Cover 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

'Into the Wild' จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier ขับเคลื่อนด้วยจินตนาการจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมซง

นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 สัตว์นานาชนิดได้มีบทบาทสำคัญในโลกแห่งการสร้างสรรค์ของ Cartier เริ่มต้นจากเหล่าปักษา สู่อาณาจักรของแมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ตระกูลแมว (felines) และสัตว์ในจินตนาการ (chimeras) ก่อนที่ม้าลายและช้างจะเข้ามาร่วม หล่อหลอมให้เกิดเป็นคลังสรรพสัตว์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง โลกแห่งนี้อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันเปี่ยมเสน่ห์และแรงดึงดูดใจ โดยมีเสือแพนเตอร์ ที่สุดแห่งสัญลักษณ์ของ  Cartier เป็นผู้ครองบัลลังก์เหนือสรรพสัตว์ทั้งปวงนับตั้งแต่ปรากฏโฉมในรูปแบบประติมากรรมสามมิติครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1948 

อ่านเพิ่มเติม: เพชร ภิพัชรา กับ Tiffany & Co. เมื่อบทบาทการเป็น 'แม่' คือของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิต

Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

เสือแพนเตอร์ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันงามสง่ากล้าแกร่งให้แก่เหล่าสรรพสัตว์อันมีชีวิตชีวาเหล่านี้จนกลายเป็นคอลเล็กชั่นผลงานที่ผ่านการตีความอย่างประณีตของเมซง อีกทั้งยังมิได้เป็นเพียงการสืบทอดมรดกแห่งการรังสรรค์ของ Cartier หากยังเป็นบทสดุดีต่อความหลากหลายของสรรพสัตว์นานาชนิดที่ร่วมกันประกอบสร้างคลังสัตว์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง ราวกับก้าวเข้าสู่แกลเลอรีแห่งประติมากรรมรูปสัตว์อันวิจิตร เมซงเผยโฉมเครื่องประดับซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งเสือ นกแก้ว ปลาคาร์ป จระเข้ และแรด จักรวาลแสนพิเศษนี้ได้รวบรวมผลงานอันน่าทึ่งที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับสัญชาตญาณแห่งสัตว์ป่าและความหรูหราล้ำค่าได้อย่างลงตัว

จากผืนน้ำแข็งแห่งอาร์กติกสู่ป่าฝนเขตร้อน จากโลกใต้มหาสมุทรสู่ดินแดนทะเลทราย Cartier เฝ้าสังเกตธรรมชาติอย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยเฉพาะกายวิภาคของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด และนี่เองคือจุดที่เหล่าช่างฝีมือของเมซงได้ร่วมกันถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ ตั้งแต่ช่างอัญมณี ช่างเจียระไน ช่างฝังอัญมณี ไปจนถึงช่างนาฬิกา ทุกศาสตร์แห่งงานฝีมือล้วนเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว ร่วมกันขึ้นรูป แกะสลัก และขัดเกลาผลงานให้มีชีวิต ผลงานแต่ละชิ้นจึงเปล่งประกายด้วยชีวิตและมอบสัมผัสอันแนบสนิทไปกับผิวกาย เฉกเช่นเสือแพนเตอร์ที่นอนขดกายอย่างสง่างาม โดยศีรษะและลำตัวถูกโอบคลุมด้วยอาภรณ์แห่งเพชรอันเจิดจรัส หรือแม้กระทั้งท้าทายทั้งมิติและกาลเวลาด้วยการปรากฏกายในรูปแบบประติมากรรมสามมิติบนหน้าปัดเรือนเวลา 

อ่านเพิ่มเติม: Swarovski Fall/Winter 2026 เมื่อโมเมนต์แห่งความสุขถูกถ่ายทอดผ่านจิวเวลรีคริสตัล

สัตว์ทุกชนิดต่างมีเอกลักษณ์และบุคลิกอันแข็งแกร่งของตนเอง ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ และพร้อมส่งมอบพลังนั้นสู่ผู้ที่สวมใส่ชิ้นงานเหล่านี้

