รวบรวมนาฬิกาเรือนใหม่ ที่เปิดตัวปลายปี 2024 เหมาะสำหรับนักสะสมเช่นคุณ
เลือกสรรเรือนเวลาเปิดตัวล่าสุดในช่วงปลายปี 2024 สำหรับผู้อ่าน Tatler ที่เราเชื่อว่านาฬิกาเหล่านี้จะเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ วันพิเศษ หรือเป็นเรือนเวลาแทนช่วงเวลาดีๆ ของใครหลายคน หรือกลายมาเป็นเรือนโปรดที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน หรือแม้แต่เป็นนาฬิกาสะสมในคอลเล็กชั่นประจำตัว หรือกลายเป็นสินทรัพย์มูลค่าที่สามารถส่งต่อได้ สะท้อนความสำเร็จของผู้สวมใส่ประจำปี 2024 นี้
เราอยากชวนทุกคนมาอัปเดตความเคลื่อนไหวของคอลเล็กชั่นเรือนเวลาล่าสุดจากหลากหลายแบรนด์ในทุกๆ เดือน ให้ทุกคนไม่พลาดที่จะจับจองและเป็นเจ้าของนาฬิกาแสนพิเศษเหล่านี้
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตแบรนด์นาฬิกา เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ ปี 2024
Bulgari

Above คอลเล็กชั่น Tadao Ando X Serpenti (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Finissimo Ultra COSC (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Finissimo Tourbillon Manual (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Finissimo Tourbillon Automatic (ภาพ: Bulgari)
เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วในงาน Watches and Wonders 2024 แต่ความน่าตื่นตาตื่นในของนาฬิกาที่มาจากการสร้างสรรค์ของแบรนด์จิวเวลรีอย่าง Bulgari นั้น กลับสร้างความตื่นตาตื่นใจได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น
Tadao Ando x Bulgari Serpenti ผลงานการออกแบบของสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ทาดาโอะ อันโดะ ที่ผสานพลังอันหลากหลายเพื่อรวมเอาสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน เกิดเป็นผลงานคอลเล็กชั่น เซอร์เพนติ ทูโบกาส ที่ได้ถ่ายทอดธรรมชาติทั้ง 4 ฤดู ลงบนเรือนเวลา โดยแต่ละฤดูนั้นถูกสะท้อนออกมาด้วยวัสดุล้ำค่าอย่าง หินอเวนเจอรีนสีเขียว, รูเบลไลต์สีชมพู, มาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาว และเปลือกหอยมุกสีชมพู
Octo Finissimo Ultra COSC อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ในศักยภาพของ Bulgari ที่แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์เครื่องประดับ แต่ในเรื่องกลไกนั้น ทางแบรนด์นั้นมีความจริงจังและมุ่งมั่นเป็นที่สุด กับเรือนเวลาบาง 1.70 มม. นับเป็นความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของนาฬิกาที่มีระบบกลไกที่ทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก พร้อมตัวเรือนที่บางกว่าเหรียญเสียอีก
Octo Finissimo Tourbillon Manual ตัวเรือนโรสโกลด์ที่สะกดกลไกอันซับซ้อนไว้ในความบางเพียง 1.95 มม. ตกแต่งสลับกันระหว่างงานขัดด้านแบบซาตินและขัดเงา พร้อมเผยให้เห็นถึงจักรกลอันซับซ้อนของกลไกคาลิเบอร์ BVL 268SK โดยกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญองซึ่งเสริมเสน่ห์อันโดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบไมโครบลาสต์ (microblasted) สีเทานี้ ยังมอบพลังงานสำรองได้ยาวนาน 52 ชั่วโมง
Octo Finissimo Tourbillon Automatic บนกลไลจักรกลไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ BVL 288 พร้อมทั้งการตกแต่งแบบไมโครบลาสต์สีน้ำเงิน ส่วนของตัวเรือนทำจากแพลทินัม ขนาด 40 มม. ที่สร้างพื้นผิวสลับกันของผิวแบบขัดด้านซาตินและขัดเงา เผยให้เห็นความซับซ้อนของเฟืองและเกียร์เฟืองต่างๆ ทั้งหมด รวมไปถึงฟลายอิ้งทูร์บิญอง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา นับเป็นการปฏิวัติทั้งด้านงานออกแบบและความสำเร็จทางเทคนิค เสมือนผลงานศิลปะบนข้อมือ

