จากรากฐานธุรกิจเครื่องประดับของครอบครัวที่มั่นคง สู่การสร้างแบรนด์ร่วมสมัยที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ของ ธนันชัย กนกวลีวงศ์ ผู้บริหาร Ananta Jewelry
Ananta Jewelry ภายใต้การนำของ วิน ธนันชัย กนกวลีวงศ์ ได้กำหนดนิยามใหม่ให้กับเครื่องประดับเพชร ซึ่งในอดีตมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราที่ใช้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่สำหรับเขาซึ่งกำลังพลิกโฉมภาพลักษณ์ของเครื่องประดับเพชร ด้วยวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยในฐานะทายาทรุ่นที่สองที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงธุรกิจครอบครัวให้กลายเป็นแบรนด์ร่วมสมัย ที่สามารถเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง
Tatler ได้พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดที่ไม่ได้มีเพียงแค่การโฆษณา แต่ยังรวมถึงดีเทลเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่าง และความท้าทายที่สำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์
อ่านเพิ่มเติม: Kavant & Sharart จิวเวลรี่ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริงของ เคนนี่ ณัฐพล ยงเกียรติกุล และ Shar-Linn Liew

Above ธนันชัย กนกวลีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด
ใครคือลูกค้าของ Ananta และคุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของฐานลูกค้าอย่างไรบ้าง
Ananta (อนันทา) มีความหมายในภาษาสันสกฤตว่า ‘ความไม่มีที่สิ้นสุด’ เป็นชื่อที่สะท้อนถึงธุรกิจเครื่องประดับเพชรที่ยืนหยัด เราเป็นผู้นำในวงการเพชรและแหวนแต่งงาน ผมเป็นทายาทรุ่นที่สอง ลูกค้าของเราได้เปลี่ยนแปลงไปจากยุคของคุณพ่อ จากกลุ่มคนที่มองหาเครื่องประดับไฮจิวเวลรีและให้ความสำคัญกับอีเวนต์ใหญ่ กลายเป็นกลุ่มเจ้าสาวที่มองหาแหวนแต่งงานที่พวกเขาเชื่อมั่น และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเครื่องประดับคุณภาพดีเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน หลายครั้งที่พวกเขาซื้อเครื่องเพชรเพื่อเป็นการให้รางวัล เพิ่มความมั่นใจ และเสริมเสน่ห์ให้กับตัวเอง พวกเขามองหาโมเมนต์เล็กๆ ที่เติมเต็มความสุขในชีวิตได้มากขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา Ananta ได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง คุณกำลังวางกลยุทธ์อะไรอยู่ในขณะนี้
ผมมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ที่มีความยั่งยืนและสามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยให้ Ananta มีตัวตนที่ชัดเจนในทุกมิติ ตั้งแต่บุคลิก เอกลักษณ์ ไปจนถึงความรู้สึกที่ลูกค้าสัมผัสได้เมื่อสวมใส่ ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณา แต่เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
ผมต้องการให้ลูกค้ารับรู้ถึงคุณภาพของสินค้าและการออกแบบที่มีความหมาย หวังว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่แค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นการส่งมอบคุณค่าอย่างแท้จริง เราต้องการสร้างความหมายที่ลึกซึ้งต่อจิตใจ
คิดว่าลูกค้ายุคใหม่มองหาอะไร เมื่อพวกเขาเลือกซื้อเครื่องประดับ
นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว ลูกค้ายังมองหาชิ้นงานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และค่านิยมของพวกเขา ผมมักเห็นคนรุ่นใหม่มีมุมมองที่แตกต่างต่อเครื่องประดับเพชร พวกเขาไม่ได้รอให้มีโอกาสพิเศษเพื่อสวมใส่ แต่ให้ความสำคัญกับเครื่องประดับที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นต่างหูเพชรขนาดเล็กที่เหมาะกับการทำงาน หรือสร้อยคอประดับเพชรที่สามารถใส่ได้ในทุกวัน
