จิวเวลรีจากอิทธิพลทางวัฒนธรรม หลอมรวมกับเสน่ห์และเอกลักษณ์วัตถุดิบอาหารไทยที่จะสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และสร้างความประทับใจในรูปแบบ high souvenir
Matara แบรนด์ไฟน์จิวเวลรีโดดเด่นด้วยไข่มุกของคนไทยที่ดังไกลไปถึงงานพรมแดงเมืองคานส์ และ Gems Gallery แบรนด์เครื่องประดับงานพลอยและอัญมณีไทยสุดหรูที่ออกแบบและผลิตอย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือ อีกทั้งมีโชว์รูมขนาดใหญ่ต้อนรับแขกต่างชาติจากกว่า 120 ประเทศเป็นเวลามากกว่า 38 ปี ร่วมกันหยิบยกอาหารไทยมาเป็นธีมในการเปิดตัว “Marget” แบรนด์เครื่องประดับที่นำเอาเสน่ห์และเอกลักษณ์วัตถุดิบอาหารไทยมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับที่สามารถจะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ และสร้างความประทับใจแบบซอฟต์พาวเวอร์ไปทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม: 5 วิธีสไตลิ่งเครื่องประดับมุกสุดคลาสสิกให้สวยเลิศและสร้างสรรค์
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 แบรนด์ Matara และ Gems Gallery ถึงการร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเสนอเครื่องประดับคอนเซ็ปต์ใหม่ เทคนิคการเจียระไนอัญมณีที่ไม่เคยมีมาก่อน และการสร้างความแตกต่างให้กับวงการจิวเวลรีของไทย
"อาหารไทยถือเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ด้วยความทรงพลังและความเป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดของอาหารไทย เราจึงดึงเสน่ห์และหยิบยกวัตถุดิบของอาหารไทยมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับชั้นสูงภายใต้แบรนด์ Marget มาถ่ายทอดชิ้นงานให้ดูสนุก มีความเป็นป๊อปอาร์ตมากยิ่งขึ้น และตอกย้ำความเป็นไทยในทุกกระบวนการ ตั้งแต่งานดีไซน์จนกระทั่งออกมาเป็น fine jewellery ให้ลูกค้าได้ครอบครอง ถือเป็นความท้าทายของช่างฝีมืองานพลอยระดับสูงของคนไทยเช่นกัน" จงจินต์ จึงสุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มธรา สตูดิโอ จำกัด เผย
การนำเสนอเครื่องประดับ Marget ใหม่จากความร่วมมือระหว่าง Matara ที่โดดเด่นด้านการเป็นแบรนด์ไฟน์จิวเวลรีร่วมสมัย กับ Gems Gallery กิจการครอบครัวที่ยืนหยัดคู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เป็นการฉายภาพยนตร์สั้นที่ชวนทำความรู้จักวัฒนธรรมสตรีทและอาหารไทยอย่างตื่นตาตื่นใจ และความโดดเด่นยังอยู่ที่จุดขายซึ่งเชื่อมโยงโถงเครื่องประดับล้ำค่าขนาดใหญ่เข้ากับร้านของฝากชิ้นเล็กในรูปแบบร้านค้าแบบไทยที่นำเสนอ high souvenir เข้าถึงง่าย ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าจากทั่วโลกได้สัมผัสถึงเสน่ห์และเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ยังถือเป็นการไฮไลท์ซอฟต์พาวเวอร์อย่างเต็มรูปแบบ
"ทั้ง Matara และ Gems Gallery ต่างก็มีจุดร่วมเดียวกันซึ่งก็คือ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เราจึงร่วมมือกันทำโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา เพื่อสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ผ่านแบรนด์ Marget ด้วยการนำวัตถุดิบอาหารไทยมาสร้างสรรค์งานดีไซน์เครื่องประดับคอลเล็กชั่นแรก จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของไทยผ่าน fine jewellery อันงดงามที่บอกเล่าเรื่องราวและสร้างความแตกต่างให้กับวงการจิวเวลรีของไทย" ภัทรภณ หงษ์ศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจมส์ แกลอรี่ กรุ๊ป จำกัด เสริม

Above Matara และ Gems Gallery การร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเสนอเครื่องประดับคอนเซ็ปต์อาหารไทยใหม่

Above Matara และ Gems Gallery การร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเสนอเครื่องประดับคอนเซ็ปต์อาหารไทยใหม่

Above Matara และ Gems Gallery การร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเสนอเครื่องประดับคอนเซ็ปต์อาหารไทยใหม่

Above Matara และ Gems Gallery การร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเสนอเครื่องประดับคอนเซ็ปต์อาหารไทยใหม่
"คอลเล็กชั่นแรกจะเป็นการนำวัตถุดิบทั้งหมดจาก 6 เมนูอาหารไทย มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบเครื่องประดับทั้งหมด 25 ดีไซน์ อาทิ พริก, เมล็ดข้าว, มะนาว และ กุ้ง เป็นต้น โดยมีต่างหู แหวน สร้อยคอ และชาร์มที่ใส่ในสร้อยข้อมือ ภายใต้ tagline, “Inspired by Spices, Crafted with Heart” ซึ่งเราพิถีพิถันในการเลือกใช้ส่วนประกอบระดับพรีเมียม พร้อมทั้งมีการตรวจสอบควบคุมคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อให้แบรนด์ Marget เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้แต่ละคอลเล็กชั่นยังมีเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลก และชิ้นที่เป็น masterpiece ประมาณ 3-4 แบบ ให้เหล่านักสะสมได้ครอบครอง" สาลิล อันธพันธ์ ผู้บริหารฝ่ายออกแบบ บริษัท มธรา สตูดิโอ จำกัด กล่าว
การสร้างแบรนด์ Marget มุ่งเน้นที่คุณภาพ ดีไซน์ที่สวยงามแตกต่าง และมีให้เลือกหลายรูปแบบ เพื่อสามารถสวมใส่ได้ในวันสบายๆ ที่ครั้งนี้ Gems Gallery เผยว่าทุกอย่างออกนอกกรอบ มีการใช้เทคนิคในการสร้างผลิตภัณฑ์ โดยร่วมงานกับทีมช่างฝีมืออย่างใกล้ชิดและมีการทดลองเจียระไนอัญมณี เป็นรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งไม่มีใช้ในท้องตลาด
“สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ เราตั้งใจทำเครื่องประดับลักซ์ชูรีให้สามารถเข้าถึงง่าย ด้วยระดับราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพที่ยังคงความเป็น fine jewellery โดยเราใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของเราในด้านเครื่องประดับพลอยสีและอัญมณีต่างๆ คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มาตกแต่งเจียระไนบนตัวเรือนทองแท้ 9k รวมไปถึงคอนเซ็ปต์ที่เป็นกลางแต่ทรงพลังและเป็นเครื่องประดับที่ไร้ข้อจำกัดทางเพศ ใครๆ ก็สามารถใส่ได้” ภัณฑิรา หงษ์ศรีสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เจมส์ แกลอรี่ กรุ๊ป จำกัด เสริม
อ่านเพิ่มเติม: 5 ไอเท็มสุดคูลที่จะแปลงโฉมหูฟังของคุณให้กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นเก๋

Above จงจินต์ จึงสุระ และ ภัทรภณ หงษ์ศรีสุข

Above สาลิล อันธพันธ์ และ ภัณฑิรา หงษ์ศรีสุข

Above Marget เครื่องประดับ high souvenir งานฝีมือสุดพิถีพิถัน

Above Marget เครื่องประดับ high souvenir งานฝีมือสุดพิถีพิถัน
"โปรเจ็กต์ท้าทายมาก เพราะเราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อใช้ศักยภาพของผู้บริหาร 6 คน ทั้งในด้านวิสัยทัศน์และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยมุ่งเน้นให้คนไทยรู้สึกภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองในยุคนี้ที่เรามักพูดถึงซอฟต์พาวเวอร์กันมาก ซึ่งเราพบว่าบางคนอาจไม่รู้ว่าซอฟต์พาวเวอร์คืออะไร เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนหรืออาหาร สุดท้ายก็พบว่ามันคือการที่เราไม่ได้บังคับให้คนซื้อของ แต่ทำให้คนรู้สึกดีก่อนที่จะเห็นผลิตภัณฑ์จริงๆ" จงจินต์ จึงสุระ กล่าว
"โปรเจ็กต์นี้ใหญ่เกินกว่าที่คิดไว้ แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำ ซึ่งปกติแล้วการทำเช่นนี้ หลายครั้งจะมีเรื่องการคำนวนเรื่องค่าตอบแทนเท่าไหร่ คิดเป็นหลักแสนหลักล้านหรือเปล่า อย่างไร แต่วันนี้ไม่ใช่เพราะ Gems Gallery เป็นบริษัทใหญ่และในทุกวินาทีก็มีลูกค้า Marget จึงไม่ได้เป็นแค่แบรนด์เพื่อการตลาด แต่เป็นการสร้างการเชื่อมต่อกับลูกค้าอย่างแท้จริง เน้นย้ำเรื่องไฟน์จิวเวลรีคุณภาพสูงของไทยและยังสามารถเข้าถึงง่าย"
"งานนี้ไม่ได้ฉาบฉวยเลย เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและมีการสื่อสารชัดเจน ทั้งสองแบรนด์พร้อมที่จะตะโกนว่านี่คือความตั้งใจจริง การร่วมมือกับทาง Matara ซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ก็ยิ่งทำให้มั่นใจในเสียงตอบรับของลูกค้า ทาง Gems Gallery ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในด้านของการผลิตที่ล้วนเป็นงานฝีมือที่พิถีพิถันที่สุด" ภัทรภณ หงษ์ศรีสุข ทิ้งท้าย
โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายแบรนด์ Marget จะนำไปเปลี่ยนเป็นอาหารในแต่ละมื้อเพื่อมอบให้กับผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยต่อไป เพื่อสนองเจตนารมณ์ของทั้ง Matara และ Gems Gallery ตั้งแต่แรกเริ่มอีกด้วย





