Cover Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กับ Golden Beads ลูกปัดทองทรงกลมสุดประณีต (Image: Van Cleef & Arpels)

Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กับ Golden Beads ลูกปัดทองทรงกลมสุดประณีต

คอลเล็กชั่นเครื่องประดับ Perlée ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2008 จากการนำลูกปัดทองกลมกลึง อันถือเป็นหนึ่งในมรดกทางการสร้างสรรค์ และลูกเล่นสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels มาร้อยเรียงเป็นโครงสร้างตัวเรือน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแถวเดี่ยว หรือหลายแถว มิติขนาดเท่ากัน หรือต่างขนาดไล่ระดับลดหลั่น แต่ละผลงานได้ร่วมกันมอบความหลากหลายทางตัวเลือกเฉดโทนจากทองคำสีเหลืองไปจนถึงทองคำสีกุหลาบ และทองคำสีขาว  

ล่าสุด สุนทรียศาสตร์งานออกแบบนามธรรมจำลองความกลมกลึงของไข่มุกได้มอบความอ่อนช้อย งามสง่า ทรงคุณค่าในฐานะ 'เครื่องประดับแห่งความสุข' ผ่านแหวนรุ่นใหม่จรัสประกายสกาวแสงร่วมกับงานฝังเพชร และรัตนชาติเลอค่าต่างเฉดสี เปิดโอกาสทางการสวมใส่ด้วยลูกเล่นหลากหลาย ทั้งสวมเดี่ยว, สวมต่างนิ้ว หรือสวมร่วมกันหลายวงในนิ้วเดียว

อ่านเพิ่มเติม: Carte Blanche 2026 'human being' คอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงจาก Boucheron

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นเครื่องประดับ Perlée ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2008 จากการนำลูกปัดทองกลมกลึง อันถือเป็นหนึ่งในมรดกทางการสร้างสรรค์ และลูกเล่นสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels มาร้อยเรียงเป็นโครงสร้างตัวเรือน (Image: Van Cleef & Arpels)
Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่นเครื่องประดับ Perlée ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2008 จากการนำลูกปัดทองกลมกลึง อันถือเป็นหนึ่งในมรดกทางการสร้างสรรค์ และลูกเล่นสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels มาร้อยเรียงเป็นโครงสร้างตัวเรือน (Image: Van Cleef & Arpels)

1. ลูกปัดทองระยับแสงแข่งพราวเพชร

เพื่อความต่อเนื่องทางสุนทรียศิลป์ของแหวน Perlée ลูกปัดทองห้าแถวรุ่นแรกเมื่อปีค.ศ. 2022 งานออกแบบใหม่คือการนำลูกปัดทองต่างขนาดเรียงร้อยไล่ระดับลดหลั่นอย่างต่อเนื่องสามแถวโอบกระหวัดรอบเรียวนิ้ว โดยให้ขนาดใหญ่สุดต่างตำแหน่งหัวแหวน ขณะที่เม็ดเล็กสุดเป็นเสมือนก้านแหวนรองล่าง

ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดทองคำสีเหลือง, ทองคำสีขาว หรือทองคำสีกุหลาบ ต่างล้วนทวีประกายเจิดจรัสด้วยงานฝังเพชรลูกทรงกลมเก้าเม็ดเป็นสามแถวตัดเฉียงแนวทแยง ซึ่งแต่ละเม็ดล้วนผ่านการตรวจคัดอย่างพิถีพิถันโดยนักอัญมณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญแห่ง Van Cleef & Arpels มอบคุณภาพระยับแสงราวสะท้อนถึงมาตรฐานเหนือชั้นของเมซงจากการอิงเกณฑ์วิทยาศาสตร์ 4Cs ตามระบบสากล ร่วมกับรสนิยมเฉพาะในการใช้แต่เพียงเกรด D ถึง F สำหรับคุณสมบัติความงามของสีเพชร และ IF ถึง VVS เมื่อพิจารณาประเด็นความบริสุทธิ์ กระจ่างใส

ด้วยความประณีต ละเอียดลออทางงานฝีมือฝังเพชรลงซี่หนามเตย 'หัวตะปู' อันบอบบางเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเพชรแต่ละเม็ด และทุกเม็ดจะเรียงแถวเสมอกัน ก็ยังกลมกลืนกับลูกปัดทองบนตัวเรือนอย่างหมดจด ก่อลีลาสะท้อนแสงทอประกายระยิบระยับไม่หยุดนิ่งไปกับทุกการเคลื่อนไหวของปลายมือ อีกทั้งยังเอื้อต่อการสวมใส่ร่วมกับเครื่องประดับรุ่นอื่นทั้งจากคอลเลกชันเดียวกัน ทั้งจากต่างคอลเล็กชั่นได้อย่างสง่างามตามจินตนาการของผู้เป็นเจ้าของ

Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)
Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)

2. ความหลากหลายของอัญมณีต่างเฉดสี

นอกจากเพชร ยังมีงานออกแบบ Perlée couleurs เพิ่มเติมความครบครันอีกสามตัวเลือกที่ล้วนจุดประกายปรารถนาจากความแตกต่างทางเฉดสีของอัญมณีเลอค่า ไม่ว่าจะเป็นไพลินหรือมรกตบนตัวเรือนทองคำสีเหลือง และทับทิมบนตัวเรือนทองคำสีกุหลาบมอบความอบอุ่นละมุนตาอย่างลงตัว

ไม่ต่างอันใดจากกระบวนการตรวจคัดเพชร ความเคร่งครัดระมัดระวังในแต่ละขั้นตอนตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสูงสุดถูกนำมาใช้กับรัตนชาติต่างเฉดสีโดยนักอัญมณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความมั่นใจในประกายสดชัดของเฉดโทน และความสุกสว่างของน้ำพลอยกระจ่างเรืองรองอย่างสม่ำเสมอ และกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวเมื่ออยู่ร่วมกัน ก่อผลลัพธ์ราวกับเหลือบแพรกำมะหยี่ ในขณะที่ไพลินมอบเนื้อพลอยสีน้ำเงินเข้มเจิดจรัส ทับทิมก็สะกดสายตาด้วยความล้ำลึกของน้ำพลอยชมพูเข้มอมแดง และมรกตงดงามด้วยโทนสีเขียวสดสว่างอย่างมิอาจหาใดเปรียบ

นักอัญมณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจสอบรัตนชาติแต่ละเม็ดด้วยความพิถีพิถัน ระมัดระวังอย่างที่สุดเพื่อให้มั่นใจในความสดชัด และกลมกลืนเสมอกันของเฉดสี

อ่านเพิ่มเติม: เพชรสีเหลืองในตำนาน ‘Soleil d’Or’ กับการปรากฏโฉ​มในคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุด ‘Monsieur Fred Golden Light’ ของ FRED

Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)
Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)

3. หัตถศิลป์ทวีประกายเรืองรองของทองคำ

แหวน Perlée ลูกปัดทองสามแถวรุ่นนี้ ยังถือเป็นบทสรุปสุนทรียศาสตร์ทางงานฝีมือเครื่องทองอย่างชัดเจน เริ่มจากเทคนิคสูญขี้ผึ้ง (lost-wax casting) ในการหล่อแบบตัวเรือน

ช่างทำเครื่องประดับจะทำการสลักเสลาประติมากรรมไขแว็กซ์เขียวขึ้นแบบวงแหวนลูกปัดทองกลมกลึงต่างขนาดเรียงแถวไล่ลำดับลดหลั่นมิติเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นจุดตั้งต้นงานหล่อแบบขึ้นตัวเรือนด้วยโลหะเลอค่า ไม่ว่าจะเป็นทองคำสีเหลือง, ทองคำสีกุหลาบ หรือทองคำสีขาว และเมื่อแกะออกจากเบ้าแม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์ ก็จะได้รับการตกแต่งเก็บรายละเอียดด้วยงานฝีมือต่างเทคนิค รวมถึงความประณีต พิถีพิถันทางการขัดผิวให้ลูกปัดแต่ละเม็ดกลมกลึง เนื้อทองเรียบเนียน เกลี้ยงเกลาหมดจดจนขึ้นเงาล้อแสงระยับประกายเรืองรองไปกับทุกการเคลื่อนไหว และมุมมอง

ผลงานสร้างสรรค์รุ่นนี้ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของเมซง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงสร้างเปิดโปร่งตารางรวงผึ้งที่ใช้รองรับการฝังอัญมณี อำนวยให้แสงส่องผ่านน้ำเพชร หรือน้ำพลอยแต่ละเม็ด เร่งประกาย 'ไฟ' เจิดจรัสอย่างเต็มที่ และเพื่อความแน่นหนา มั่นคงในการยึดรัตนชาติเลอค่าบนตัวเรือน Van Cleef & Arpels ได้เลือกเทคนิคซี่หนามเตยหัวตะปูกลมกลึงสร้างความกลมกลืนกับลูกปัดทองอย่างแนบเนียน

ขณะที่เขี้ยวหนามเตยหัวตะปูแต่ละซี่ร่วมกันยึดอัญมณีทั้งสามเม็ดเรียงแถวชิดขอบแนบสนิท แต่ละเม็ดก็อยู่ในตำแหน่งเอื้อต่อการสะท้อนวิถีแสงตกกระทบสู่กันเพื่อเร่งระดับความสว่างจรัสประกายความงามตามโทนสี สะท้อนซึ่งความเฉียบคมเหนือชั้นทางชั้นเชิงงานฝีมือเครื่องประดับชั้นสูงของช่างฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือนแห่งเมซงได้อย่างชัดเจน

Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)
Tatler Asia
Above Van Cleef & Arpels เผยโฉม Perlée 2026 หนึ่งในคอลเล็กชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Image: Van Cleef & Arpels)

4. ลูกปัดทองในฐานะสัญลักษณ์ทางสุนทรียศิลป์

ก่อนจะได้รับการสรรค์สร้างขึ้นเป็นคอลเล็กชั่นเครื่องประดับอย่างเป็นทางการเมื่อปีค.ศ. 2008 โมทิฟลูกปัดทองนาม Perlée (แปลตรงตัวตามภาษาฝรั่งเศสคือ 'ไข่มุก' สื่อรูปทรงกลมกลึงของลูกปัดทองผ่านการขัดผิวจนเรียบเนียน เกลี้ยงเกลา อำนวยต่อการสะท้อนแสงตกกระทบก่อประกายสว่างเรืองรองละมุนตา) เหล่านี้ ได้ร่วมกันจรัสประกายความงาม จารึกเรื่องราวในแต่ละยุคสมัยตลอดประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์เครื่องประดับให้แก่ Van Cleef & Arpels มาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1940  

ด้วยคุณสมบัติในการสะท้อนแสงตกกระทบกระจายตัวรอบทิศทางเพิ่มความสว่างเรืองรอง เหมาะต่อการทำหน้าที่รายละเอียดตกแต่งเดินเส้นเน้นลวดลาย ไปจนถึงเดินขอบกรอบตัวเรือน และงานล้อมรัตนชาตินานาชนิด ในท้ายสุดเมื่อปีค.ศ. 1948 ได้มีการปรับแต่ง ขยายขนาดลูกปัดทองเพื่อใช้ร้อยสายประกอบเป็นตัวเรือนเครื่องประดับ 'เมล็ดข้าวฟ่าง' Couscous (เครื่องประดับอันเกิดจากการร้อยลูกปัดมุกทองขึ้นโครงสร้างตัวเรือน) ซึ่งผลงานบางรุ่นคือการนำลูกปัดทองสีเหลืองขัดเงาสกาวแสงมาตกแต่งร่วมกันบนสายโซ่ปล้องท้องงู (Tubogas) อันเต็มไปด้วยความยืดหยุ่น ง่ายต่อการดัดแปลงรูปทรง เช่นเดียวกับอีกหลายรุ่นในคอลเล็กชั่นที่ทวีประกายเจิดจรัสของลูกปัดทองด้วยงานฝังเพชร และรัตนชาติเลอค่าต่างเฉดสี