เสือ นกแก้ว ปลาคาร์ป จระเข้ และแรด ต่างเผยโฉมบนแหวนรูปทรงศีรษะของสัตว์แต่ละชนิดอย่างสง่างาม เปล่งประกายพลังอันโดดเด่นผ่านรายละเอียดของขากรรไกร จะงอยปาก และปลายจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ แนวทางการสร้างสรรค์นี้ได้รับการสานต่อจากแหวนทรงหัวแพนเตอร์ (Panther Head Ring) ซึ่งรังสรรค์ขึ้นในช่วงทศวรรษ 2000

ดีไซน์ศีรษะสัตว์เหล่านี้สะท้อนทักษะความชำนาญชั้นสูงของเหล่าช่างฝีมือ Cartier ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในทุก ๆ ขั้นตอน นักออกแบบ ช่างอัญมณี ช่างเจียระไนอัญมณี ไปจนถึงช่างฝังอัญมณี ต่างร่วมกันรังสรรค์ ให้ทุกชิ้นงานเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาพร้อมเผยความโดดเด่นบนเรียวนิ้ว ผ่านรูปทรงอันทรงพลังและมิติที่สะกดทุกสายตา

Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

จากศีรษะของสัตว์แต่ละชนิด สู่ศิลปะแห่งการรังสรรค์คู่สีในแบบฉบับของ Cartier

Cartier ยังคงสืบสานศิลปะแห่งการจับคู่สีอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมรดกแห่งการสร้างสรรค์ที่เมซงยึดถือมา อย่างยาวนาน นกแก้วเผยความงดงามผ่านการจับคู่สีแดงและสีเขียวจากปะการังและซาโวไรต์ แรดโดดเด่นด้วย เฉดสีส้มและสีขาวน้ำนมจากสเปสซาร์ไทต์ และสโมคกี้ควอตซ์ ขณะที่จระเข้ได้รับการถ่ายทอดผ่านการผสานสีขาว สีดำ และสีเขียวของเพชร โอนิกซ์ และมรกต สำหรับเสือและปลาคาร์ป                   คาร์เทียร์เลือกเติมแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินจากแซฟไฟร์ อะความารีน และดูมอร์เทอไรท์ควอตซ์

ผลงานชุดจระเข้และเสือสะท้อนความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของเวิร์กช็อปเครื่องประดับ Cartier ด้วยการ ผสานความสมจริงเข้ากับการตีความเชิงนามธรรมอย่างงดงาม ศีรษะของสัตว์ได้รับการรังสรรค์ให้มีลักษณะ ทางกายวิภาคสมจริงที่สุด ขณะที่ลำตัวซึ่งมีความอ่อนตัวและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดดเด่นด้วยลวดลายเชิงกราฟิก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดเดียวกัน คือเพื่อมอบชีวิตและปลุกจิตวิญญาณของสัตว์ให้โลดแล่นผ่านผลงานเครื่องประดับอันล้ำค่า

Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

รังสรรค์ขึ้นภายในเวิร์กช็อปเครื่องประดับของ Cartier

ผลงานแต่ละชิ้นล้วนถือกำเนิดจากศาสตร์แห่งงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดต่อกันมาจากมรดกการสร้างสรรค์ เครื่องประดับอันยาวนานของ Cartier  ซึ่งให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความงดงามของสรรพสัตว์มาโดยตลอด

ช่างอัญมณีรังสรรค์ศีรษะของสัตว์แต่ละชิ้นด้วยความประณีต ทั้งการสลักรายละเอียด การหลอมรวมโลหะล้ำค่าอย่าง แพลทินัมและเยลโลว์โกลด์สำหรับนกแก้ว ตลอดจนการสลับพื้นผิวของไวท์โกลด์ ทั้งแบบขัดเงาและขัดด้านด้วยมือสำหรับแรด เพื่อถ่ายทอดเฉดสีและพื้นผิวให้ใกล้เคียงธรรมชาติกับสัตว์ต้นแบบมากที่สุด

เทคนิคการฝังอัญมณีอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง ไม่ว่าจะเป็นการฝังอัญมณีแบบเฟอร์เซตติ้ง (Fur Setting) หรือการฝังแซฟไฟร์ เจียระไนทรงคาลิเบรทด้วยราง (Calibrated Sapphires Set with Rails) ซึ่งช่วยขับเน้นพื้นผิวของขนเสือ เกล็ดจระเข้และ ขอบริมฝีปากของปลาคาร์ป เทคนิคเครื่องประดับอันหลากหลายเหล่านี้ร่วมกันปลุกชีวิตให้กับธรรมชาติของสัตว์ป่า ดังเช่นการฝังเพชรสีขาวสลับแซฟไฟร์บนแหวนรูปเสือในลวดลายแบบกาลูชาต์ (Galuchat Effect) ที่เปรียบดั่งการตีความผืนน้ำแข็งและผลึกน้ำแข็งผ่านศิลปะแห่งเครื่องประดับ

ศาสตร์แห่งการเจียระไนอัญมณี

ช่างเจียระไนอัญมณีคือเสกสรรรายละเอียดอันประณีตของสัตว์แต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นเขาของแรดจากการเจียระไน สโมคกี้ควอตซ์ประกายโอปอล พร้อมขับเน้นเส้นสายด้วยแลคเกอร์สีดำ การแกะสลักเหงือกของปลาคาร์ปจากดูมอร์เทอไรท์ควอตซ์ การปรับแต่งพู่ขนของนกแก้วซึ่งรังสรรค์จากปะการังและโอนิกซ์ด้วยมือทีละชิ้น ตลอดจนการ สร้างลวดลายริ้วขนของเสือด้วยดูมอร์เทอไรท์ควอตซ์

นอกเหนือจากรูปลักษณ์อันงดงาม รายละเอียดการตกแต่งทุกองค์ประกอบยังช่วยเติมเต็มบุคลิกของสัตว์แต่ละชนิด พร้อมมอบสัมผัสดุจมีชีวิตให้กับเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นขากรรไกรของจระเข้ที่ออกแบบให้ขยับเปิดปากได้อย่างเป็น ธรรมชาติ การสลับใช้ไวท์โกลด์และโรสโกลด์เป็นลวดลายภายในปากของปลาคาร์ป หรือการเจาะตกแต่งภายใน ช่องปากของแรดเพื่อให้เกิดพื้นผิวตามธรรมชาติของผิวหนังแรดได้อย่างสมจริง

ส่วนผลงานชุดจระเข้และเสือสะท้อนความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของเวิร์กช็อปเครื่องประดับ Cartier ด้วยการผสานความสมจริงเข้ากับการตีความเชิงนามธรรมอย่างงดงาม ศีรษะของสัตว์ได้รับการรังสรรค์ให้มีลักษณะทางกายวิภาคสมจริงที่สุด ขณะที่ลำตัวซึ่งมีความอ่อนตัวและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดดเด่นด้วยลวดลายเชิงกราฟิก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดเดียวกัน คือเพื่อมอบชีวิตและปลุกจิตวิญญาณของสัตว์ให้โลดแล่นผ่านผลงานเครื่องประดับอันล้ำค่า

Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

ตัวล็อกศีรษะจระเข้นำเสนอในเฉดสีเอกลักษณ์ ได้แก่ สีขาว สีเขียว และสีดำ ซึ่งล้วนเป็นหนึ่ง คู่สีในตำนานของเมซง ที่ช่วยขับเน้นมิติและความโดดเด่นของผลงานได้อย่างงดงาม กลไกตัวล็อกซึ่งซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนภายในปากของจระเข้กัดโอบรับด้านหลังของสร้อยข้อมือ โดยได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ผสานเข้ากับชิ้นงานได้อย่างไร้รอยต่อ

ศีรษะจระเข้ประดับด้วยเกล็ดที่รังสรรค์จากการจัดวางเพชรหลากหลายรูปทรงเรขาคณิต ถ่ายทอดจังหวะที่สอดรับกับหนามโอนิกซ์ หนึ่งในองค์ประกอบของดีไซน์ไอคอนิคของเมซง จนเกิดเป็นรูปทรงสันหลังของจระเข้ได้อย่างสมจริง

ตัวเรือนของสร้อยข้อมือโดดเด่นด้วยจังหวะของเส้นสายและความอ่อนตัวเป็นพิเศษผ่านโครงสร้างที่เชื่อมต่อกัน อย่างสมบูรณ์แบบในทุกข้อ ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ มอบสัมผัส ที่แนบสนิท และเป็นธรรมชาติบนผิวดุจระลอกคลื่นของเพชรที่ฝังแบบกลับด้าน (Inverted Setting) สลับด้วยออนิกซ์อย่างมีจังหวะ ความมีชีวิตชีวานี้ยิ่งยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยขอบกำไลที่ประดับด้วยคริสโซเพรสและรูเบลไลท์

ตัวล็อกรูปทรงศีรษะเสือโดดเด่นด้วยเฉดสีน้ำเงิน ตกแต่งลวดลายริ้วขนด้วยดูมอร์เทอไรท์ควอตซ์ พร้อมประดับศีรษะและลำตัวด้วยเพชรและแซฟไฟร์ ขณะที่ดวงตาเปล่งประกายด้วยอะความารีน Cartier ยังขับเน้นมิติของศีรษะเสืออันประณีตผ่านเทคนิคการฝังเพชรลวดลายกาลูชาต์ (Galuchat Effect) เทคนิคการเปิด-ปิดชิ้นงานซึ่งซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนภายในปากของเสือได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อผสานกลไกเข้ากับตัวเรือน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่รบกวนความต่อเนื่องของเส้นสายบนกำไลข้อมือ

กำไลข้อมือเสือนี้โดดเด่นด้วยลวดลายเชิงนามธรรมถ่ายทอดผ่านการเรียงร้อยของดูมอร์เทอไรท์ควอตซ์และแซฟไฟร์บน โครงสร้างทองคำที่ประกอบด้วยข้อเชื่อมซึ่งเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ความพลิ้วไหวของชิ้นงานยิ่งทวีความน่าสนใจผ่านการผสานวัสดุหลากหลายชนิด พร้อมประดับด้วยลูกปัดคาลซีโดนีและแซฟไฟร์ที่ฝังด้วยเทคนิคแบบกลับด้าน เติมจังหวะอันงดงามให้แก่ผลงาน 

สร้อยข้อมือปองแตร์แบบ Tête-à-Tête ถือเป็นหนึ่งในผลงานไอคอนิคของเมซง ความงดงามของเสือแพนเตอร์ได้รับการถ่ายทอดผ่านขนสีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยเพชรเต็มพื้นผิวพร้อมลวดลายจุดอันเป็นเอกลักษณ์ที่รังสรรค์จากการจัดวางเพชรในรูปทรงเรขาคณิต การตีความใหม่ในครั้งนี้โดดเด่นด้วยการสลับใช้เทคนิคการฝังเพชรลวดลายกาลูชาต์ (Galuchat Effect) ที่ผสานเพชรหลากหลายขนาด เข้ากับเทคนิคการฝังแบบคาเวียร์ (Caviar Paving) ขับเน้นการเล่นของแสงระหว่างพื้นผิวประดับเพชรและโครงสร้างตัวเรือนไวท์โกลด์

“จักรวาลแห่งสรรพสัตว์ของคาร์เทียร์โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ความพิถีพิถันในการคัดเลือกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตระกูลแมวขนาดใหญ่ สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์แห่งทุ่งสะวันนา ไปจนถึงการตีความเชิงสร้างสรรค์ ที่ผสานความสมจริงเข้ากับการลดทอนรูปทรงอย่างมีศิลปะ จากการหลอมรวมการออกแบบ วัสดุ และศาสตร์แห่งงานฝีมือเข้าด้วยกัน Cartier ชวนให้เรามองสัตว์ในมุมที่แตกต่าง พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของการขึ้นรูปทรง สัตว์ทุกตัวและผลงานทุกชิ้นต่างเผยให้เห็นพลังเชิงสัญลักษณ์ในแบบของตนเอง สะท้อนทัศนคติ บุคลิก และภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านชิ้นงานของเมซง”

- ปิแอร์ เรเนโร (Pierre Rainero) ผู้อำนวยฝ่ายภาพลักษณ์ สไตล์ และเฮอริเทจ -

Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)
Tatler Asia
Above 'Into the Wild' ธรรมชาติอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จักรวาลแห่งสรรพสัตว์บนเครื่องประดับของ Cartier (Image: Cartier)

และสำหรับเรือนเวลาเครื่องประดับปองแตร์ ที่ถูกรังสรรค์ขึ้น ณ เมซง เดส์ เมติเยร์ ดาร์ท (Maison des Métiers d'Art) ของ Cartier ในเมืองลา โชซ์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่ซึ่งอุทิศให้กับงานหัตถศิลป์อันหายาก ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการลงยา (Enamelling) หรือศิลปะการประดับลายไม้ (Marquetry) เรือนเวลาจิวเวลรีทรงเมดัลเลียนเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เทคนิคการแกะสลักเครื่องประดับภาพนูนคามีโอ (Cameo) อันเป็นมรดกทางศิลปะที่สืบทอดมาแต่โบราณ

ความงดงามของนาฬิกาเรือนนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืนของช่างฝีมือสามแขนง โดยนักออกแบบได้รังสรรค์ ประติมากรรมอันเปี่ยมด้วยเส้นสายกราฟิกอันคมชัดและพลังแห่งการแสดงออก จนกลายเป็นเสือแพนเตอร์อันน่าหลงใหลที่ทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์แห่งกาลเวลา 

ส่วนช่างฝังอัญมณีก็มีบทบาทในการขับเน้นประกายอันเจิดจรัสของเรือนเวลาชิ้นเอกนี้ในทุกขั้นตอน ด้วยการลดทอนพื้นที่ของโลหะเพื่อเปิดให้อัญมณีเปล่งประกายได้อย่างเต็มที่ และนำเอาออนิกซ์มาประดับเป็นจมูก ซาโวไรต์มาประดับดวงตา และเลือกใช้เพชรมาประดับบนขาทั้งสี่ของตัวเรือนและขอบหน้าปัด

นอกเหนือจากรูปลักษณ์อันงดงาม รายละเอียดการตกแต่งทุกองค์ประกอบยังช่วยเติมเต็มบุคลิกของสัตว์แต่ละชนิด พร้อมมอบสัมผัสดุจมีชีวิตให้กับเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นขากรรไกรของจระเข้ที่ออกแบบให้ขยับเปิดปากได้อย่างเป็น ธรรมชาติ การสลับใช้ไวท์โกลด์และโรสโกลด์เป็นลวดลายภายในปากของปลาคาร์ป หรือการเจาะตกแต่งภายใน ช่องปากของแรดเพื่อให้เกิดพื้นผิวตามธรรมชาติของผิวหนังแรดได้อย่างสมจริง


อ่านเพิ่มเติม: 

Vincent Reynes ซีอีโอของ FRED แบรนด์จิวเวลรีชั้นสูง กับการส่งต่อมรดก 90 ปีสู่หัวใจคนรุ่นใหม่ 

Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

Carte Blanche 2026 'human being' คอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงจาก Boucheron

Pornprathan Chaikorngosol
Branded Content Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

พรประทาน ชัยกรโกศล Branded Content Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานแปล งานสัมภาษณ์ งาน Production ภาพและวิดีโอ ตลอดจนการถ่ายแฟชั่นเซ็ท และยังดูแลในส่วนของ Style ด้วยเช่นกันทั้งบางส่วนในเล่ม ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย