สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ทายาทรุ่นที่สองร้านมัลติแบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ Scintilla Gioielli (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ทายาทรุ่นที่สองร้านมัลติแบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ Scintilla Gioielli (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ทายาทรุ่นที่สองร้านมัลติแบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ Scintilla Gioielli (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ทายาทรุ่นที่สองผู้บริหารร้านมัลติแบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ Scintilla Gioielli ต่อยอดการส่งมอบประสบการณ์และเสน่ห์อันน่าหลงใหลของงานคราฟต์แมนชิพอันประณีตในเครื่องประดับไฟน์จิวเวลรี่จากอิตาลี

Scintilla Gioielli มัลติแบรนด์ไฟน์จิวเวลรี่ที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์และความประณีตของงานฝีมือจากอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา Scintilla Gioielli ได้รวบรวมกว่า 20 แบรนด์จิวเวลรี่หรูจากอิตาลีไว้ในที่เดียว ภายใต้การบริหารของ แพม สรีนา ธีระวิทยภิญโญ ทายาทรุ่นที่สอง เธอมุ่งมั่นที่จะสืบสานและพัฒนาความเป็นเอกลักษณ์ของช่างฝีมืออิตาเลียน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิตด้วยมือที่ละเอียดอ่อน ทำให้แต่ละชิ้นงานไม่เพียงเป็นเครื่องประดับ แต่ยังถือเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าทางจิตใจ

เราได้พูดคุยกับเธอถึงมุมมองในธุรกิจเครื่องประดับยุคปัจจุบัน การเลือกสรรแบรนด์ และเคล็ดลับการมิกซ์แอนด์แมตช์เครื่องประดับสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้อ่าน Tatler

อ่านเพิ่มเติม: บทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับ Anya Taylor-Joy ถึงบทเรียน 'การทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน'

บทบาทของคุณและมุมมองที่คุณมีต่อธุรกิจเครื่องประดับในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้แพมเป็นไดเร็กเตอร์ของ Scintilla Gioielli (ซินติลา โจแยลลี) หลักๆ ดูครอบคลุมทุกอย่าง รวมถึงส่วนของรีเทลมาร์เก็ตติ้งด้วย จริงๆ แล้วนี่เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งแพมเป็นเจเนอเรชั่นที่สอง และตอนนี้ก็เข้ามาเทคโอเวอร์เต็มตัว วิสัยทัศน์ที่เรามีต่อธุรกิจนี้เริ่มจากแพสชั่นของคุณแม่ที่ชอบงานศิลปะ ดีไซน์ และจิวเวลรี่ เราอยากสานต่อความชอบนี้ 

เล่าถึงธุรกิจของคุณ และสิ่งที่คุณมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญของ Scintilla Gioielli สักหน่อย
แพมมองว่าตลาดจิวเวลรี่ในไทยมีศักยภาพสูงมาก และเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จุดแข็งของเรายังอยู่ที่ความ unique ของสินค้า เราเน้นความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร สินค้าของเรามีเอกลักษณ์ design craftmanship และ technology ที่ยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ Fope ที่เราขายมาเกินสิบปีแล้ว และแบรนด์นี้มีอายุกว่า 94 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนของงานฝีมือจากอิตาลี สิ่งที่โดดเด่นคือดีไซน์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และก็ภูมิใจมากที่สามารถนำเสนอสินค้าแบบนี้ให้กับลูกค้า

คุณคัดสรรแบรนด์และคอลเล็กชั่นที่นำมาแสดงใน Scintilla Gioielli อย่างไร 
ตั้งแต่แพมเข้ามาดูแลธุรกิจ Scintilla Gioielli เราได้นำเสนอแบรนด์ใหม่สองแบรนด์หลัก ได้แก่ Mattia Cielo และ Pasquale Bruni แบรนด์ Mattia Cielo มีคาแร็กเตอร์ที่มินิมอลและโมเดิร์น ส่วน Pasquale Bruni มีความเป็นเฟมินีน มีลวดลายดอกไม้มากมาย ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ความพิเศษของเราคือการเป็นร้านมัลติแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าหลายคาแร็กเตอร์ในร้านเดียวได้

มีเทรนด์อะไรบ้างที่กำลังเกิดขึ้นในแวดวงเครื่องประดับ และเทรนด์เหล่านี้มีผลอย่างไรต่อ Scintilla Gioielli
เทรนด์จิวเวลรี่มักจะไร้กาลเวลา แต่บางครั้งก็สัมพันธ์กับแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแต่ละแบรนด์ของเราอาจไม่ตามเทรนด์ทั้งหมด แต่จะเลือกแบรนด์ที่เข้ากับเทรนด์ช่วงนั้นๆ อย่างเช่น ก่อนหน้านี้เรามีแบรนด์ Marco Bicego และ Roberto Demeglio ที่เข้ากับเทรนด์ได้อย่างดี ส่วนตัวแพมแล้วจะชอบเครื่องประดับชิ้นใหญ่สไตล์โอเวอร์ไซส์ ข้อดีของแบรนด์ที่ว่านี้คือแม้ชิ้นใหญ่ แต่น้ำหนักเบา ซึ่งเป็นเทคนิคที่ดีมาก

อ่านเพิ่มเติม: Luca Palmiero และ Fabio Palmiero ทายาทรุ่นที่ 2 ของ Palmiero เล่าถึงผลงานจิวเวลรีชิ้นเอก ความกล้าที่จะรู้สึกถึงอารมณ์ และ ‘คนที่ไม่เหมือนใคร’

เล่าเรื่องราวความสำเร็จล่าสุดของ Scintilla Gioielli ที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษให้เราฟังหน่อยได้ไหม
หนึ่งในความสำเร็จล่าสุดที่แพมรู้สึกพอใจมากคือ การเปิดตัวสองแบรนด์ Mattia Cielo และ Pasquale Bruni ที่ Scintilla Gioielli ทุกครั้งที่เราเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เราจะต้องคอยดูว่าตลาดตอบรับอย่างไร และจะเจอลูกค้าที่เป็นแฟนของแบรนด์นั้นๆ หรือไม่ สำหรับสองแบรนด์นี้ก็เช่นกัน พวกเขามีฐานแฟนของตัวเองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 

ตั้งแต่แพมเข้ามาดูแล Scintilla Gioielli คุณแม่ก็มอบหมายให้เรารับผิดชอบทั้งหมด เพื่อดูว่ามันตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ แม้ว่าฐานลูกค้าเก่า จะแตกต่างกับลูกค้าใหม่มาก แต่ลูกค้าทุกท่านยังคงชื่นชอบงาน design และ craftmanship ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่เมื่อเห็นว่ามีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อายุน้อยลงและชื่นชอบสไตล์เหล่านี้ ท่านก็รู้สึกยอมรับและยังสนับสนุนพร้อมกับคอยแนะนำในสิ่งที่เห็นว่าสามารถปรับปรุงได้ ซึ่งแพมได้เรียนรู้อะไรมากมาย

มีคำแนะนำอะไรให้กับผู้ที่เริ่มสนใจในงานเครื่องประดับอิตาลีหรือแบรนด์เครื่องประดับอิตาลีบ้าง
สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจในงานเครื่องประดับอิตาลีหรือแบรนด์เครื่องประดับจากอิตาลี แพมอยากแนะนำว่าจิวเวลรี่จากอิตาลีนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ทั้งในเรื่องของความรู้และเทคนิคพิเศษที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งถือว่ามีคุณค่ามาก ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะมีมรดกเช่นนี้ อิตาลีเป็นแหล่งที่ตอบโจทย์อย่างดีสำหรับ know-how และ craftsmanship ในการทำจิวเวลรี่ เทคนิคการออกแบบที่ทำให้เครื่องประดับสามารถใส่ได้ทั้งวัน มีน้ำหนักเบา แต่ยังดูมี volume และโดดเด่น

ช่วยแชร์เคล็ดลับในการมิกซ์แอนด์แมตช์เครื่องประดับจิวเวลรี่สำหรับคนรุ่นใหม่และผู้อ่าน Tatler สักหน่อย
สำหรับเครื่องประดับจากอิตาลี เรื่องของ ‘ทอง’ ถือว่าเป็นจุดเด่นมาก สีของทองอิตาเลียนนั้นพิเศษกว่าที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นโรสโกลด์หรือเยลโลโกลด์ สำหรับคนเอเชียหรือคนไทยที่มีผิวอมชมพู โรสโกลด์จะช่วยขับผิวได้อย่างดี แถมยังเป็นสีที่ขายดีที่สุดของเราอีกด้วย แต่ถ้าคุณมีผิวสีอมน้ำผึ้งหรือแทน เยลโลโกลด์จะดูสวยลงตัว

แพมยังแนะนำให้ลูกค้านำเครื่องประดับของใหม่มามิกซ์กับของที่มีอยู่แล้ว เช่น หากมีเครื่องประดับมรดกตกทอดจากคุณยาย ก็จะแนะนำให้หาชิ้นใหม่ที่สามารถเข้ากันได้ เพื่อให้คุณสามารถใส่ทั้งของใหม่และของเดิมได้อย่างมีความหมายและสวยงาม

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย