Tatler+
Pañpuri แบรนด์ลักซ์ชูรีด้านเวลเนสเปิดตัวคอลเล็กชั่น Burnout Antidotes Wellness Fragrance Series ผ่านไพรเวทดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Flavors of Slow” ที่ปฏิวัติแนวคิดการใช้กลิ่นหอมใหม่
ความเร่งรีบและความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง การค้นหาหนทางหลีกเลี่ยง “Burnout” จึงไม่ใช่เพียงความต้องการส่วนตัว แต่กลายเป็นความจำเป็นเชิงสังคม Pañpuri จัดไพรเวทดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Flavors of Slow” ซึ่งไม่เพียงแค่ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์ แต่ยังปฏิวัติแนวคิดการใช้น้ำหอมจากการตกแต่งภายนอกสู่การบำบัดภายใน
งานนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง นี ชาลิสา วีรวรรณ Wellness & Lifestyle Director และ เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ จากร้านบ้านเทพา ผ่านโมเดล Cross-Industry Partnership ที่ผสานศาสตร์การบำบัดและศิลปะการทำอาหารเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์จาก Traditional Dining Experience สู่ Premium Wellness Dining ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดินเนอร์ครั้งนี้ถูกออกแบบเป็น Customer Journey ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมเวลเนสในแบบ Pañpuri ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: 7 ภูมิปัญญาโบราณเพื่อการดูแลสุขภาพที่ผ่านบททดสอบแห่งกาลเวลา
อีกทั้ง Pañpuri ยังได้ลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยาในการทดสอบกลิ่นผ่าน OSTMR© Method เพื่อยืนยันผลลัพธ์ว่ากลิ่นสามารถปลอบประโลมจิตใจและมอบความสงบจากภายในได้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังเสริม Brand Authority และวางรากฐานสู่ตลาด Wellness & Therapeutic Fragrance มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในระดับโลก
เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ ผู้รังสรรค์ประสบการณ์ผ่านรสชาติ เล่าถึงเบื้องหลังการตีความในครั้งนี้ว่า “โจทย์จาก Pañpuri ครั้งนี้ท้าทายมาก มันคือการถอดรหัส ‘ความรู้สึก’ จากกลิ่น ไม่ใช่แค่การนำน้ำหอมมาใส่ในอาหาร แต่เราต้องตีความว่าเมื่อได้กลิ่นนั้นแล้วเรารู้สึกอย่างไร แล้วแปลงความรู้สึกนั้นออกมาเป็นภาษาของอาหาร เราเริ่มต้นจาก ‘ความวุ่นวาย’ (Chaos) ที่หลายคนเผชิญอยู่ แล้วค่อยๆ พาทุกคนเดินทางสู่ ‘ความสบาย’ (Comfort) และการลงหลักปักฐาน (Grounded) ด้วยเมนูอย่าง ‘ข้าวต้มเป็ด’ ที่รมควันเพื่อให้ได้กลิ่น Woody แบบ THE FIRST ซึ่งเปรียบเหมือนการใช้ทองคำซ่อมแซมรอยร้าวในใจ (Kintsugi) ด้วยสิ่งที่คุ้นเคยและเรียบง่าย สำหรับกลิ่น KINDRED เราสร้างประสบการณ์ให้แขกได้ ‘ค้นหา’ (Discovery) ด้วยตัวเอง ทั้งการเปิดผ้าคลุมเพื่อเจอสลัด หรือการค้นหาเครื่องปรุงที่ซ่อนอยู่ในไห เพื่อให้ทุกคนได้หยุดและมีสมาธิสะท้อนความคิดกับตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของ The Flavor of Slow ที่เราให้คุณค่ากับ ‘เวลา’ และความพยายามเบื้องหลังวัตถุดิบทุกชนิด อย่างเป็ดที่ต้องดรายเอจถึง 14 วัน”
เธอยังกล่าวต่อว่า “ในฐานะเชฟที่เจอภาวะ Burnout บ่อยๆ การที่ Pañpuri นำเรื่องนี้มาพูดถึงอย่างจริงจังทำให้ตามรู้สึกเชื่อมโยงได้มาก และการได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีเรื่องราวลึกซึ้งแบบนี้ ก็เหมือนเป็นยาแก้ Burnout ให้กับเราเอง ทำให้ได้หลุดจากความจำเจและจุดประกายไฟในการทำงานได้อีกครั้งค่ะ”
อ่านเพิ่มเติม: งานอดิเรกและกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยเสริมสมองให้เฉียบคมในระยะยาว ตามหลักวิทยาศาสตร์
“The Flavors of Slow” คือการทดลองทางสังคมที่ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างอาหาร อารมณ์ และการใช้ชีวิต ผ่านวิสัยทัศน์ของเชฟตาม อาหารกลายเป็นภาษาที่ถ่ายทอดความรู้สึกซับซ้อน เป็นสื่อแห่งการเยียวยา และเป็นเครื่องมือเชื่อมมนุษย์กลับสู่ความสงบและตัวตน ในโลกที่เร่งรีบ การชะลอและให้เวลากับประสาทสัมผัสอาจเป็นคำตอบที่หลายคนกำลังมองหา
อ่านเพิ่มเติม:
บทบาทของเทคโนโลยีใหม่ AI สุขภาพองค์รวม และนวัตกรรมที่กำลังพลิกโฉมแวดวงความงาม
เมื่อ AI กำลังก้าวเข้ามากำหนดนิยามใหม่ให้กับเทรนด์การดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย
IBM และ L'Oréal ร่วมสร้างปรากฏการณ์ AI สุดล้ำเพื่อพัฒนาการสร้างเครื่องสำอางแนวคิดยั่งยืน





































