เครื่องบอกเวลาที่หลายคนปรารถนา สำหรับเทศกาลคริสต์มาสนี้
เหล่าเครื่องบอกเวลา ตั้งแต่ Cartier และ Chopard ไปจนถึง Hublot และ Faberge ของขวัญแห่งกาลเวลาที่ส่งมอบให้คนที่คุณรักในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง
Patek Philippe Nautilus 7118/1452G-001
เพชรเจียระไนน้ำงามทรงกลม 1,500 เม็ด ฉากหลังอันน่าหลงใหลช่วยเสริมให้ทับทิมสีแดง 876 เม็ดดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ประณีตด้วยเทคนิคการฝั่งเพชรแบบ snow-set บนตัวเรือนและสายนาฬิกาทองคำขาว สะท้อนศิลปะการประดับเพชรชั้นสูงที่น่าจับตามอง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ 26-330 S ที่เที่ยงตรงแม่นยำ พร้อมด้วยโรเตอร์ขึ้นลานทำจากทองคำ 21K เผยความงามของกลไกผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์โปร่งใส
อ่านเพิ่มเติม: Pharrell Williams กับโชว์คอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษจาก Louis Vuitton ในฮ่องกง และสิ่งที่เขาสืบทอดจาก Virgil Abloh

Above Patek Philippe Nautilus 7118/1452G-001 ประดับเพชรและทับทิมสีแดง
Richard Mille RM 07-01 Coloured Ceramic
อธิบายโดย Cécile Guenat ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาของ Richard Mille เครื่องบอกเวลาที่สะท้อน "เส้นสายอันร่วมสมัย หรูหรา ขี้เล่น และดูเปิดเผยในรูปแบบใหม่" นาฬิกาเรือนนี้เป็นสมาชิกในคอลเลกชัน capsule ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบของเมมฟิสในช่วงทศวรรษ 1980 หน้าปัดกิโยเช่ทำด้วยมืออย่างบรรจง ปรากฏการผสมผสานสีสันและรูปทรงที่ตัดกัน ในตัวเรือนเซรามิกที่ควงแขนคู่สายยาง

Above Richard Mille RM 07-01 ฤดูร้อนที่ไม่มีที่สิ้นสุด
Hublot Takashi Murakami MP-15 Tourbillon Sapphire
MP-15 จาก Hublot นาฬิกาเรือนแรกที่มาพร้อม central flying tourbillon จัดวางในตำแหน่งตรงกลางบนนาฬิกาทรงดอกไม้ของ Takashi Murakami ที่ตัวเรือนประดิษฐ์ขึ้นจากคริสตัลแซฟไฟร์ทั้งหมด สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 150 ชั่วโมง มาพร้อมกับสไตลัสพิเศษที่สามารถวางบนเม็ดมะยมเพื่อหมุนไขลานจนสุดด้วยกระบวนการอันราบรื่นถึง 100 รอบ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น

Above Hublot Takashi Murakami MP-15 Tourbillon Sapphire
Fabergé Compliquée Peacock Emerald
เพื่อเป็นการรำลึกถึง Fabergé Peacock Egg ในปี 1908 หน้าปัดจึงออกแบบอย่างสวยงามด้วยภาพนกยูงรำแพนที่ทำด้วยมือในโทนสีทอง พร้อมด้วยขนนกสีสันสวยงามที่สะท้อนงานศิลป์ของการตกแต่งเปลือกหอยมุก รายล้อมด้วยการประดับเพชรและมรกตน้ำงาม แสดงค่าเวลานาทีและชั่วโมงที่สะกดทุกสายตา

Above Fabergé Compliquée Peacock Emerald
Chopard Alpine Eagle “Pine Green”
Alpine Eagle นาฬิกาที่ผลิตในเมซงประเทศสวิส นำเสนอในตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ 18K ดูเข้ากันอย่างลงตัวกับหน้าปัดสีเขียวต้นสนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศอันเขียวชอุ่มของเทือกเขาแอลป์ในฤดูร้อน

