Nadine Ghosn pays homage to ordinary objects with her jewellery, crafting them with precious metals, diamonds and gemstones (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Cover นาดีน กอส์น (Nadine Ghosn) ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสิ่งของในชีวิตประจำวัน ออกมาเป็นชิ้นงานอัญมณีที่ทำขึ้นด้วยโลหะมีค่า เพชร และอัญมณี (ภาพ: ได้รับความอนุเคราะห์จาก Nadine Ghosn)
Nadine Ghosn pays homage to ordinary objects with her jewellery, crafting them with precious metals, diamonds and gemstones (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)

Nadine Ghosn ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับชื่อเดียวกับชื่อของเธอ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องผลงานการดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเตะตา รายละเอียดประณีต และวัสดุคุณภาพเยี่ยม

เส้นทางการเข้าสู่โลกแห่งเครื่องประดับชั้นสูงของนาดีน กอส์น (Nadine Ghosn) เริ่มจากวัยเด็กที่เธอรักที่จะแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยต่างหูและกำไล ถึงแม้ว่าเธอจะเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์และศิลปะในมหาวิทยาลัย การได้ฝึกงานกับเฮาส์สุดหรูอย่าง Hermes ก็จุดประกายความหลงใหลในงานสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัดในอุตสาหกรรมนี้ ในฐานะผู้บริโภค นาดีนปรารถนาชิ้นงานเครื่องประดับที่สะท้อนบุคลิกของเธอตลอดจนประสบการณ์และรสนิยมอย่างผู้รู้จริงเกี่ยวกับวัสดุคุณภาพสูง

ดังนั้นในปี 2015 เธอจึงก่อตั้งแบรนด์ที่ใช้ชื่อเดียวกับเธอขึ้นมา นั่นคือ Nadine Ghosn ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจนจากแบรนด์อื่นออกมาผ่านวิสัยทั
ศน์ที่หาญกล้าของนาดีนและงานออกแบบแปลกใหม่ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตรายละเอียดแสนประณีต และวัสดุอันล้ำค่า ความมานะบากบั่นเพียงลำพังได้กลายมาเป็นแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงระดับนานาชาติที่บรรดาร้านเครื่องประดับชื่อดังที่สุดของโลกต่างก็สั่งผลงานของเธอมาวางขายที่ร้าน

ในบทสัมภาษณ์แบบเอ็กซคลูซีฟกับ Tatler นาดีนบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเธอ ซึ่งรวมถึงชัยชนะในยุคแรกๆ เมื่อร้าน Colette ซึ่งเป็นบูทีคในปารีสอันเป็นตำนานสั่งชิ้นงานของเธอไปวางขายหน้าร้าน ตลอดจนเมื่อแฟชั่นไอคอนอย่างคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และบียอนเซ เลือกใส่เครื่องประดับที่เธอออกแบบ เธอยังบอกเล่าถึงความท้าทายของการเลี้ยงชีพตัวเองในฐานะผู้ประกอบการหญิงในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันดุเดือด ตลอดจนเรื่องของการผลักดันตัวเองไปสู่ความสำเร็จผ่านความอ่อนน้อมถ่อมตน การนิยามแนวทางสุนทรียะของตัวเอง และการก่อร่างสร้างความมั่นใจขึ้นมา

 

คุณเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเครื่องประดับได้อย่างไร?
เครื่องประดับเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจฉันมาตั้งแต่สมัยฉันเป็นเด็ก พี่น้องของฉันจะขอตุ๊กตาหรือหนังสือ แต่ฉันขอต่างหู! ฉันไม่เคยตั้งเป้าว่าจะเป็นนักออกแบบเครื่องประดับเลย
แต่เป็นคนประเภทที่จะทำงานในบริษัทมากกว่า หลังจากจบจากสแตนฟอร์ดโดยได้ปริญญาควบสาขาเศรษฐศาสตร์และศิลปะ ฉันก็เริ่มทำงานกับ Boston Consulting Group ในนิวยอร์ก
หลังจากนั้นฉันได้ร่วมงานกับเฮาส์หรูอย่าง Hermes ซึ่งบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของฉันเช่นเดียวกับแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัด สิ่งเหล่านี้ปลุกความสนใจของฉันในอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาและเผยให้เห็นโอกาสที่มีอยู่จริงในตลาด มีผู้เล่นแค่ไม่กี่คนที่สร้างความแตกต่างให้เห็น วงการนี้ช่างคาดเดาได้และยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติมาก แต่ในฐานะผู้บริโภค
ฉันอยากที่จะใส่เครื่องประดับที่สะท้อนบุคลิก ตัวตนและประสบการณ์ของฉันออกมาในขณะที่ให้ความสำคัญกับวัสดุที่ดีที่สุด

ช่วยเล่าถึงช่วงเวลาสำคัญทางอาชีพที่คุณรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษได้ไหม?
ฉันจำว่าฉันเข้าใจแจ่มแจ้งว่าฉันต้องการให้บริษัทของฉันก้าวไปสู่เป้าหมายเช่นไรตอนที่ฉันจด [ไอเดียธุรกิจ] ของฉันลงไปฉันเต็มตื้นไปด้วยความกลัวและความไม่แน่ใจเป็นอย่างมาก
ฉันก็เลยมุ่งความสนใจไปที่การบรรลุเป้าหมายเชิงบวกและความฝันที่เปี่ยมด้วยความหวังแทน ซึ่งในลิสต์นั้นมีอยู่ 3 สิ่ง นั่นคือฉันอยากให้ร้าน Colette ซึ่งเป็นร้านมัลติแบรนด์ที่ขายสินค้าหรูวางขายชิ้นงานของฉัน กับการที่ทั้งคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ กับบียอนเซ ต่างก็ใส่เครื่องประดับของฉันมันเป็นความฝันแต่ที่บ้ามากๆ ก็คือในปีแรกที่ฉันก่อตั้งแบรนด์ ทั้ง 3 สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง
ฉันน้อมรับมันและภูมิใจมาก ฉันเรียกความมั่นใจของตัวเองได้อีกครั้งว่าฉันเดินมาถูกทางแล้ว การที่คาร์ลตกหลุมรักกับหูฟังของฉันและใส่มันติดกัน 3 เดือนเต็มเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจที่สุด ตอนที่เขาจ่ายเงินซื้องานชิ้นนั้นฉันจำได้ว่าไม่อยากเอาเช็กไปขึ้นเงินและอยากเก็บมันใส่กรอบเลยด้วยซ้ำไป

 

Tatler Asia
Pencil bracelet (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above สร้อยข้อมือดินสอ (ภาพ: Nadine Ghosn)
Tatler Asia
Pencil bracelet (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above สร้อยข้อมือดินสอ (ภาพ: Nadine Ghosn)
Pencil bracelet (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Pencil bracelet (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Tatler Asia
Diamond Shut Up earrings (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above ต่างหู Diamond Shut Up (ภาพ: Nadine Ghosn)
Tatler Asia
Bracelet inspired by forks and spoons (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above สร้อยข้อมือที่ได้รับแรงบันดาลใจจากส้อมและช้อน (ภาพ: Nadine Ghosn)
Diamond Shut Up earrings (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Bracelet inspired by forks and spoons (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของคุณในการสร้างความแตกต่างให้ตัวเองโดดเด่นจากคู่แข่งรายอื่นๆ คืออะไร?
ฉันคิดว่ามันคือการพัฒนาความต้องการและมุมมองของตัวเองตลอดจนรวบรวมความกล้าให้มากพอที่จะทำวิสัยทัศน์ของตัวเองให้เป็นจริงขึ้นมาแทนที่จะยอมให้เหล่านักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญในวงการครอบงำแนวทางการทำงานของฉัน พื้นที่ในแวดวงเครื่องประดับนั้นแตกตัวออกเป็นส่วนๆ และแข่งขันกันสูงมาก และโชคร้ายที่บางคนใช้ประโยชน์จากความคิดที่ไม่ใช่ของพวกเขาเอง โชคยังดีที่โซเชียลมีเดียช่วยปกป้องและรักษาวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมของนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ฉันค่อยๆ เริ่มที่จะเข้าใจและบ่มเพาะแนวทางของตัวเองตลอดจนสุนทรียศาสตร์ที่ระบุออกมาได้และมีเอกลักษณ์ซึ่งกลายมาเป็นกระดูกสันหลังของดีเอ็นเอของแบรนด์ฉันผ่านการสนทนาและการแสดงงาน

ใครคือกองเชียร์ตัวยงและนักวิจารณ์ขาประจำของคุณ?
ฉันนี่แหละค่ะที่เป็นทั้งสองอย่างเลย คนส่วนใหญ่ที่อยู่รอบตัวฉันเชื่อว่ามันมีการแข่งขันมากเกินไปและว่าฉันไม่มีโอกาสที่จะทำได้หรอกเพราะฉันไม่มีความรู้หรือเส้นสายใดๆ ในวงการนี้เลย การสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองโดยไม่มีใครช่วยบังคับให้คุณอ่อนน้อมถ่อมตนและมั่นใจในเวลาเดียวกัน ตลอดจนท้าทายตัวเองให้ก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง การสร้างแบรนด์ที่ใช้ชื่อตัวเองแบบนี้เกือบจะเป็นความท้าทายส่วนตัวพอๆ กับที่เป็นความท้าทายทางอาชีพเพราะฉันจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและต้องสร้างความเชื่อมั่นภายในตัวเองตลอดจนหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

Tatler Asia
Veggie Burger ring (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above แหวนเบอร์เกอร์ผักภาพ: Nadine Ghosn)
Tatler Asia
Bold Block & Bling Block Ring  (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above แหวน Bold Block & Bling (ภาพ: Nadine Ghosn)
Veggie Burger ring (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Bold Block & Bling Block Ring  (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Tatler Asia
Bike Chain and Diamond Bike Chain (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)
Above สร้อยข้อมือโซ่จักรยานและสร้อยข้อมือโซ่จักรยานประดับเพชร (ภาพ: Nadine Ghosn)
Bike Chain and Diamond Bike Chain (Photo: courtesy of Nadine Ghosn)

มีเคล็ดลับอะไรที่อยากบอกนักออกแบบเครื่องประดับหน้าใหม่ที่มองหาหนทางจะทลายกำแพงเรื่องความคิดสร้างสรรค์บ้างไหม?
ประการแรกและสำคัญที่สุดคือสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง การเป็นผู้ประกอบการนั้นไม่ต่างจากรถไฟเหาะตีลังกา มันมีทั้งขาขึ้นและขาลง การมีคนรอบข้างที่พร้อมสนับสนุนคุณและมอบที่หลบภัยให้คุณคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณฟันผ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ประการที่สองอย่ากลัวที่จะกระโดดและดำเนินงานภายนอกพื้นที่ที่คุณรู้สึกสบายใจเพราะนั่นคือที่ที่ความหัศจรรย์จะบังเกิดและเป็นที่ที่พัฒนาการส่วนใหญ่ของคุณจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ประการที่สาม ไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ว่าไอ้คนที่พูดมากในตัวคุณจะมองโลกติดลบแค่ไหนก็ตาม ใช้ทรัพยากรที่คุณมีรอบตัว ทั้งที่ปรึกษา หนังสือ โคชเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ละสายตาไปจากแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นั้น

ใครคือที่สุดของงานออกแบบเครื่องประดับและทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
JAR ค่ะ (Joel Arthur Rosenthal) เขาแน่วแน่ มั่นคง และหาญกล้าในงานออกแบบและแนวทางของเขา เขาฉลาดมากๆ พิถีพิถันและดื้อดึงเขานิยามกฎเกณฑ์ของตัวเองและเล่นเกมของตัวเองโดยไม่สะทกสะท้านกับการเปลี่ยนแปลงภายนอกใดๆ ฉันฝันที่จะเป็นเจ้าของผลงานของเขาสักชิ้นหนึ่ง

บอกเราสักเรื่องที่ไม่มีใครทราบเกี่ยวกับคุณและเส้นทางการเป็นนักออกแบบของคุณหน่อยสิ?
ฉันไม่เคยไปเรียนในโรงเรียนสอนการออกแบบเลย (ในฐานะบัณฑิตของสแตนฟอร์ด) เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ของฉันก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีหรือไม่ก็ทำงานในสาขานั้น เห็นได้ชัดว่าฉันเป็นพวกนอกคอกเมื่อฉันเลือกที่จะทำงานออกแบบโดยไม่ได้เรียนรู้หรืออบรมด้านนี้มาก่อน

Topics