Boucheron นำเสนอคอลเล็กชั่น Carte Blanche ที่สำรวจสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ 'มนุษย์' ผ่านชุดเครื่องประดับอันสง่างามทั้งห้าเซ็ท
มองผ่านความเหมือนเพื่อพบความแตกต่างระหว่างเรา Boucheron นำเสนอคอลเล็กชั่น Carte Blanche ที่สำรวจสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ 'มนุษย์' ผ่านชุดเครื่องประดับทั้งห้าเซ็ท Claire Choisne และสตูดิโอออกแบบได้ถ่ายทอดทั้งความเหมือนที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน และความแตกต่างที่ทำให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงเดียวกันถูกนำมาใช้เป็นแก่นสำคัญของทุกชิ้นงาน ซึ่งแต่ละชิ้นได้รับการรังสรรค์ด้วยเทคนิคและความชำนาญทางหัตถศิลป์ที่แตกต่างกัน ภายในแต่ละผลงานยังเผยให้เห็นรายละเอียดอันละเอียดอ่อน ทั้งการเล่นกับมิติ ปริมาตร อัญมณี และแสงสะท้อน เปรียบเสมือนการแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ยิ่งพินิจใกล้เท่าใด ก็ยิ่งค้นพบรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคนที่ล้วนมีรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหล่อหลอมให้เป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ด้วยคอลเล็กชั่น Carte Blanche ใหม่ในครั้งนี้ Boucheron จึงเฉลิมฉลองคุณค่าของตัวตนที่แท้จริงมากกว่าภาพลักษณ์ที่ปรากฏต่อสายตา
อ่านเพิ่มเติม: เพชรสีเหลืองในตำนาน ‘Soleil d’Or’ กับการปรากฏโฉมในคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุด ‘Monsieur Fred Golden Light’ ของ FRED
แนวทางการออกแบบ และกระบวนการสร้างสรรค์ของสตูดิโอออกแบบ
ในแต่ละปี คอลเล็กชั่น Carte Blanche เปิดโอกาสให้ Claire Choisne ได้หวนกลับมาตั้งคำถามถึงความหมายของ 'สิ่งล้ำค่า' ขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยในปี 2024 คอลเล็กชั่น Or Bleu ได้สำรวจประเด็นการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ Impermanence ในปี 2025 สะท้อนถึงการเลือนหายไปของธรรมชาติ สำหรับปีนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Boucheron เสนอแนวคิดว่า ในโลกที่ถูกโอบล้อมด้วยเทคโนโลยีและความเป็นสิ่งประดิษฐ์มากขึ้นทุกขณะ สิ่งที่ล้ำค่าอย่างแท้จริงคือ 'มนุษย์' ด้วยพื้นฐานในฐานะนักอัญมณี Claire Choisne ชื่นชมในความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ความประณีต และทักษะอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของมนุษย์ โดยเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์และคุณค่าของงานหัตถศิลป์ที่รังสรรค์ด้วยมือมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
เราจะพบ 'ความเหมือน' อันเป็นจุดเชื่อมต่อความเป็นมนุษย์ในผลงานชุดนี้ได้อย่างไร?
เพื่อถ่ายทอดแนวคิดเรื่องสิ่งที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน Claire Choisne เลือกหยิบยกรูปทรงคลาสสิกของสร้อยเครื่องประดับชั้นสูงมาเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็กชั่น โดยเลือกหยิบยกโครงสร้างอันซับซ้อนของ 'Cluster Necklace' สร้อยคอที่ประกอบขึ้นจากการจัดวางอัญมณีเป็นกลุ่มจนเกิดเป็นองค์ประกอบที่สมมาตร รูปทรงดังกล่าวได้รับการนำมาตีความใหม่เป็นชุดเครื่องประดับทั้งห้าเซ็ทในแบบฉบับของ Boucheron โดยแต่ละชุดประกอบด้วยสร้อยคอและแหวน เผยให้เห็นความงดงามของทั้งความเหมือนที่เชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน และความแตกต่างที่ทำให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อ่านเพิ่มเติม: Boucheron เปิดตัวเครื่องประดับชุดใหม่จากคอลเล็กชั่น 'Serpent Bohème' โดดเด่นด้วยงานออกแบบตัวเรือนทองคำตัดกับโอนิกซ์
อะไรคือสิ่งที่ทำให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว?
สำหรับผลงานคอลเล็กชั่นนี้ ความหลากหลายทางการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะงานฝีมือ สีสัน และวัสดุคือกลไกสำคัญในการสื่อถึงอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล ทำให้เครื่องประดับแต่ละชุดมีความแตกต่างทางบุคลิกและอารมณ์อย่างชัดเจน คอลเล็กชั่นนี้จึงนำเสนอมุมมองต่อเครื่องประดับชั้นสูงผ่านคุณค่าของความเป็นมนุษย์ โดยรวบรวมช่างฝีมือจากหลากหลายสาขาความเชี่ยวชาญมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ผ่านการผสานทักษะ ความรู้เชิงเทคนิค และวิสัยทัศน์ทางศิลปะเข้าด้วยกัน เบื้องหลังการรังสรรค์คอลเล็กชั่นนี้คือเวลากว่า 14,000 ชั่วโมง สะท้อนถึงความหลากหลายและความเป็นเลิศทางหัตถศิลป์ที่หล่อหลอมให้แต่ละผลงานมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัว

