ขณะที่ Artcurial ในปารีส กำลังเตรียมนำสร้อยจำลองในคดีสร้อยพระศอเพชรของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ออกประมูลในวันอังคารที่ 17 มิถุนายนนี้ Christie’s ก็เตรียมนำเพชรสีชมพูอมม่วงที่เชื่อกันว่าเคยเป็นสมบัติของพระนาง ออกประมูลในวันเดียวกัน โดยคาดว่าจะทำเงินได้มากถึง 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เพชรล้ำค่าที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ยุโรปนานนับศตวรรษ อย่างเพชรแฟนซีสีชมพูอมม่วง ขนาด 10.38 กะรัต ที่รู้จักกันในนาม “Marie-Thérèse Pink Diamond” ได้กลายเป็นจุดเด่นของการประมูลที่ Christie’s นิวยอร์ก ในวันอังคารที่ 17 มิถุนายนนี้
แหวนอัญมณีทรงว่าววงนี้มีเรื่องราวอันน่าหลงใหลย้อนกลับไปถึงดัชเชสมารี-เทเรซ ด็องกูเลม พระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีมารี อ็องตัวแน็ต และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่โดย JAR ช่างอัญมณีชื่อดังผู้ลึกลับ จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกหายากสำหรับนักสะสมทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม: สร้อยจำลองที่เลียนแบบสร้อยเพชรบันลือโลกของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต เตรียมนำออกประมูลในสัปดาห์หน้า
ราชินีผู้มีสายพระเนตรเฉียบคมในความงามของอัญมณี
มารี อ็องตัวแน็ต (Marie-Antoinette, 1755-1793) สมเด็จพระราชินีองค์สุดท้ายแห่งฝรั่งเศสก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส ยังคงเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของราชวงศ์ยุโรปในศตวรรษที่ 18 ท่ามกลางสัญลักษณ์มากมายที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตอันหรูหรา คอลเล็กชั่นอัญมณีของพระนางได้ดึงดูดความสนใจของนักประวัติศาสตร์ นักสะสม และผู้ชื่นชมมานานนับศตวรรษ อัญมณีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์ของฐานันดรศักดิ์และรสนิยมอันวิจิตรของพระนาง
พระนางมารี อังตัวแน็ต ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีในปี 1774 และทรงมีชื่อเสียงในด้านความฟุ่มเฟือย ความรักในแฟชั่น การออกแบบ และเครื่องประดับ พระองค์ทรงมีสายพระเนตรเฉียบคมในเรื่องความงามและความหลงใหลในอัญมณีหายาก คอลเล็กชั่นของพระนางจึงเต็มไปด้วยไข่มุก เพชร และอัญมณีสีสันจากทั่วโลก แต่ละชิ้นถูกเลือกสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่เพียงเพื่อมูลค่าเท่านั้น แต่เพื่อความสง่างามและความเป็นเอกลักษณ์

Above เมื่อทรงก้าวเข้าสู่โลกอันหรูหราของราชสำนักฝรั่งเศส ณ พระราชวังแวร์ซายส์ พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ทรงมักสั่งทำเครื่องประดับ ซึ่งรังสรรค์โดยช่างอัญมณีชาวปารีสฝีมือเยี่ยมที่สุด (ภาพ: Fine Art Images/Heritage Images/Getty Images)
ก่อนความพยายามหลบหนีครั้งใหญ่จากปารีส หรือเหตุการณ์ Flight to Varennes อันอื้อฉาว พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ทรงรวบรวมเครื่องประดับล้ำค่า และทรงมอบให้กับช่างพระเกศาที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัย โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาอยู่ร่วมกัน...แต่ประวัติศาสตร์ก็ดึงพระองค์ไปสู่เส้นทางอื่น
หลังการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์และการสิ้นพระชนม์อันน่าเศร้าของราชวงศ์ อัญมณีเหล่านี้ได้ตกทอดมายังทายาทผู้รอดชีวิตเพียงพระองค์เดียวคือ ดัชเชสมารี-เทเรซ ด็องกูเลม (Marie-Thérèse d'Angoulême, 1778-1851) เมื่อทรงไม่มีทายาทของพระองค์เอง ดัชเชสมารี-เทเรซจึงส่งต่อมรดกนี้ให้กับหลานสาวของพระองค์คือ ดัชเชสมารี-เทเรซ เดอ ชองบอร์ (Marie-Thérèse de Chambord) หลายปีให้หลังก็มีบันทึกในพินัยกรรมที่เปิดเผยของผู้ครอบครองเพชรเม็ดนี้รุ่นต่อมาคือ สมเด็จพระราชินีมารี เทเรซา แห่งบาวาเรีย (Queen Marie Theresa of Bavaria, 1849-1919) ที่ระบุถึงอัญมณีดังกล่าวว่าเป็น “เพชรสีชมพูเม็ดเดี่ยวจากป้าชองบอร์”
อ่านเพิ่มเติม: ร่วมออกผจญภัยไปกับเครื่องประดับชั้นสูงเคียงข้าง Julie Clody Medina ประธาน Van Cleef & Arpels ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การกำเนิดใหม่ของเพชรราชวงศ์
อัญมณีชิ้นนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นอันทรงเกียรติของราชวงศ์ และผ่านมือผู้ครอบครองจากรุ่นสู่รุ่น โดยปรากฏตัวครั้งหลังสุดในการประมูลที่เจนีวาเมื่อปี 1996 ในรูปแบบปิ่นปักผม ก่อนเจ้าของคนปัจจุบันตัดสินใจเปลี่ยนโฉมอัญมณีอันทรงคุณค่านี้อีกครั้ง
ณ จุดนี้เอง โจเอล อาร์เธอร์ โรเซนธาล (Joel Arthur Rosenthal) หรือที่รู้จักกันในชื่อ JAR นักออกแบบเครื่องประดับระดับตำนาน ได้เข้ามามีบทบาท ด้วยชื่อเสียงจากผลงานการออกแบบที่กล้าหาญ ประณีต และหายากยิ่ง โดยมีลูกค้าคนดังที่รวมถึง Elizabeth Taylor และ Diane von Furstenberg
JAR ได้เนรมิตเพชรประวัติศาสตร์เม็ดนี้ให้กลายเป็นแหวนเพชรร่วมสมัยที่งดงามตระการตา โดยมีเพชรสีชมพูอมม่วงขนาด 10.38 กะรัตเป็นศูนย์กลาง พร้อมการฝังเพชรจิกไข่ปลาอีกสองชั้น และยังเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยทรงดอกลิลลี่ที่เปล่งประกายจากเพชรขนาดเล็กอีก 17 เม็ด ประดับเหนือเพชรเม็ดกลางอย่างสง่างาม เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงต้นกำเนิดในราชวงศ์ฝรั่งเศสของเพชรเม็ดนี้ได้อย่างลึกซึ้ง การออกแบบใหม่โดย JAR ครั้งนี้ ได้ผสานความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์เข้ากับวิสัยทัศน์ทางศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นสิ่งที่ Christie's อธิบายว่าเป็น “บทสนทนาระหว่างศตวรรษ”

