เครื่องประดับชั้นสูง Kavant & Sharart สะท้อนถึงความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมควบคู่ไปกับแรงบันดาลใจจากศิลปะอย่างงดงาม
Kavant & Sharart เป็นแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมทางวิศวกรรมและแรงบันดาลใจจากศิลปะ โดยคู่สามีภรรยา เคนนี่ ณัฐพล ยงเกียรติกุล และ Shar-Linn Liew ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์
เคนนี่ ณัฐพล เติบโตในครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับชั้นสูง มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการออกแบบ ทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เปลี่ยนรูปแบบได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบอย่างลงตัว ด้าน Shar-Linn Liew ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ มีความเข้าใจลึกซึ้งในความต้องการของผู้หญิง ซึ่งสะท้อนผ่านรายละเอียดอันประณีตในทุกชิ้นงาน การทำงานร่วมกันของทั้งสองก่อให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ Kavant & Sharart เป็นที่ยอมรับในวงการเครื่องประดับชั้นสูง
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับทั้งคู่ระหว่างการมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวคอลเล็กชั่นล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเปี่ยมด้วยคุณค่าและความหมาย
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อการ 'รีไซเคิลทอง' ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นมรดกตกทอดที่ท้าทายวัฒนธรรมการโยนทิ้งของโลกสมัยใหม่
Above สร้อยคอเพชร Twist Kaleidoscope จาก Kavant & Sharart
อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ Kavant & Sharart และที่ผ่านมาแบรนด์ได้พัฒนาไปอย่างไรบ้าง
Kenny ได้รับแรงบันดาลใจจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไร้ขอบเขต ซึ่งจุดประกายจินตนาการของเขา ส่วน Shar-Linn ซึ่งหลงใหลเสน่ห์ศิลปะยุคอาร์ตเดโคและศิลปะตะวันออก ต้องการนำชีวิตใหม่มาสู่ความงดงามดั้งเดิม สร้างสไตล์ที่ทันสมัยแต่ยังคงสะท้อนความมีเสน่ห์ในแบบอาร์ตเดโค
Kavant & Sharart ได้เติบโตอย่างมากจากการเป็นแบรนด์งานฝีมือขนาดเล็กสู่ชื่อที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกในอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรู โดยยังคงผลักดันขอบเขตของการออกแบบด้วยการผสานเทคนิคใหม่ๆ พร้อมเน้นย้ำงานฝีมือและความใส่ใจในรายละเอียด เช่น ต่างหู Twist Reflection ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้หลายแบบในคู่เดียว ทำให้แต่ละแบบดูโดดเด่นไม่ซ้ำกัน
องค์ประกอบ หรือรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Kavant & Sharart คืออะไร
เส้นสายที่สะอาดตาและความเรียบง่ายที่มีระดับ การออกแบบเน้นความหรูหราที่ไม่โอ้อวด ทำให้แต่ละชิ้นดูโดดเด่นโดยไม่เกินพอดี นอกจากงานที่ดูมินิมอลแล้ว เรายังมีเครื่องประดับที่เป็นไอเท็มชิ้นเด่น เช่น การจัดวางเพชรบาแก็ตทรงพิเศษที่ผสมผสานรายละเอียดอันประณีตได้อย่างสมดุล
คุณทำงานร่วมกันอย่างไร และการออกแบบคอลเล็กชั่นใหม่มีไดนามิกการทำงานแบบใด
การบริหารและพัฒนาแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และความเข้าใจในจุดแข็งและวิสัยทัศน์ของอีกฝ่าย
มีคอลเล็กชั่นหรือชิ้นงานใดที่มีความหมายพิเศษสำหรับคุณไหม
มีคอลเล็กชั่นและผลงานหลายชิ้นที่พิเศษสำหรับเรา ยกตัวอย่างเช่น คอลเล็กชั่น Talay, Link No.5 Origami และล่าสุดกับซีรีส์ Kaleidoscope ซึ่งแต่ละคอลเล็กชั่นมีความโดดเด่นเฉพาะตัวจนยากที่จะเลือก
อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก 'มรกต' ในฐานะเครื่องประดับและอัญมณีที่ควรค่าแก่ลงทุนของวงการไฮจิวเวลรี่
คุณมีขั้นตอนอย่างไรเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละชิ้นมีคุณภาพและฝีมือยอดเยี่ยม
ทุกชิ้นผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด และทุกชิ้นออกแบบภายในบริษัทโดยเราทั้งสองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าได้คุณภาพสูงสุด
ลูกค้าในอุดมคติของ Kavant & Sharart เป็นแบบไหน และคุณหวังให้พวกเขารู้สึกอย่างไรเมื่อสวมใส่เครื่องประดับของคุณ
ลูกค้าของเราคือผู้ที่ให้คุณค่ากับศิลปะและความเป็นเอกลักษณ์ มีรสนิยมที่พิถีพิถัน และชื่นชอบความประณีตในเครื่องประดับที่ผสมผสานความหรูหราและการออกแบบที่โดดเด่น
มีแผนการหรืองานใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นที่ผู้อ่าน Tatler ควรจับตามองในปี 2025 ไหม
ในปี 2025 เรามีแผนที่จะเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย หลังจากดำเนินธุรกิจมา 15 ปี ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์
อ่านเพิ่มเติม:
Luca Palmiero และ Fabio Palmiero ทายาทรุ่นที่ 2 ของ Palmiero เล่าถึงผลงานจิวเวลรีชิ้นเอกและ ‘คนที่ไม่เหมือนใคร’
Pierre Hardy ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เครื่องประดับของ Hermès กับแรงบันดาลใจที่ทั้งน่าประหลาดใจและน่าเบิกบานใจ
บทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับ Anya Taylor-Joy ถึงบทเรียน 'การทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน'