Above สร้อยคอตัวเรือนทองคำขาวฝังหินคริสตัลและเพชรจิกไข่ปลา โดยมีแหวนห่วงนิ้วคู่ตัวเรือนทองคำขาวกับแก้วไพลินรองรับหัวแหวนพลอยแก้วผลึกฝังเพชรจิกไข่ปลาด้วยเทคนิคเดียวกัน ใช้เวลาในกระบวนการสร้างสรรค์ 1,550 ชั่วโมง (Image: Boucheron)

Above RAIN สำหรับเครื่องประดับเซ็ทแรก Claire Choisne ต้องการสร้างภาพลวงตาเสมือนสายธารแห่งเพชรกำลังโปรยตัวลงบนผิวกาย ตัวเรือนถูกลดบทบาทลงจนแทบเลือนหายไปจากสายตา เปิดทางให้เพชรแต่ละเม็ดดูราวกับล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศและกาลเวลา (Image: Boucheron)

Above RAIN สำหรับเครื่องประดับเซ็ทแรก Claire Choisne ต้องการสร้างภาพลวงตาเสมือนสายธารแห่งเพชรกำลังโปรยตัวลงบนผิวกาย ตัวเรือนถูกลดบทบาทลงจนแทบเลือนหายไปจากสายตา เปิดทางให้เพชรแต่ละเม็ดดูราวกับล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศและกาลเวลา (Image: Boucheron)

Above RAIN สำหรับเครื่องประดับเซ็ทแรก Claire Choisne ต้องการสร้างภาพลวงตาเสมือนสายธารแห่งเพชรกำลังโปรยตัวลงบนผิวกาย ตัวเรือนถูกลดบทบาทลงจนแทบเลือนหายไปจากสายตา เปิดทางให้เพชรแต่ละเม็ดดูราวกับล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศและกาลเวลา (Image: Boucheron)
- RAIN สำหรับเครื่องประดับเซ็ทแรก Claire Choisne ต้องการสร้างภาพลวงตาเสมือนสายธารแห่งเพชรกำลังโปรยตัวลงบนผิวกาย ตัวเรือนถูกลดบทบาทลงจนแทบเลือนหายไปจากสายตา เปิดทางให้เพชรแต่ละเม็ดดูราวกับล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศและกาลเวลา เพื่อขับเน้นความรู้สึกโปร่งใสดังกล่าวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์จึงหวนกลับมาใช้ร็อกคริสตัล หนึ่งในวัสดุอันเป็นที่รักของเมซง Boucheron มาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลงานเซ็ทนี้
เพื่อจำลองภาพของสายฝน ช่างฝีมือแห่ง Boucheron เริ่มต้นด้วยการสร้างหยดน้ำกลวงจากร็อกคริสตัล ก่อนค่อย ๆ เติมเรซินจากพืชลงไปเป็นชั้นๆ ภายใน เพชรถูกจัดวางด้วยมือทีละเม็ดในแต่ละชั้นตามลำดับที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้างมิติสามมิติภายในหยดน้ำ ตำแหน่งของเพชรทุกเม็ดได้รับการคำนวณอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดความเคลื่อนไหวอันนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติของสายฝนที่กำลังโปรยตัว กระบวนการอันละเอียดอ่อนนี้ดำเนินการภายใต้สภาวะสุญญากาศ เพื่อป้องกันการเกิดอนุภาคขนาดเล็กหรือฟองอากาศภายในวัสดุ โดยรวมแล้ว เพชรกว่า 4,800 เม็ดได้รับการจัดวางทีละเม็ดและปิดผนึกอยู่ภายในร็อกคริสตัล ราวกับกำลังลอยตัวอยู่ในหยดน้ำใส เมื่อหยดน้ำแต่ละชิ้นเสร็จสมบูรณ์และได้รับการปิดผนึกแล้ว จึงถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยโครงสร้างโลหะแบบข้อต่อ ซึ่งช่วยคงความอ่อนช้อยและความพลิ้วไหวของสร้อยคอเอาไว้ เพื่อให้บรรลุความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์แบบ Boucheron ยังประดับเพชรบนตำแหน่งข้อต่อทุกจุด เพื่อให้โครงสร้างของสร้อยคอดูราวกับเลือนหายไปจากสายตา

Above สร้อยคอประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ D VVS1 เจียระไนทรงคุชชัน (Cushion Cut) น้ำหนัก 3.26 กะรัต จับคู่กับควอร์ตซ์สีชมพูน้ำหนักรวม 1,532 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนทองคำสีชมพู ทองคำขาว และแพลทินัม ขณะที่แหวนประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ E VVS1 เจียระไนทรงหยดน้ำ (Pear Cut) น้ำหนัก 0.71 กะรัต จับคู่กับควอร์ตซ์สีชมพูน้ำหนักรวม 141 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนแก้วไพลิน ทองคำสีชมพู ทองคำขาว และแพลทินัม ใช้เวลาในกระบวนการสร้างสรรค์ 3,290 ชั่วโมง
(Image: Boucheron)

Above FLOWER เครื่องประดับเซ็ทนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่ทีมสตูดิโอช่างฝีมือออกแบบขึ้น โดยมีลักษณะคล้ายวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและมิติอันงดงาม นับตั้งแต่ดอกตูมอ่อนแรกผลิจนถึงกลีบดอกที่คลี่บานเต็มที่ (Image: Boucheron)

Above FLOWER เครื่องประดับเซ็ทนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่ทีมสตูดิโอช่างฝีมือออกแบบขึ้น โดยมีลักษณะคล้ายวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและมิติอันงดงาม นับตั้งแต่ดอกตูมอ่อนแรกผลิจนถึงกลีบดอกที่คลี่บานเต็มที่ (Image: Boucheron)
- FLOWER เครื่องประดับเซ็ทนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่ทีมสตูดิโอช่างฝีมือออกแบบขึ้น โดยมีลักษณะคล้ายวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและมิติอันงดงาม นับตั้งแต่ดอกตูมอ่อนแรกผลิจนถึงกลีบดอกที่คลี่บานเต็มที่ แต่ละช่วงของการเบ่งบานถูกถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบลวดลายสมมาตรที่ทอดตัวไปตามสรีระผู้สวมใส่ โดยดอกไม้แต่ละดอกดูราวกับกำลังผลิบานขึ้นจากเนื้อหินโดยตรง
เพื่อถ่ายทอดลวดลายพฤกษชาติให้มีชีวิตขึ้นบนเครื่องประดับชุดนี้ Boucheron ได้ร่วมงานกับช่างศิลป์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมจุลจิตรกรรม (micro-miniature painting) ซึ่งเป็นศาสตร์อันประณีตที่อาศัยการทำงานในรายละเอียดระดับจุลภาค โดยใช้การไล่เฉดแสงและเงาเพื่อสร้างมิติและความลุ่มลึก ควอร์ตซ์สีชมพูทุกชิ้นในชุดเครื่องประดับได้รับการวาดลวดลายด้วยมือทีละชิ้นภายใต้แว่นขยาย โดยช่างศิลป์ค่อยๆ ลงสีทีละชั้นด้วยพู่กันอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดเฉดสีอันแตกต่างของกลีบดอกไม้ให้สมจริงที่สุด การทำงานในระดับรายละเอียดขนาดเล็กเช่นนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะลวดลายดอกไม้จะต้องได้รับการวาดด้วยมืออย่างแม่นยำบนหินทุกเม็ด อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญคือการเคลือบวาร์นิชปกป้องพื้นผิว ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทางเทคนิคระดับสูงเพื่อให้ได้พื้นผิวเรียบเนียนสมบูรณ์แบบปราศจากฟองอากาศแม้เพียงเล็กน้อย โดยเฉลี่ยแล้ว ควอร์ตซ์แต่ละเม็ดใช้เวลาสร้างสรรค์ราวสิบชั่วโมง นับตั้งแต่การลงสีระดับจุลภาคไปจนถึงการเคลือบวาร์นิชผิวด้าน เพื่อให้ได้ความละเอียดอ่อน มิติความลึก และเฉดสีที่ต้องการ รวมกันแล้ว งานจิตรกรรมจุลจิตรกรรมสำหรับเครื่องประดับชุดนี้ใช้เวลากว่า 1,200 ชั่วโมง นอกเหนือจากงานฝีมืออันประณีตแล้ว การคัดสรรควอร์ตซ์สีชมพูยังนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ เพื่อให้หินทุกเม็ดมีเฉดสีที่สม่ำเสมอ แม้จะมีขนาดและรูปทรงแตกต่างกัน ขณะเดียวกัน พื้นผิวของหินยังได้รับการตกแต่งสลับกันระหว่างผิวขัดเงาและผิวฟรอสต์เนื้อละมุน เพื่อขับเน้นความละเอียดอ่อนของเฉดสีจากงานจิตรกรรมให้เผยออกมาอย่างงดงามยิ่งขึ้นหินแต่ละเม็ดได้รับการเจาะและติดตั้งบนโครงสร้างเข็มยึดที่ออกแบบขึ้นอย่างประณีต โดยปราศจากเขี้ยวหรือกรอบยึดที่มองเห็นได้ เพื่อคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของงานออกแบบ โครงสร้างโลหะดังกล่าวยังได้รับการเคลือบเซรามิกให้กลมกลืนกับสีของหิน เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความกลมกลืนให้กับผลงานโดยรวม

Above สร้อยคอประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ D IF เจียระไนทรงสามเหลี่ยมขอบโค้ง (Trillion Cut) น้ำหนัก 1.34 กะรัต จับคู่กับมอร์แกไนต์น้ำหนักรวม 1,547 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนทองคำสีชมพูและแพลทินัม ขณะที่แหวนประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ D VVS2 เจียระไนทรงหยดน้ำ (Pear Cut) น้ำหนัก 0.72 กะรัต จับคู่กับมอร์แกไนต์น้ำหนักรวม 174 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนแก้วไพลิน ทองคำสีชมพู และแพลทินัม ใช้เวลาในกระบวนการสร้างสรรค์ 3,750 ชั่วโมง
(Image: Boucheron)

Above LIGHT สำหรับเครื่องประดับเซ็ทที่สาม แสงถูกยกขึ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์ ผ่านการจัดวางมอร์แกไนต์หลากหลายขนาดและรูปทรง รวมถึงการประดับเพชรในบางตำแหน่งอย่างพิถีพิถัน (Image: Boucheron)
- LIGHT สำหรับเครื่องประดับเซ็ทที่สาม แสงถูกยกขึ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์ ผ่านการจัดวางมอร์แกไนต์หลากหลายขนาดและรูปทรง รวมถึงการประดับเพชรในบางตำแหน่งอย่างพิถีพิถัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้แสงเคลื่อนไหว ส่องผ่าน และเผยประกายความงดงามของอัญมณีได้อย่างอิสระ
เพื่อให้รัตนชาติแต่ละเม็ดสะท้อนแสงตกกระทบและเจิดจรัสรอบทิศทาง ขั้นตอนสำคัญอันดับแรกคือการคัดสรรมอร์แกไนต์ที่มีสีสันและคุณลักษณะสอดคล้องกัน โดยต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อรวบรวมมอร์แกไนต์น้ำหนักรวมกว่า 1,500 กะรัต ที่มีระดับความเข้มของสีสม่ำเสมอ แม้ว่าอัญมณีแต่ละเม็ดจะมีความแตกต่างกันตามธรรมชาติก็ตาม เนื่องจากชิ้นงานทั้งหมดได้รับการออกแบบขึ้นโดยมี 'แสง' เป็นหัวใจสำคัญ ความสมบูรณ์แบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเจียระไนอัญมณีซึ่งต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เพื่อรักษาความกลมกลืนขององค์ประกอบโดยรวม ความท้าทายสำคัญที่สุดอยู่ที่การขึ้นตัวเรือน เนื่องจากมอร์แกไนต์เป็นอัญมณีที่ไวต่อแรงสั่นสะเทือน การใช้เทคนิคตอกยึดแบบดั้งเดิมอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในของหิน ด้วยเหตุนี้ ช่างฝีมือของ Boucheron จึงพัฒนาเทคนิคทางเลือกซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอย่างแท้จริง โดยออกแบบให้เขี้ยวยึดเข้ากับตำแหน่งรอบอัญมณีแต่ละเม็ด เพื่อหลีกเลี่ยงการออกแรงกดโดยตรงต่อมอร์แกไนต์ อีกหนึ่งข้อจำกัดที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับงานสร้างสรรค์ คือการออกแบบที่กำหนดให้เพชรถูกฝังลงบนมอร์แกไนต์ตรงใจกลางของชิ้นงาน ด้วยเหตุนี้ มอร์แกไนต์แต่ละเม็ดจึงได้รับการคว้านเนื้อภายในเพื่อรองรับโครงสร้างโลหะ ก่อนทำการฝังเพชรด้วยเขี้ยวยึดและกรอบหุ้มอย่างประณีต

Above สร้อยคอประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ D VVS1 เจียระไนทรงสามเหลี่ยมขอบโค้ง (Troidia Cut) น้ำหนัก 1.74 กะรัต จับคู่กับควอร์ตซ์สีควันน้ำหนักรวม 580 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนทองคำขาว ขณะที่แหวนประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ E IF เจียระไนทรงหยดน้ำ (Pear Cut) น้ำหนัก 1.51 กะรัต จับคู่กับควอร์ตซ์สีควันน้ำหนักรวม 83 กะรัต ประดับเพชร บนตัวเรือนแก้วไพลินและทองคำขาว ใช้เวลาในกระบวนการสร้างสรรค์ 3,740 ชั่วโมง (Image: Boucheron)

Above TATTOO ผ่านผลงานชุดนี้ Claire Choisne ตั้งใจถ่ายทอดภาพลวงตาของรอยสักบนผิวหนัง ลวดลายที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะรอยสักในยุควิกตอเรีย (Image: Boucheron)

Above TATTOO ผ่านผลงานชุดนี้ Claire Choisne ตั้งใจถ่ายทอดภาพลวงตาของรอยสักบนผิวหนัง ลวดลายที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะรอยสักในยุควิกตอเรีย (Image: Boucheron)

Above TATTOO ผ่านผลงานชุดนี้ Claire Choisne ตั้งใจถ่ายทอดภาพลวงตาของรอยสักบนผิวหนัง ลวดลายที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะรอยสักในยุควิกตอเรีย (Image: Boucheron)
- TATTOO ผ่านผลงานชุดนี้ Claire Choisne ตั้งใจถ่ายทอดภาพลวงตาของรอยสักบนผิวหนัง ลวดลายที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะรอยสักในยุควิกตอเรีย โดยเลือกใช้โมทิฟอันเป็นที่จดจำของ Boucheron อย่างดอกฝิ่น กุหลาบ นกชิคาดี จักจั่น งู ผีเสื้อ และพรรณใบไม้ต่างๆ ซึ่งหลายลวดลายถูกนำมาจากคลังเก็บผลงานของเมซงโดยตรง โมทิฟเหล่านี้ได้รับการจัดวางในองค์ประกอบสมมาตรที่แผ่ขยายจากศูนย์กลางออกสู่ด้านนอก ทั้งบนสร้อยคอและแหวน โดยการร้อยเรียงกันอย่างกลมกลืนจนเกิดเป็นลวดลายประดับที่ดูราวกับถูกวาดลงบนผิวจริง
การสร้างภาพลวงตาเสมือนรอยสักบนผิวกายไม่อาจอาศัยเพียงการแกะสลักลงบนควอร์ตซ์สีควันเท่านั้น หากยังจำเป็นต้องเปิดทางให้แสงสามารถส่องผ่านเนื้ออัญมณี เพื่อขับเน้นรายละเอียดของโมทิฟต่างๆ ให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ศิลปะพลอยสลัก หรือ Glyptic Art จึงเป็นเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับการสร้างสรรค์ครั้งนี้ หัตถศิลป์โบราณแขนงนี้อาศัยการแกะเซาะลึกลงไปในเนื้อหิน เพื่อสร้างมิติที่ชวนให้นึกถึงงานประติมากรรมนูนต่ำ ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเครื่องประดับชุดนี้ ช่างฝีมือได้พัฒนาเครื่องมือขึ้นเป็นการเฉพาะมากกว่า 200 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นได้รับการออกแบบให้เหมาะกับรายละเอียดเฉพาะส่วนของงานแกะสลัก ด้วยคุณสมบัติของควอร์ตซ์ที่มีความแข็งสูง เครื่องมือเหล่านี้จึงต้องได้รับการผลิต ปรับแต่ง และขึ้นรูปใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการทำงาน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดลวดลายอันซับซ้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ งานประเภทนี้ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างสูง เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เมื่อเนื้อหินส่วนใดถูกตัดออกไปแล้ว ย่อมไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างความสมมาตรของโมทิฟที่ปรากฏซ้ำตลอดทั้งชิ้นงาน รวมถึงการแกะสลักลงบนอัญมณีขนาดเล็ก โดยเครื่องประดับชุดนี้ได้รับการรังสรรค์ผ่านศิลปะพลอยสลักอันประณีตที่ใช้เวลากว่า 1,100 ชั่วโมง เพื่อสร้างสรรค์รายละเอียดทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน

Above สร้อยคอประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ D VVS1 เจียระไนทรงสามเหลี่ยมขอบโค้ง (Troidia-Cut) น้ำหนัก 2.63 กะรัต จับคู่กับนิลกาฬน้ำหนักรวม 1,535 กะรัต ประดับเพชรจิกไข่ปลา บนตัวเรือนทองคำขาว ขณะที่แหวนประดับเพชรเดี่ยวคุณภาพ E VVS1 เจียระไนทรงหยดน้ำ (Pear Cut) น้ำหนัก 0.71 กะรัต จับคู่กับนิลกาฬน้ำหนักรวม 133 กะรัต ประดับเพชรจิกไข่ปลา บนตัวเรือนไททาเนียมและทองคำขาว
ใช้เวลาในกระบวนการสร้างสรรค์ 1,990 ชั่วโมง (Image: Boucheron)

Above CHECKERS เครื่องประดับเซ็ทสุดท้ายหยิบยกลวดลายฮาวด์ทูธ (Houndstooth) หรือผ้าลายตารางฟันสุนัข หนึ่งในลวดลายสิ่งทอที่ Claire Choisne ชื่นชอบเป็นพิเศษมาตีความใหม่ผ่านออนิกซ์ ส่งให้เครื่องประดับชิ้นนี้เผยเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงโลกแห่งโอต์กูตูร์ ซึ่งมีความผูกพันกับ Boucheron มาอย่างยาวนาน (Image: Boucheron)

Above CHECKERS เครื่องประดับเซ็ทสุดท้ายหยิบยกลวดลายฮาวด์ทูธ (Houndstooth) หรือผ้าลายตารางฟันสุนัข หนึ่งในลวดลายสิ่งทอที่ Claire Choisne ชื่นชอบเป็นพิเศษมาตีความใหม่ผ่านออนิกซ์ ส่งให้เครื่องประดับชิ้นนี้เผยเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงโลกแห่งโอต์กูตูร์ ซึ่งมีความผูกพันกับ Boucheron มาอย่างยาวนาน (Image: Boucheron)

Above CHECKERS เครื่องประดับเซ็ทสุดท้ายหยิบยกลวดลายฮาวด์ทูธ (Houndstooth) หรือผ้าลายตารางฟันสุนัข หนึ่งในลวดลายสิ่งทอที่ Claire Choisne ชื่นชอบเป็นพิเศษมาตีความใหม่ผ่านออนิกซ์ ส่งให้เครื่องประดับชิ้นนี้เผยเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงโลกแห่งโอต์กูตูร์ ซึ่งมีความผูกพันกับ Boucheron มาอย่างยาวนาน (Image: Boucheron)
- CHECKERS เครื่องประดับเซ็ทสุดท้ายหยิบยกลวดลายฮาวด์ทูธ (Houndstooth) หรือผ้าลายตารางฟันสุนัข หนึ่งในลวดลายสิ่งทอที่ Claire Choisne ชื่นชอบเป็นพิเศษมาตีความใหม่ผ่านออนิกซ์ ส่งให้เครื่องประดับชิ้นนี้เผยเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงโลกแห่งโอต์กูตูร์ ซึ่งมีความผูกพันกับ Boucheron มาอย่างยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของการสร้างสรรค์ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การถ่ายทอดลวดลายของสิ่งทอเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมุ่งถ่ายทอดพื้นผิวและมิติทางสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อผ้า ผ่านงานแกะสลักบนหินโอนิกซ์อันประณีต
เพื่อถ่ายทอดลวดลายฮาวด์ทูธลงบนออนิกซ์ Boucheron เลือกใช้เลเซอร์เฟมโตวินาที (Femtosecond Laser) ซึ่งเป็นวิทยาการเลเซอร์ความถี่สูงที่พบได้บ่อยในโลกแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูง เลเซอร์ชนิดนี้ปล่อยพัลส์พลังงานระดับจุลภาคด้วยความเร็วสูง จึงสามารถกร่อนเนื้อออนิกซ์ออกไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมภายในวัสดุ ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การกำหนดระดับความลึกของลวดลายให้พอเหมาะ โดยลึกเพียงพอที่จะสร้างมิติและผิวสัมผัสให้แก่ลายตารางฟันสุนัข แต่ไม่ลึกจนบั่นทอนความแข็งแรงของเนื้อหิน อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของงานชิ้นนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงกระบวนการสลักด้วยเลเซอร์เท่านั้น หากยังรวมถึงความพยายามในการสร้างภาพลวงตาให้ราวกับผืนผ้าลายฮาวด์ทูธ ถูกพาดโอบอยู่รอบสร้อยคออย่างแท้จริง เมื่อมองจากด้านหน้าสายตาจะรับรู้ลวดลายที่ทอดต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว เชื่อมโยงผ่านออนิกซ์แต่ละเม็ดอย่างแนบเนียน ราวกับถูกถักทอขึ้นจากผืนผ้าเดียวกันโดยปราศจากรอยต่อหรือจุดสะดุดทางสายตา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว ออนิกซ์ทั้ง 163 เม็ดจึงได้รับการออกแบบและสลักลายแยกเป็นรายชิ้น เนื่องจากลวดลายบนออนิกซ์แต่ละเม็ดไม่อาจถูกทำซ้ำในรูปแบบเดียวกันได้ เพราะนั่นจะทำลายความต่อเนื่องขององค์ประกอบโดยรวม ช่างฝีมือจึงต้องปรับรายละเอียดของลวดลายให้สอดรับกับตำแหน่ง รูปทรง และพื้นผิวทรงกรวยอันซับซ้อนของออนิกซ์แต่ละเม็ด เพื่อให้เมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้ว ลายฮาวด์ทูธจะปรากฏต่อเนื่องราวกับถูกถักทอขึ้นจากผ้าผืนเดียว การสร้างแบบจำลองด้วยระบบ CAD จึงถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมความสม่ำเสมอของลวดลายโดยรวม และสร้างผลลัพธ์ทางสายตาให้สมบูรณ์แบบที่สุด ขณะเดียวกัน ยังมีการผลิตเครื่องมือสำหรับงานฝังขึ้นใหม่จำนวน 163 ชิ้น โดยเฉพาะสำหรับออนิกซ์แต่ละเม็ด เนื่องจากรูปทรงและขนาดเฉพาะตัวของหินทุกชิ้นต้องการแม่แบบที่แตกต่างกัน เพื่อให้การสลักและการประกอบตัวเรือนดำเนินไปด้วยความแม่นยำสูงสุด นอกจากนี้ ออนิกซ์หกเม็ดบริเวณศูนย์กลางของสร้อยคอยังได้รับการคว้านภายในให้กลวง เพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของชิ้นงานและเพิ่มความสบายในการสวมใส่