Above ปิ่นปักผมประดับเพชรชิ้นที่สมเด็จพระราชินีแห่งบาวาเรียได้รับจาก “ป้าชองบอร์” ของพระนาง ซึ่งต่อมาถูกนำออกเสนอขายโดยทายาทของพระองค์ที่เจนีวาในเดือนพฤศจิกายน 1996

Above เพชรราชวงศ์เก่าแก่ที่ซ่อนตัวจากการรับรู้ของสาธารณชนมานานหลายทศวรรษ ได้รับการแปลงโฉมเป็นผลงานร่วมสมัยโดย JAR ช่างอัญมณีชื่อดัง
ราหุล กาดาเกีย (Rahul Kadakia) หัวหน้าฝ่ายอัญมณีนานาชาติของ Christie’s กล่าวยกย่องผลงานนี้ว่า “แหวนวงนี้มีทุกสิ่งที่นักสะสมปรารถนา เพชรเม็ดนี้ ซึ่งน่าจะมีต้นกำเนิดจากเหมืองอัญมณีล้ำค่าของอินเดียอย่างโกลคอนดา มีเฉดสีอ่อนที่หลากหลาย สะท้อนประกายชมพูและม่วงจากทุกเหลี่ยมมุม และได้รับการรังสรรค์ให้เป็นผลงานชิ้นเอกโดย JAR ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสง่างามของราชวงศ์เอาไว้”
Above เพชรสีชมพูอมม่วง Marie-Thérèse ได้ถูกนำมาประมูลครั้งหลังสุดที่เจนีวาในปี 1996 โอกาสนี้จึงเป็นครั้งเดียวที่อัญมณีซึ่งได้รับการเปลี่ยนรูปลักษณ์โดย JAR จะถูกนำออกประมูลที่ Christie's ในนิวยอร์ก ด้วยมูลค่าคาดการณ์ที่ 5-7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
“มันเป็นอัญมณีที่มีสีสันพิเศษมาก มาจากเหมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในโลก ทั้งยังสืบทอดมาจากราชวงศ์ฝรั่งเศส สู่ราชวงศ์บาวาเรีย และตอนนี้มันได้หลอมรวมเพชรเก่าแก่จากศตวรรษที่ 18 เข้ากับงานศิลป์ของ JAR เรียกได้ว่า มันมีทุกสิ่งที่คุณต้องการ”
ด้วยมูลค่าการประมูลที่ Christie’s ประเมินไว้ระหว่าง 5-7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 162.02 - 228.37 ล้านบาท แหวน “Marie-Thérèse Pink Diamond” โดย JAR จึงเป็นโอกาสหายากสำหรับนักสะสมที่จะได้ครอบครองไม่เพียงแต่อัญมณีงดงาม แต่ยังได้สัมผัสกับชิ้นส่วนแห่งประวัติศาสตร์ยุโรปที่จับต้องได้ ซึ่งได้รับการตีความใหม่โดยหนึ่งในช่างอัญมณีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค การประมูลซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน “Magnificent Jewels” ครั้งนี้ จึงคาดว่าจะดึงดูดความสนใจได้จากทั่วทุกมุมโลกในฐานะสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครเทียบได้