Above Chopard Alpine Eagle หน้าปัดสีเขียวสน
IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph Lewis Hamilton
นาฬิกาที่ผสมผสานฟังก์ชั่นฟลายอิ้งมินิททูร์บิญอง โครโนกราฟและการแสดงวันที่รีโทรเกรดแบบเข็มตีกลับ ผ่านผลงาน Portugieser รุ่นใหม่ล่าสุด ผลิตขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักแข่งฟอร์มูล่า 1 ลูอิส แฮมิลตัน มาในตัวเรือนแพลตตินัมขนาด 43.5 มิลลิเมตร พร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินอมเขียว ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 44 เรือน

Above IWC Schaffhausen Portugieser Tourbillon Rétrograde Chronograph Lewis Hamilton
Les Rééditions de Cartier Tank Cintrée
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Les Rééditions เปิดตัวในปี 2021 เป็นวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Cartier ในการเชิดชูคลังข้อมูลอันอุดมสมบูรณ์ด้วยการสร้างนาฬิกาทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ให้ใกล้เคียงกับรูปแบบดั้งเดิมมากที่สุด ชิ้นส่วน “ฉบับแก้ไขใหม่” ในปีนี้ถือเป็นวิวัฒนาการครั้งแรกของ Tank Cintrée ที่ปรากฏในปี 1921 นำเสนอในแพลตตินัมพร้อมหน้าปัดเปลือกไข่ มาพร้อมกับเม็ดมะยมทรงหลังเบี้ยทับทิม และมีจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือน

Above Les Rééditions de Cartier Tank Cintrée
CVDK Lady Orion Stardust
นาฬิการุ่นใหม่ Lady Orion Stardust ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ หน้าปัดตกแต่งด้วยกระจกอาเวนทูรีนสีน้ำเงิน สร้างมิติการมองเห็นทางดาราศาสตร์ของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว มาในตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ เสริมความหรูหราด้วยการประดับเพชรรอบขอบตัวเรือน

Above CVDK Lady Orion Stardust
Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen South Pole Exploration
นาฬิกาจับเวลาโลก มาในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42.0 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนสีน้ำเงินน้ำแข็ง เลียนแบบภูมิประเทศอันหนาวเหน็บของทวีปแอนตาร์กติกา ฝาหลังแสดงภาพ Aurora Australis ในรูปแบบ 3 มิติ นาฬิกาเรือนนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1990 เรือน โดยจะเดินทางร่วมกับนักกีฬา Simon Messner ในการแข่งขัน Antarctic Ice Marathon ในวันที่ 13 ธันวาคม 2023

Above Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen South Pole Exploration

Above ฝาหลัง Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen South Pole Exploration
Longines Mini DolceVita
Mini DolceVita รุ่นใหม่ ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูเรียบหรู ประดับเพชร Top Wesselton 38 เม็ด ขนาดเพรียวบาง 21.5 x 29.0 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีเงิน เข็มนาฬิกาสตีลเทลเลสจ์บอกเวลาชั่วโมงผ่านตัวเลขโรมันที่ดูคลาสสิกร่วมสมัย สายนาฬิกาออกแบบขึ้นมาใหม่พร้อมข้อต่อ 198 ข้อช่วยเสริมรูปลักษณ์อันประณีต

Above Longines Mini DolceVita
This story was originally written in English by Brian Cheong.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2023 โดย Brian Cheong โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
บาร์ ‘Sips’ คว้าอันดับหนึ่ง 'บาร์ที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกของโลกประจำปี 2023'
ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ชูแบรนด์นาฬิกาสวิสน้องใหม่ ‘ID Genève’ ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นความยั่งยืน
Genderless jewellery เมื่อถึงวันที่เครื่องประดับไม่แบ่งเพศอีกต่อไป