ที่น่าสนใจคือ ลูกค้าหลายคนเลือกซื้อเครื่องเพชรให้ตัวเอง แทนที่จะรอให้เป็นของขวัญจากผู้อื่น พวกเขาใช้เครื่องประดับเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่ง การจบการศึกษา หรือการก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบาก เครื่องเพชรกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลัง ความมุ่งมั่น และศักยภาพของตนเอง
Ananta ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างไร
ผมเชื่อว่าหัวใจของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่สินค้าเพียงอย่างเดียว แต่คือความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับ เรามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาเลือกสวมใส่นั้นตอบโจทย์พวกเขาจริงๆ มากกว่าการสื่อสารผ่านคำโฆษณา
ในด้านการออกแบบ เรามีแนวคิด ‘Timeless with a Twist’ เครื่องประดับที่เรียบง่ายแต่มีลูกเล่นที่แตกต่าง ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน แม้แพลตฟอร์มออนไลน์จะมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า แต่เรายังคงให้ความสำคัญกับร้านค้า เพราะการสัมผัส ทดลองสวมใส่ และรับรู้ถึงคุณค่าของสินค้าเกิดขึ้นได้จริงในร้านเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่องทางออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อการ 'รีไซเคิลทอง' ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นมรดกตกทอดที่ท้าทายวัฒนธรรมการโยนทิ้งของโลกสมัยใหม่
มีเครื่องประดับชิ้นโปรดของ Ananta ไหมคืออะไร เพราะเหตุใด และดีไซน์นี้ได้รับผลตอบรับอย่างไร
แหวนซิกเนเจอร์เอ็นเกจเมนต์ของเราถูกออกแบบให้มีความสง่างามเหนือกว่าแหวนทั่วไป ด้วยดีเทลเล็กๆ ที่พิถีพิถัน ทำให้เพชรดูโดดเด่นเป็นพิเศษ และการออกแบบเส้นโค้งที่ประณีตช่วยเพิ่มความพิเศษ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผมทำงานมา ผมได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าสาวมากมายที่เลือกแหวนรุ่นนี้ และมีหลายคู่รักที่บอกว่า นี่คือแหวนในฝันของพวกเขา หากวันหนึ่งได้แต่งงาน พวกเขาอยากให้เป็นแหวนวงนี้ แหวนซิกเนเจอร์เอ็นเกจเมนต์ของ Ananta เป็นความภาคภูมิใจของพวกเขา และของผมที่แหวนจะอยู่กับผู้สวมใส่ไปตลอดชีวิต
อนาคตของ Ananta จะเป็นอย่างไร และคุณคิดว่าอะไรคือความท้าทายสำคัญ
ย้อนกลับไปประมาณหนึ่งปีครึ่ง ผมได้วางคอนเซ็ปต์ใหม่ให้กับ Ananta ซึ่งจะได้เห็นกันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ตั้งแต่รู้ว่าเทรนด์ในระดับแมคโครกำลังจะเปลี่ยน เราเองก็จำเป็นต้องปรับตัวและก้าวเดินไปข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนสินค้า แบรนดิ้ง หรือองค์ประกอบอื่นๆ ทุกอย่างต้องใช้เวลา รวมถึงการปรับเปลี่ยนทีมงานทั้งหมด
ในฐานะเจเนอเรชั่นที่สองที่มีโอกาสเข้ามารับช่วงต่อกิจการของครอบครัวก็มีทั้งสิ่งที่ชื่นชอบและความท้าทาย ผมใส่ใจในรายละเอียด และความพิเศษเฉพาะตัวมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้มาดูแล Ananta ด้วยตัวเอง ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจว่าลูกค้ามองหาอะไร อะไรสวยงาม รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่ควรรู้สึกและสัมผัสได้
สำหรับเรื่องที่ท้าทาย ผมคิดว่าเป็นการทำให้แบรนด์สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะเมื่อผู้คนใช้สินค้าหรือบริการไประยะหนึ่ง พวกเขาจะมีความคาดหวังมากขึ้น เราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปเพื่อรักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้ได้อย่างต่อเนื่อง