Above นาฬิกา Octo Finissimo Automatic Sketch (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Finissimo Chronograph GMT Sketch (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Roma Automatic Steel DLC (ภาพ: Bulgari)

Above นาฬิกา Octo Roma Chronograph Steel DLC DLC (ภาพ: Bulgari)
Octo Finissimo Automatic Sketch มีจำกัด 280 เรือนสำหรับรุ่นสตีล และ 70 เรือนในรุ่นโรสโกลด์ ที่เผยให้เห็นชิ้นส่วนหลักๆ อย่าง ไมโครโรเตอร์ เอสเคปเมนท์ สะพานจักร ทับทิม และรายละเอียดการตกแต่งอันประณีตวิจิตรของนาฬิกา (อาทิ ลวดลาย โคตส เดอ เฌแนฟ (Côtes de Genève), การตกแต่งลายเกรนวงกลม) หรืออีกนัยหนึ่งคือการเผยให้เห็นถึงหัวใจจักรกลอันละเอียดอ่อนซับซ้อน ซึ่งถูกวาดภาพร่างขึ้นโดย ฟาบริซิโอ บัวนาแมสซา สติกลิอานี ผ่านลายเส้นอันมีชีวิตชีวา เป็นธรรมชาติและดูคล่องแคล่วชัดเจน เน้นย้ำถึงคุณสมบัติสำคัญ ๆ ของไอคอนแห่งฟินิสซิโม ที่เป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ากับการแสดงออกเชิงศิลป์อย่างสมบูรณ์แบบ
Octo Finissimo Chronograph GMT Sketch ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือน กับตัวเรือนสตีลขัดเงา ขนาด 43 มม. ที่มีความบางเพียง 8.75 มม. สำหรับการบรรจุความสลับซับซ้อนของจักรกลโครโนกราฟ จีเอ็มที (GMT) โดยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติผลิตในโรงงานพร้อมด้วยโรเตอร์รอบวงซึ่งมอบพลังงานสำรองได้นาน 55 ชั่วโมง
Octo Roma Automatic Steel DLC คงไว้ซึ่งจิตวิญญาณดั้งเดิมของ ออคโต โรมา กับตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. หน้าปัดเรียบ แต่เผยมิติกับลวดลาย กลูส์ เดอ ปารีส งานออกแบบนูนต่ำอันลุ่มลึก สัญลักษณ์แห่งการมอบเกียรติแก่เวลาของเครื่องบอกเวลาสวิสชั้นสูง (Swiss Haute Horlogerie) ที่มีรูปทรงพีระมิดเล็กๆ นั้นกำลังเล่นกับแสงที่ตกกระทบจากมุมเฉพาะของตนเอง และมอบการสะท้อนแสงอันโดดเด่นเฉพาะตัว
Octo Roma Chronograph Steel DLC กับขนาดตัวเรือนที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยที่ 42 มม. เพื่อมอบพื้นที่ที่มากขึ้นสำหรับการจัดวางหน้าปัดย่อยของฟังก์ชันโครโนกราฟ ที่ถูกจัดวางไว้อย่างกลมกลืนไปกับตัวเรือน ทำให้รูปทรง ฟังก์ชัน หลอมรวมอย่างสอดคล้องและสมบูรณ์ เป็นไปตามทฤษฎีแห่งสถาปัตยกรรมโรมันอย่างแท้จริง
Hermès

Above นาฬิกา Arceau Grand Tralala brides et mors จาก Hermès (ภาพ: Hermès)

Above นาฬิกา Arceau Grand Tralala brides et mors จาก Hermès (ภาพ: Hermès)
Hermès นำเสนอนาฬิกา อาร์โซ กรองด์ ทราลาลา บริเดส เอต มอห์ (Arceau Grand Tralala brides et mors) ด้วยลวดลายที่ถูกรังสรรค์เป็นรูปทรงของบังเหียนและเหล็กครอบปากม้าที่ถักทออยู่ภายใต้ความแวววาวของโรสโกลด์และประดับด้วยเพชร 110 เม็ด ล้อมรอบกรอบหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์สีขาวระยิบระยับหรือหน้าปัดสีดำเข้ม เสริมด้วยเข็มชี้วินาทีรูปทรงเครื่องเทียมม้าขนาดเล็กที่ชวนให้นึกถึงเครื่องเทียมม้าอันทรงเกียรติที่สวมโดยขบวนม้าอารักขาแห่งราชวงศ์ฮังการี (Royal Hungarian Bodyguard) ณ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ตัวเรือนมาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีวิปครีมเรียบเนียนและสีดำที่จับคู่เข้ากับสีของหน้าปัดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อ่านเพิ่มเติม: นาฬิกาเรือนบาง ที่บางที่สุดในโลก ตั้งแต่ Richard Mille จนถึง Bulgari
TAG Heuer

Above นาฬิกา TAG Heuer Carrera X Porsche (ภาพ: TAG Heuer)

Above นาฬิกา TAG Heuer Carrera X Porsche (ภาพ: TAG Heuer)
TAG Heuer Carrera X Porsche
รุ่นแรกกับ TAG Heuer Carrera Chronograph X Porsche 963 กับพันธมิตรที่เคยร่วมงานกันของสองแบรนด์ในตำนาน โดยในปี 2024 พบกับโฉมใหม่ล่าสุดของดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Porsche 963 ซึ่งผลิตออกมาเพียง 963 เรือนทั่วโลก หลอมรวมองค์ประกอบอันโดดเด่นของ Porsche เข้ากับดีไซน์ของนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนๆ รถ Porsche อย่างแน่นอน
Franck Muller

Above นาฬิกา Cintrée Curvex Ryoko Kaneta Dragon Limited Edition (ภาพ: Franck Muller)
แฟรงค์ มุลเลอร์ เปิดตัว ซินทรี เคอร์เว็กซ์ เรียวโกะ คาเนตะ ดรากอน ลิมิเต็ด เอดิชัน (Cintrée Curvex Ryoko Kaneta Dragon Limited Edition) ผลงานการร่วมมือกันกับศิลปินชาวญี่ปุ่นชื่อดัง เรียวโกะ คาเนตะ (Ryoko Kaneta) ในการนำเสนอมังกร สัตว์แห่งตำนานประจำจักรราศีที่เป็นตัวแทนของความสง่าผ่าเผยและทรงอำนาจ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง รุ่งโรจน์ และสุขภาพที่ดี ถูกตีความขึ้นใหม่ผ่านซีรีส์ของเด็กสาว ที่ตัดกับบุคลิกอันสง่างามสไตล์นีโอคลาสสิกของตัวเรือน ซินทรี เคอร์เว็กซ์ (Cintrée Curvex) ทว่ายังคงไว้ซึ่งความลึกซึ้งของรายละเอียดในทุกมิติ ทำให้เรือนเวลานี้คือเรือนเวลาที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสวมใส่คู่กายในชีวิตประจำวัน
H. Moser & Cie.

Above นาฬิกา Pioneer Perpetual Calendar Concept MD Purple Enamel SincerePlatinum Jubilee Edition (ภาพ: H.Moser & Cie)

Above นาฬิกา Pioneer Perpetual Calendar Concept MD Purple Enamel SincerePlatinum Jubilee Edition (ภาพ: H.Moser & Cie)
Pioneer Perpetual Calendar Concept MD Purple Enamel SincerePlatinum Jubilee Edition และนี่คือรุ่นล่าสุดจาก H.Moser & Cie. เมื่อการผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับองค์ประกอบการออกแบบที่แปลกใหม่ ทันสมัย ทำให้เรือนเวลานี้แตกต่างและเหมาะสมกับการเฉลิมฉลองในการเดินทางอันน่าทึ่งยาวนานกว่า 70 ปีของแบรนด์ ด้วยวิธีการเคลือบหน้าปัดด้วย "Grand Feu" (กรอง ฟู) ในเฉดสีม่วงอย่างประณีต และวัสดุที่มีความพิเศษทำให้หน้าปัดแต่ละเรือนมีความลึกและมิติที่แตกต่างกัน กับรายละเอียดและสีม่วงอันล้ำลึกชวนหลงใหล ทำให้เรือนเวลานี้โดดเด่นและสะกดทุกสายตา




