Cover Grand Seiko SLGB007 Lake Suwa Black

Grand Seiko เผยโฉมเรือนเวลา 9 รุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเล็กชั่น Evolution 9 ที่ผสมผสานเทคโนโลยี Spring Drive อันล้ำสมัย วัสดุระดับพรีเมียม สรีรศาสตร์ที่ประณีตยิ่งขึ้น และการถ่ายทอดทัศนียภาพธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจหลักของแบรนด์มาอย่างยาวนาน

คอลเล็กชั่นระดับแฟล็กชิป Evolution 9 ก้าวสู่บทใหม่ด้วยการพัฒนาทั้งระบบกลไกและมิติการสวมใส่ โดย 5 รุ่นในกลุ่ม Spring Drive ได้รับการติดตั้งกลไกใหม่ล่าสุด U.F.A. Calibre 9RB2 ขณะที่รุ่นกลไกจักรกลยังคงขับเคลื่อนด้วย High-Beat Calibre 9SA5

เป้าหมายในการพัฒนาครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ของผู้สวมใส่เป็นสำคัญ ทุกรุ่นมาพร้อมหัวสายแบบปรับระยะแบบละเอียด 3 ระดับ (micro-adjustment) ช่วยให้ปรับความยาวสายได้เพิ่มขึ้นครั้งละ 2 มิลลิเมตรโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่ขนาดข้อมืออาจเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน นอกจากนี้ ตัวสายยังได้รับการออกแบบให้เรียวลู่ลงอย่างเด่นชัดยิ่งขึ้น ให้สัมผัสที่สมดุลและเบาสบายบนข้อมือ พร้อมคงเส้นสายโครงสร้างอันเฉียบคมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Evolution 9 ไว้อย่างสมบูรณ์

Tatler Asia
Above Grand Seiko U.F.A. Calibre 9RB2

ด้านวัสดุ Grand Seiko ได้รังสรรค์เรือนเวลา 7 รุ่นด้วย Ever-Brilliant Steel อัลลอยด์ลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงและสะท้อนความเงางามสว่างกว่าสแตนเลสสตีลทั่วไป ส่วนอีก 2 รุ่นเลือกใช้ High-Intensity Titanium ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าสตีลประมาณ 30% และทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นเยี่ยม ตอบโจทย์เรือนเวลาสไตล์สปอร์ตสำหรับใช้งานในทุกวัน

การอัปเกรดทางเทคนิคครั้งสำคัญที่สุดอยู่ในรุ่น Spring Drive ทั้ง 5 รุ่น ซึ่งได้รับการขับเคลื่อนด้วยกลไก U.F.A. (Ultra Fine Accuracy) Calibre 9RB2 ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2025 กลไกรุ่นนี้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยความเที่ยงตรงระดับ ±20 วินาทีต่อปี (หรือประมาณ ±3 วินาทีต่อเดือน) ขึ้นแท่นเป็นกลไกนาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยลานหลัก (mainspring) ที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน ความอัจฉริยะนี้เกิดจากการเลือกใช้คริสตัลออสซิลเลเตอร์ที่ผ่านกระบวนการบ่มและบรรจุในระบบสูญญากาศทีละชิ้น ทำงานร่วมกับระบบชดเชยอุณหภูมิขั้นสูง และสวิตช์ปรับตั้งความเที่ยงตรงระยะยาวระหว่างการรับบริการ พร้อมรองรับการสำรองพลังงานได้ยาวนาน 72 ชั่วโมง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 Grand Seiko SLGB009 White Birch
Photo 2 of 5 Grand Seiko SLGB011 Atera Valley
Photo 3 of 5 Grand Seiko SLGB013 Lake Suwa (40mm)
Photo 4 of 5 Grand Seiko SLGB015 Lake Suwa (37mm)
Photo 5 of 5 Grand Seiko SLGB007 Lake Suwa Black

กลไกใหม่ได้รับการถ่ายทอดผ่านหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบ Shinshu Watch Studio ในจังหวัดนางาโนะ โดยลวดลายทะเลสาบซูวะ (Lake Suwa) นำเสนอบนหน้าปัด 3 รูปแบบ โทนสีน้ำเงินเดิมได้รับการปรับให้สว่างสดใสยิ่งขึ้น สะท้อนประกายแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ตกกระทบริ้วระลอกน้ำ มีให้เลือกทั้งขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร (SLGB013) และขนาดใหม่ 37 มิลลิเมตร (SLGB015)

นอกจากนี้ รุ่น SLGB007 ยังนำเสนอมุมมองใหม่เป็นครั้งแรกด้วยการถ่ายทอดลวดลายทะเลสาบซูวะบนหน้าปัดสีดำสนิท สะท้อนความสงบเงียบของแสงจันทร์บนผิวน้ำยามเที่ยงคืน รังสรรค์ในตัวเรือน High-Intensity Titanium ที่ให้ลุคลุ่มลึกและทรงเสน่ห์

สำหรับรุ่น Spring Drive อีกสองรุ่น นำเสนอธรรมชาติอันคุ้นเคยอย่าง White Birch (SLGB009) ที่คงลวดลายเปลือกไม้เบิร์ชขาวไว้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มเท็กซ์เจอร์ Sunray ที่เปล่งประกาย สะท้อนภาพแสงแดดลอดผ่านทิวไม้ ส่วนรุ่น Atera Valley (SLGB011) ปรับโทนสีเขียวมรกตให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ถ่ายทอดความใสบริสุทธิ์ของแม่น้ำอาเทระด้วยการไล่เฉดสีที่เพิ่มมิติอย่างมีจังหวะ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Grand Seiko SLGH029 Night Birch
Photo 2 of 4 Grand Seiko SLGH031 White Birch
Photo 3 of 4 Grand Seiko SLGH033 Green Birch
Photo 4 of 4 Grand Seiko SLGH035 Genbi Valley

เรือนเวลากลไกจักรกลทั้ง 4 รุ่นยังคงขับเคลื่อนด้วยกลไกแฟล็กชิป Hi-Beat Calibre 9SA5 ทำงานด้วยความถี่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง ผสานระบบขัดกลไก Dual Impulse Escapement และตลับลานคู่ (twin-barrel) ให้การสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง การจัดวางชุดเกียร์ในแนวนอนช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเบา ขณะที่โครงสร้างสะพานจักรได้รับการออกแบบล้อไปกับทิวเขาอิวาเตะและแม่น้ำชิซูกุอิชิ ซึ่งโอบล้อม Grand Seiko Studio ที่ประกอบกลไกด้วยมือทุกชิ้น

เรือนเวลากลไกทั้ง 4 รุ่นถ่ายทอดธรรมชาติในมิติใหม่ โดย White Birch (SLGH031) ยังคงเป็นคลาสสิกชิ้นสำคัญ เสริมด้วย Green Birch (SLGH033) หน้าปัดสีเขียวสดใสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผืนป่าอาบแสงแดดฤดูร้อน ส่วน Night Birch (SLGH029) ในตัวเรือน High-Intensity Titanium นำเสนอเสน่ห์อันเงียบสงบยามค่ำคืนของที่ราบสูงหิรานิวะด้วยลวดลายเปลือกไม้เบิร์ช ปิดท้ายด้วย Genbi Valley (SLGH035) ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเทอร์ควอยซ์ ถ่ายทอดความงดงามของสายน้ำและโขดหินแห่งหุบเขาเก็นบิอย่างสมบูรณ์แบบ


This story was originally written in English by  Annabel Tan. 

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 โดย Annabel Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ


 

Credits

ภาพ: Grand Seiko

Topics

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา