ร่วมสำรวจเส้นทางแห่งความยั่งยืนที่แบรนด์จิวเวลรีระดับโลกอย่าง Tiffany & Co., Jewelmer, Cartier และอีกหลายแบรนด์ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับความงามที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เมื่อเอ่ยถึงอัญมณีและเครื่องประดับ คำอย่าง ‘จริยธรรม’ และ ‘ความยั่งยืน’ อาจไม่ใช่สิ่งแรกที่ผู้คนจะนึกถึง ทว่าในโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในปี 2025 นี้ ภาพจำเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
จากการเลือกสรรวัตถุดิบที่ไม่ทำลายภูมิประเทศธรรมชาติ ไปจนถึงการผลักดันโครงการเพื่อฟื้นฟูมหาสมุทร และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อุตสาหกรรมจิวเวลรีกำลังเดินหน้าไปในทิศทางใหม่ เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และสะท้อนความงามที่ไม่เพียงเปล่งประกาย หากแต่มีจิตสำนึกต่อโลกใบนี้
ไม่ว่าจะเป็น Tiffany & Co., Chopard, Bvlgari หรือแม้แต่แบรนด์ท้องถิ่นที่ยืนหยัดในหลักการเดียวกัน ต่างก็มีบทบาทสำคัญในการเขียนนิยามใหม่ให้กับ ‘ความหรูหรา’ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Tatler ขอพาคุณไปรู้จักกับแคมเปญและแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ของแบรนด์จิวเวลรีเหล่านี้ ที่มุ่งมั่นจะทำให้ความงดงามคงอยู่ ทั้งสำหรับผู้สวมใส่ และโลกของเราต่อไปในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม: ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก กับ 3 ต้นแบบธุรกิจเพื่อสังคมที่ไม่ต้องสละผลกำไร
Tiffany & Co

Above ในขณะที่แบรนด์กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 อย่างสง่างาม Tiffany & Co. ยังคงยึดมั่นในพันธกิจอันลึกซึ้ง การรักษาความงดงามของโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม (ภาพ: Tiffany & Co.)
Tiffany & Co. แบรนด์จิวเวลรีระดับตำนานจากนิวยอร์ก ไม่เพียงสร้างสรรค์ความงามเหนือกาลเวลา หากยังทุ่มเททรัพยากรเพื่อปกป้องความงามของธรรมชาติไว้อย่างจริงจัง ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Tiffany ได้มอบเงินสนับสนุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับโครงการที่มุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งการปกป้องมหาสมุทร การพิทักษ์แนวปะการัง และการอนุรักษ์ภูมิประเทศอันเปราะบาง
ในขณะที่แบรนด์กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 อย่างสง่างาม Tiffany & Co. ยังคงยึดมั่นในพันธกิจอันลึกซึ้ง การรักษาความงดงามของโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม ไม่ต่างจากอัญมณีที่เปล่งประกายอยู่ในกล่องสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์
Pandora

Above การสร้างความครอบคลุม ความหลากหลาย และความเป็นธรรม ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ Pandora และเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (ภาพ: Pandora)
Pandora แบรนด์จิวเวลรีจากเดนมาร์กที่ครองใจผู้คนทั่วโลก ไม่ได้หยุดเพียงแค่การนำเสนอดีไซน์ที่ทันสมัยและราคาจับต้องได้ แต่ยังมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ โดยประกาศเป้าหมายสำคัญที่จะใช้ ทองและเงินรีไซเคิล 100% ภายในปี 2025 นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการลดผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่อสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด Corporate Knights ได้ประกาศให้ Pandora เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลกประจำปี 2025 บนเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นอกจากนี้ Pandora ยังเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต โดยหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานผลิตหลักทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 75% และยังสามารถรีไซเคิลได้อย่างเต็มรูปแบบ
Jewelmer

Above Jewelmer คือแบรนด์เครื่องประดับจาก ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพาะพันธุ์ไข่มุกทะเลใต้ (South Sea Pearl) และความงามของวัฒนธรรมเครื่องประดับจากไข่มุก (ภาพ: Jewelmer)
Jewelmer แบรนด์ผู้ผลิตไข่มุกทองคุณภาพระดับโลกจากหมู่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อตั้งโดย ฌากส์ บราเนลเล็ค นักบินชาวฝรั่งเศส ไม่เพียงมุ่งมั่นในการรังสรรค์ไข่มุกชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างจริงจัง
ด้วยความกังวลต่อสภาวะความเป็นกรดของมหาสมุทร ระดับน้ำทะเลและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่ขึ้น Jewelmer จึงก่อตั้งมูลนิธิ Save Palawan Sea Foundation (SPSF) เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ผ่านการเพิ่มจำนวนปะการัง การทำความสะอาดชายฝั่ง และการพัฒนาคุณภาพของระบบน้ำ ทั้งหมดนี้เพื่อเยียวยาท้องทะเลและสนับสนุนวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพิงมหาสมุทรอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม: ทำความรู้จัก Jewelmer แบรนด์เครื่องประดับหรูเบื้องหลังมงกุฎ Miss Universe 2024
Cartier

Above คาร์เทียร์เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง 14 คนของ Responsible Jewellery Council (RJC) ภายใต้เป้าหมาย การสร้างความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากร และการสนับสนุนความหลากหลายที่ครอบคลุม (ภาพ: Cartier)
Cartier เปิดตัวโครงการ Watch & Jewellery Initiative 2030 อย่างเป็นทางการในปี 2022 ร่วมกับสมาชิกจากอุตสาหกรรมนาฬิกาและเครื่องประดับ โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเสริมความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมความหลากหลายอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม
โครงการนี้ถือกำเนิดจากความเชื่อร่วมกันว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือกันในระดับโลก โดย Cartier และ Kering ได้จับมือกันเพื่อขยายขอบเขตและยกระดับการดำเนินงานในทิศทางที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นผ่านโครงการนี้
Swarovski

Above ในปี 2021 แบรนด์คริสตัล Swarovski ร่วมมือกับ Science Based Targets initiative (SBTi) ในการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) และยึดมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังภายในปี 2030 (ภาพ: Swarovski)
แบรนด์คริสตัลจากออสเตรีย Swarovski กำลังก้าวข้ามความงดงามในเชิงสุนทรียะสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่นและจิวเวลรี ภายใต้แนวคิด ‘Conscious Luxury’ แบรนด์ได้ให้คำมั่นสัญญาในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจ ทั้งในเรื่องของการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยคาร์บอน และการจัดการของเสียอย่างรอบคอบ
คริสตัลทุกชิ้นของ Swarovski ผลิตด้วยสูตรเฉพาะปราศจากสารตะกั่ว พร้อมทั้งมีมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโรงงานหลัก รวมถึงมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100%
นอกจากนี้ Swarovski Foundation ยังทำงานเชิงรุกในการสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมทั่วโลก โดยมุ่งหวังจะสร้างโลกที่ส่องประกายด้วยความงดงามทั้งในรูปแบบที่มองเห็นได้และในคุณค่าที่จับต้องไม่ได้
Chopard

Above Chopard เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาและเครื่องประดับหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ กำลังนิยามความหรูหราในแบบใหม่ ที่ไม่ได้วัดเพียงจากความงดงามของอัญมณี แต่รวมถึงจริยธรรม (ภาพ: Chopard)
Chopard คือหนึ่งในแบรนด์จิวเวลรีระดับสูงที่บุกเบิกแนวทางแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยตั้งแต่ปี 2018 แบรนด์ได้ประกาศใช้ ‘Ethical Gold’ 100% ซึ่งหมายถึงทองคำที่ได้จากแหล่งที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และผ่านการจัดหาอย่างรับผิดชอบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและแรงงานในเหมือง
ภายใต้ปรัชญา ‘The Journey to Sustainable Luxury’ Chopard กำลังนิยามความหรูหราในแบบใหม่ ที่ไม่ได้วัดเพียงจากความงดงามของอัญมณี แต่รวมถึงจริยธรรม ความโปร่งใส และการร่วมมืออย่างจริงจังกับชุมชนในห่วงโซ่อุปทาน แบรนด์ให้ความสำคัญกับการควบคุมทุกกระบวนการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางเพื่อความยั่งยืนนั้นฝังรากลึกในทุกมิติของการสร้างสรรค์
Bvlgari

Above Bvlgari เลือกใช้วัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรองจาก Responsible Jewellery Council (RJC) ทั้งในด้านจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน (ภาพ: Bvlgari)
Bvlgari แบรนด์เครื่องประดับหรูสัญชาติอิตาลี ได้นำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนมาผสานเข้ากับหัวใจของการดำเนินธุรกิจอย่างแนบเนียน ภายใต้กรอบการทำงานที่เน้นความรับผิดชอบในทุกมิติ แบรนด์ได้ยกระดับมาตรฐานการผลิตโดยเลือกใช้วัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรองจาก Responsible Jewellery Council (RJC) ทั้งในด้านจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน
ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงกระบวนการผลิตในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด Bvlgari แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสมดุลระหว่าง ศิลปะแห่งความงาม และ จิตสำนึกต่อโลก อย่างแท้จริง
This story was originally written in English by Gabriel Bohol.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2023 โดย Gabriel Bohol โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
10 สร้อยคอเพชรอันเป็นตำนานระดับโลก
เส้นทางการเข้าสู่โลกแห่งเครื่องประดับชั้นสูงของ Nadine Ghosn
Genderless jewellery เมื่อถึงวันที่เครื่องประดับไม่แบ่งเพศอีกต่อไป
Topics