ในทศวรรษต่อมา ลูกปัดทองได้ร่วมสร้างความโดดเด่นให้แก่บรรดางานออกแบบสัญรูป โดยเฉพาะเข็มกลัดรูปสัตว์ด้วยการทำหน้าที่เดินเส้นตัดภายใน และเดินขอบรอบชิ้นงาน

สำหรับปีค.ศ. 1963 ลูกปัดทองถูกนำมาร้อยสายรวบเส้นบิดเกลียวร่วมกับงานร้อยลูกปัดรัตนชาติต่างเฉดสีในคอลเล็กชั่น Twist ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดแก้วประพาฬสีส้มอมแดง, ลูกปัดพลอยน้ำสมุทรสีน้ำเงินเข้ม หรือลูกปัดหินไข่นกการเวกสีฟ้าสด รวมกระทั่งไข่มุกเลี้ยง แต่ละชิ้นล้วนสะท้อนรสนิยมชมชอบของยุคสมัยที่มีต่อการใช้สัณฐานทรงกลมในงานออกแบบเครื่องประดับร่วมกับลูกเล่นสีตรงข้ามตัดเฉดอย่างฉูดฉาด

และตั้งแต่ปีค.ศ. 1968 เป็นต้นมา ลูกปัดทองกลมกลึงได้ทำหน้าที่เป็นรายละเอียดเติมความอ่อนช้อย เร่งความคมชัดทางรูปทรง ทวีประกายสว่างเรืองรองด้วยการเดินขอบรอบโมทิฟแม่ลายใบโคลเวอร์สี่แฉกของเครื่องประดับ Alhambra ซึ่งเท่ากับแสดงตัวในฐานะสัญลักษณ์ทางการสร้างสรรค์อันอยู่เหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัยของ Van Cleef & Arpels อย่างชัดเจน ขณะที่รสนิยมชมชอบต่องานออกแบบรูปทรงเรขาคณิต นำมาซึ่งเครื่องประดับสไตล์นามธรรม (abstract) ได้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งตลอดทศวรรษ 1980 โดยมีลูกปัดทองเดินเส้นตัดเติมรายละเอียด ปีค.ศ. 2008 มรดกทางงานสร้างสรรค์นี้ก็ขึ้นครองตำแหน่ง 'เครื่องประดับแห่งความสุข' ในคอลเล็กชั่น Perlée มอบความหลากหลายทางโทนสี รูปแบบ และตัวเลือกอันอำนวยต่อทุกความเป็นไปได้ในการสวมสลับจับคู่ทั้งกับผลงานคอลเลกชันเดียวกัน และต่างคอลเลกชันรองรับกับทุกโอกาส และทุกลุคการแต่งกายตามจินตนาการของผู้สวมใส่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด 


อ่านเพิ่มเติม: 

Burberry 'Heads Back to the City' คอลเล็กชั่นใหม่รับฤดูใบไม้ร่วง 2026 ถ่ายทอดวิถีชีวิตแห่งชาวลอนดอน

TOMMY HILFIGER เผยแคมเปญล่าสุด 'Always Denim' โดยมี Romeo Beckham ถ่ายทอดมุมมองใหม่ของสไตล์ Classic American Cool

ลวดลาย Paisley ในคอลเล็กชั่น Loro Piana Fall/Winter 2026-2027 เรื่องราวของความงดงามและรายละเอียดอันประณีต

Pornprathan Chaikorngosol
Branded Content Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

พรประทาน ชัยกรโกศล Branded Content Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานแปล งานสัมภาษณ์ งาน Production ภาพและวิดีโอ ตลอดจนการถ่ายแฟชั่นเซ็ท และยังดูแลในส่วนของ Style ด้วยเช่นกันทั้งบางส่วนในเล่ม ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย