี่ยวชาญการดูนาฬิกาจริงๆ ปกติได้โชว์คอลเล็กชั่น ที่ไหนบ้างไหม
ผมมีช่องของตัวเองใน YouTube ชื่อ Benyiam Channel ที่จะมาลงคลิปเกี่ยวกับนาฬิกาทุกวันอาทิตย์ ซึ่งก็เอาของตัวเองมารีวิวนี่ล่ะ มีรีวิวนาฬิกาหลักพันด้วยนะ ผมรู้สึกว่ามันมีความน่าสนใจ น่ารัก เจ๋ง เข้าถึงได้ง่าย และมีสตอรี่
จริงๆ ช่องนี้เริ่มจากที่ผมทำคอนเทนต์เกี่ยวกับธุรกิจก่อน แล้วก็ลงเรื่องนาฬิกาที่เป็นความชอบไปด้วย ผมจะลงบทความอย่างน้อย 2 เรื่องทุกสัปดาห์ ตรงที่มันโพสต์รูปกับข้อมูลได้ครับ เขียนมาเยอะมากจนงงว่าทำไปทำไมก็ไม่รู้ (หัวเราะ)





