การประกวด Miss Universe 2024 กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ และอีกไม่กี่วันเราจะได้รู้แล้วว่าใครจะเป็นผู้ครองมงกุฎสุดหรูจาก Jewelmer
เรียกว่าเป็นวาระใหญ่และวาระสำคัญในทุกๆ ปี เมื่อช่วงเวลาของการประกวดนางงามอย่าง Miss Universe เดินทางมาถึง ซึ่งนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญในระดับที่เรียกได้ว่ามันคือโอลิมปิกแห่งวงการนางงามเลยก็ว่าได้ และในปีนี้การประกวด Miss Universe ก็จะจัดขึ้นที่ The Arena CDMX ในเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก โดยประเทศไทยของเรามีตัวแทนนางงามที่น่าจับตามองอย่าง โอปอล สุชาตา ช่วงศรี ซึ่งเธอก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจตลอดทั้งการเก็บตัว รอบชุดประจำชาติ และรอบพรีลิมมินารี (Preliminary Competition)
อ่านเพิ่มเติม: แอนโทเนีย โพซิ้ว กับพลังผู้หญิงที่ขับเคลื่อนโลก
ก่อนที่เราจะร่วมลุ้นเอาใจช่วยตัวแทนจากประเทศไทยให้คว้ามงกุฎดีไซน์ใหม่จากแบรนด์ Jewelmer อย่าง The Lumière de l'Infini ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับแบรนด์เครื่องประดับหรูแบรนด์นี้ พร้อมกับดีเทลสุดตระกาลตาของมงกุฎใหม่นี้ไปพร้อมๆ กัน
13 ดีไซน์มงกุฎเกียรติยศบนหน้าประวัติศาสตร์ของ Miss Universe
สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการประกวดและตัวนางงามมาเสมอคือ มงกุฎ ซึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์การประกวดนางงามจักรวาลก็มีมงกุฎหลากหลายดีไซน์ถูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามแต่ละยุคสมัยและบริบทของการประกวด แต่มีสองดีไซน์มงกุฎที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยและมีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งก็คือ มงกุฎ Sarah Conventry และ มงกุฎ Chandelier ที่ครองโดยสองนางงามจักรวาลจากประเทศไทย อย่าง อาภัสรา หงสกุล และ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก
อีกหนึ่งดีไซน์ที่เป็นที่พูดถึงมากคือ มงกุฎ Mikimoto มงกุฎไข่มุกบนตัวเรือนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนของนกฟีนิกซ์ ถูกใช้เพื่อฉลองครอบ 50 ปีของการประกวด ออกแบบโดยแบรนด์ไข่มุกชั้นนำอย่าง Mikimoto Pearl ซึ่งถูกใช้ในปี 2002 - 2007 ก่อนที่จะถูกนำมาใช้อีกครั้งในการประกวดปี 2017 และ 2018 โดยสองนางงามจักรวาล Demi-Leigh Nel-Peters และ Catriona Gray
ส่วนมงกุฎดีไซน์ล่าสุดก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นดีไซน์ที่ใช้ในปีนี้คือ มงกุฎ Force for good โดย Mouawad ซึ่งมงกุฎนี้มีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 200 ล้านบาท) ขึ้นรูปและประกอบด้วยมือทั้งหมด ใช้อัญมณีจำนวน 993 เม็ด เป็นแซฟไฟร์สีน้ำเงินรวม 110.8 กะรัต โดยเม็ดยอดของมงกุฎเป็นแซฟไฟร์สีนำ้เงินเจียระไนทรงหยดน้ำ น้ำหนัก 45.15 กะรัต พร้อมประดับด้วยเพชรขาวรวม 48.24 กะรัต ตัวมงกุฎออกแบบมาเป็นทรงของเกลียวคลื่นไล่สีจากฐานที่เป็นสีขาวขึ้นสู่ยอดมงกุฎที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม
และในปีนี้การประกวด Miss Universe ก็ได้ประกาศเปิดตัวมงกุฎดีไซน์ใหม่ ลำดับที่ 13 ของประวัติศาสตร์การประกวดอย่าง The Lumière de l'Infini ที่ออกแบบโดย Jewelmer
'Jewelmer' แบรนด์เครื่องประดับหรูกับไข่มุกสีทอง

Above วัฒนธรรมการเก็บเกี่ยวไข่มุกทะเลใต้ (ภาพ: Jewelmer)

Above บูติกของ Jewelmer สปอนเซอร์มงกุฎ Miss Universe 2024 (ภาพ: Jewelmer)
ก่อนที่เราจะพูดถึงดีไซน์ของมงกุฎประจำตำแหน่ง Miss Universe 2024 เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับแบรนด์เครื่องประดับหรูที่อยู่เบื้องหลังผลงานชิ้นเอกนี้กันก่อน
Jewelmer คือแบรนด์เครื่องประดับที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพาะพันธุ์ไข่มุกทะเลใต้ (South Sea Pearl) และความงามของวัฒนธรรมเครื่องประดับจากไข่มุก โดยเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1979 ผ่านความตั้งใจของผู้ผลิตไข่มุกชาวฝรั่งเศสและนักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ โดยในตอนแรกเริ่ม ทางแบรนด์ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอย่าง ชาวบาเจาจากทางตอนใต้ของฟิลิปปีนส์ในการเก็บผลผลิตไข่มุก ก่อนจะเปิดฟาร์มแห่งแรกขึ้นที่เกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์
หลังจากก่อตั้งแบรนด์มาได้สักระยะหนึ่ง การศึกษาอย่างยาวนานก็ทำให้ Jewelmer สามารถเพาะพันธุ์หอยมุกที่ผลิตไข่มุกทะเลใต้สีทองได้สำเร็จในปี 1989 พร้อมจัดแสดงผลงานในงานแสดงเครื่องประดับหรูของประเทศโมนาโค เคียงข้างแบรนด์ระดับโลกอย่าง Cartier และ Mikimoto อีกด้วย
นอกจากนี้ในปี 2016 หลังจากการรอคอยกว่า 37 ปี Jewelmer ก็สามารถผลิตสร้อยขอไข่มุกทะเลใต้สีทองที่สมบูรณ์ที่สุด ทั้งขนาด สีสัน และคุณภาพ ออกมาได้สำเร็จอีกด้วย ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับสุดเลอค่าและหายากที่สุดชิ้นหนึ่งของแบรนด์
อ่านเพิ่มเติม: เครื่องประดับมุก: 5 วิธีสไตลิ่งอัญมณีสุดคลาสสิกให้สวยเลิศและสร้างสรรค์

Above เกาะปาลาวันที่ตั้งของฟาร์มไข่มุกทะเลใต้ของ Jewelmer สปอนเซอร์มงกุฎ Miss Universe 2024 (ภาพ: Jewelmer)

Above ผลผลิตไข่มุกทะเลใต้สีทองจากการวิจัยของ Jewelmer สปอนเซอร์มงกุฎ Miss Universe 2024 (ภาพ: Jewelmer)

Above ภาพจากงานจัดแสดงผลงานเครื่องประดับหรูที่โมนาโก (ภาพ: Jewelmer)

Above สร้อยมุกทะเลใต้สีทองที่ใช้เวลากว่า 37 ปีในการคัดเลือกไข่มุก (ภาพ: Jewelmer)
หัวใจหลักของแบรนด์คือ การนำเสนอความงามที่เป็นปัจเจก โดดเด่นไม่เหมือนใคร ควบคู่ไปกับงานฝีมือจิวเวลรี่ในระดับโลกที่พร้อมมอบเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ที่สุด Jewelmer ใช้ทักษะในการคราฟต์เครื่องประกับสุดหรูตามเทคนิคเครื่องประดับชั้นสูงของฝรั่งเศส ผสานเข้ากับไข่มุกหายากที่สวยงาม ผ่านฝีมือของช่างเครื่องประดับที่ได้รับการอบรมจาก atelier หรูในจัตุรัส Place Vendôme ของฝรั่งเศส เพื่องานเครื่องประดับที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่แบรนด์เครื่องประดับนี้จะได้เป็นสปอนเซอร์การแข่งขัน และเป็นผู้ออกแบบมงกุฎไข่มุกสีทองในครั้งนี้
จริงๆ แล้ว Jewelmer ไม่ใช่คนอื่นไกลสำหรับเวทีประกวด Miss Universe เท่าไรนัก เพราะในปี 2017 ทางแบรนด์เป็นผู้ผลิตและออกแบบเครื่องหัวในชุดประจำชาติของ Miss Universe Philippines 2017 อย่าง Maxine Medina บนเวทีการประกวด Miss Universe 2017 อีกด้วย
'The Lumière de l'Infini' มงกุฎใหม่กับแสงสว่างอันเป็นนิรันดร์

Above โอปอล สุชาตา ช่วงศรี ตัวแทนนางงามจากประเทศไทยในการประกวด Miss Universe 2024 กับชุดไทยสุดสง่างามในวันเปิดตัวมงกุฎ (ภาพ: Instagram / @suchaaata)

Above มงกุฎ Light of Infinity มงกุฎประจำตำแหน่ง Miss Universe 2024 ตัวแทนของความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุด (ภาพ: Instagram / @jewelmer)
ในการประกวด Miss Universe 2024 ได้มีการเปิดตัวมงกุฎ Lumière de l'Infini มงกุฎประจำตำแหน่งของนางงามจักรวาลในปีนี้ ที่รอบตัดสินจะเกิดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน ณ เมืองเม็กซิโกซิตี้ มงกุฎที่ผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือของ Jewelmer ประดับด้วยอัญมณีหายากอย่างไข่มุกสีทองที่ส่องประกายงดงาม โดยไข่มุกทะเลใต้นี้ก็เป็นตัวแทนความงามและความแข่งแกร่งของอิสตรี เช่นเดียวกับวิสัยทัศน์ของเวทีการประกวดที่ต้องการส่งเสริม สร้างแรงบันดาลใจ และเฉลิมฉลองให้กับอิมแพ็กของผู้หญิงที่มีต่อสังคม
นี่คือครั้งแรกของเวที Miss Universe ที่มีมงกุฎที่ออกแบบและรังสรรค์ขึ้นโดยช่างชาวฟิลิปปินส์ นี่คือมงกุฎหนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์โดดเด่นเช่นเดียวกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมดีเทลความประณีตอ่อนช้อย และพิถีพิถันตามแบบช่างฝีมือเครื่องประดับชั้นสูง สะท้อนให้เห็นศักยภาพและความสามารถของชาวเอเชียได้อย่างน่าสนใจ
Above เบื้องหลังการออกแบบมงกุฎประจำตำแหน่ง Miss Universe 2024 โดย Jewelmer
Lumière de l'Infini หรือ Light of Infinity คือชื่อเรียกของมงกุฎประจำปีนี้ ออกแบบบนตัวเรือนทองคำเพื่อเป็นตัวแทนของความอบอุ่นของแสงแดด ประดับด้วยเพชรเพื่อเป็นตัวแทนของแสงระยับจากดวงอาทิตย์ รูปทรงของมงกุฎออกแบบเป็นเกลียวคลื่นและฟองคลื่นที่มาพบกับสายลม ฝังด้วยไข่มุกทะเลใต้สีทองกว่า 23 เม็ด ที่ใช้เวลากว่า 5 ปีในการเพาะเลี้ยงและเก็บเกี่ยว เป็นตัวแทนของความงามแห่งแสงอาทิตย์ ไข่มุกเม็ดยอดขนาดใหญ่เป็นภาพแทนของดวงอาทิตย์ล้อมด้วยตัวเรือนที่ทำเลียนแบบวงรัศมีของแสงอาทิตย์ประดับเพชรขาวเพิ่มความระยิบระยับ บอกเล่าถึงความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุด
Jewelmer ใช้เวลานานกว่า 2 ปีในการประกอบมงกุฎนี้ขึ้นมาด้วยมือทุกขั้นตอน รวมถึงการคัดเลือกไข่มุกหายากที่เฉดสีสม่ำเสมอกันทุกเม็ด รูปทรงสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งผ่านการปลูกฝังอย่างดีของธรรมชาติและการดูแลอย่างสุดความสามารถของมนุษย์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความงามของการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ตราบใดที่ยังมีไข่มุก แสงแห่งชีวิตก็ยังคงเปล่งประกายในทุกช่วงเวลา นั่นคือสาเหตุว่าทำไมมงกุฎนี้จึงได้ชื่อว่า Light of Infinity
อีกไม่นานแล้วที่เราจะได้ทราบว่าแสงที่ไม่มีสิ้นสุดนี้จะสาดส่องไปที่นางงามคนไหน เพราะฉะนั้นจงเอาใจช่วยตัวแทนของประเทศกับวินาทีที่สำคัญที่สุดในรอบไฟนอลของ Miss Universe 2024 วินาทีที่จะเป็นปรากฏการณ์และความภาคภูมิใจของคนไทยอีกครั้ง




