Julie Clody Medina (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)
Cover Julie Clody Medina ประธาน Van Cleef & Arpels ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Julie Clody Medina (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)

Van Cleef & Arpels พร้อมกางใบเรือออกเดินทางสู่การผจญภัย กับคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายคลาสสิก Treasure Island โดย Robert Louis Stevenson ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งวรรณกรรม ผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทางทะเลเข้ากับงานหัตถศิลป์อันวิจิตรงดงาม

ในปี 1883 นักกวีและนักเขียน Robert Louis Stevenson ตีพิมพ์หนังสือเรื่องดังของเขาคือ Treasure Island ซึ่งเป็นเรื่องราวผจญภัยที่เต็มไปด้วยโจรสลัด การทรยศหักหลัง และทองที่ถูกฝังไว้ เกือบหนึ่งศตวรรษครึ่งต่อมา Van Cleef & Arpels ได้แรงบันดาลใจจากนิยายเรื่องดังเรื่องนี้ แล้วรังสรรค์คอลเล็กชั่นเครื่องประดับที่ใช้ชื่อเดียวกัน จากนั้นเชิญบรรดาบรรณาธิการเครื่องประดับให้มาร่วมผจญภัยในแบบตัวเอง ไม่ใช่ในท้องทะเลหลวงหากแต่เป็นเกาะภูเก็ตของประเทศไทย

เกาะแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดในส่วนของเมซง ความที่เกาะนี้ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน จึงเป็นฉากหลังที่แสนสมบูรณ์แบบที่จะพรรณนาถึงการเปิดตัวครั้งนี้ นั่นคือความที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศที่คึกคักและเป็นจุดแวะพักของโจรสลัดเพื่อหลบมรสุม ภูเก็ตจึงสามารถเป็นตัวแทนเกาะในนิยายของ Stevenson ได้ เราอาจจะจินตนาการได้ถึงโจรสลัด Long John Silver ที่กำลังวางแผนเดินเรือในมุมหนึ่งที่มีร่มเงาของหาดป่าตอง หรือ Captain Flint ที่ฝังสมบัติของเขาไว้ภายใต้ใบปาล์มที่แกว่งไกวไปมาของหาดกะตะน้อย

อ่านเพิ่มเติม: Van Cleef & Arpels ชวนคุณออกสำรวจดินแดนแห่งอัญมณี ผ่านไฮจิวเวลรี่คอลเล็กชั่น Treasure Island

Tatler Asia
Stevenson’s Treasure Island inspired the entrance to the high jewellery showcase in Phuket (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)
Above Treasure Island ของสตีเวนสัน จุดประกายแรงบันดาลใจให้ทางเข้างานแสดงเครื่องประดับชั้นสูงในภูเก็ต (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Stevenson’s Treasure Island inspired the entrance to the high jewellery showcase in Phuket (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)

Van Cleef & Arpels ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแปลงความฝันแห่งงานประพันธ์ให้กลายเป็นจริงขึ้นมา ไม่เพียงทำภาพประกอบเรื่อง Treasure Island ผ่านหนังสือฉบับพิเศษ แต่ยังวิเคราะห์และตีความมันใหม่เพื่อรังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงคอลเล็กชั่นใหม่ขึ้นมา ดังที่ Julie Clody Medina ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแบรนด์ กล่าวไว้ว่า “Van Cleef & Arpels ได้แรงบันดาลใจจากงานประพันธ์มานานหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นบทกวี นิยาย หรือละครเวที มาปีนี้ เราได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Treasure Island เรื่องราวแสนคลาสสิกเกี่ยวกับการผจญภัยและการเดินทางซึ่งตีพิมพ์ในปี 1883 นี้ เปิดโอกาสให้เราได้รังสรรค์เรื่องราวที่ไกลเกินกว่าอิทธิพลจากยุโรปและโลกตะวันตก

"ฉันคิดว่าไม่ว่าเราจะเติบโตขึ้นที่ใด เราต่างก็เสาะหาขุมสมบัติและเล่นเป็นโจรสลัดกันทั้งนั้น” คอลเล็กชั่นนี้แบ่งออกเป็น 3 บทซึ่งJulie Clody Medina อธิบายว่าแต่ละบทล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าที่แสนโด่งดังเรื่องนี้ “มีความเป็นสากลและจินตนาการที่วนเวียนอยู่รอบการผจญภัยในท้องทะเล ซึ่งก็คือบทที่ 1 แล้วจากนั้นก็มีการค้นพบเกาะที่เขียวชอุ่มที่มีธรรมชาติน่าหลงใหลและดูราวต้องมนตร์ ซึ่งเป็นที่มาของแรงบันดาลใจของเมซง และท้ายที่สุดคือบทที่ 3 ซึ่งก็คือการล่าสมบัติ”

Tatler Asia
Treasure Island high jewellery showcase in Phuket (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)
Above งานแสดงเครื่องประดับคอลเล็กชั่น Treasure Island ในภูเก็ต (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Treasure Island high jewellery showcase in Phuket (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)

บทที่ชื่อ The Adventure at Sea เปิดตัวด้วยเรือ Hispaniola ที่หนุ่มน้อยจิมและเพื่อนร่วมทางวัยผู้ใหญ่ของเขาออกล่องเรือเพื่อค้นหาขุมสมบัติที่ถูกฝังไว้ โดยเรื่องราวนี้ถูกนำมาจินตนาการใหม่เป็นเข็มกลัดประดับเพชร แทนที่จะถอดความออกมาอย่างตรงตามตัวหนังสือ เมซงเลือกที่จะกลั่นเรื่องราวนี้ออกมาผ่านจิตวิญญาณของเรือ นั่นคือการใช้เพชรแบบฝังจิกไข่ปลาในการสื่อถึงใบเรือที่ถูกแรงลมตีจนเป็นคลื่น และทองขาวที่มีผิวสัมผัสแทนตัวเรือที่แข็งแรงทนทาน ส่วนสร้อยข้อมือ Traversee Mysterieuse ทำจากโรสโกลด์ประดับแซปไฟร์ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า mystery setting ทำให้มองดูกระเพื่อมเหมือนคลื่นบนผิวน้ำทะเล และสร้อยคอ Cordage Infini ที่ดูเหมือนปมง่ายๆ ประดับเพชรและแซปไฟร์ ซึ่งสื่อถึงข้อผูกพัน ความภักดี และการทรยศหักหลังที่ขับเคลื่อนพล็อตเรื่องของสตีเวนสัน ส่วนแซปไฟร์ศรีลังกาทรงหยดน้ำ 2 เม็ดบนสร้อยคอ Cordage Infini  น้ำหนัก 18.07 และ 17.30 กะรัต สามารถถูกตีความว่าคือขุมสมบัติที่ถูกซ่อนไว้และก่อความหวังให้ทุกคน

ในบทนี้ Van Cleef & Arpels ก้าวกระโดดอย่างสร้างสรรค์ในการนำแนวคิดเรื่องโจรสลัดในนิยายมาจินตนาการอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเข็มกลัดโจรสลัดจอห์น เดวิด และจิม “ฉันชอบโจรสลัดทั้งสามมากเพราะพวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของคอลเล็กชั่นนี้” Julie Clody Medina กล่าว มีบรรยากาศของการผจญภัย ความปรารถนา และความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับปลายขอบฟ้า การเดินทาง การท่องโลก และการท่องเที่ยว แน่นอนที่ฉันไม่ได้พูดถึงด้านที่ชั่วร้ายของโจรสลัดและมุ่งไปที่ความจริงแท้ ความตลก และความแปลกของพวกเขามากกว่า” เธอชื่นชม “กลิ่นอายของความขำขันนิดหน่อย” ในงานออกแบบเหล่านี้ เป็นความขี้เล่นที่สอดคล้องกับแนวทางที่เธอใช้รับมือกับชีวิต “ฉันพยายามอย่างมากที่จะไม่จริงจังเกินไป แม้เราจะทำงานกันอย่างจริงจังก็เถอะ”

Julie Clody Medina อธิบายถึงชิ้นงานเหล่านี้ว่ามัน “ใส่ได้จริงๆ” เต็มเปี่ยมด้วยสีสันและความสนุกสนาน ในขณะที่โจรสลัดจิมที่มีกล้องส่องทางไกลเป็นสัญลักษณ์ของ “ความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่จะเข้าใจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กว้างใหญ่และงดงาม” โจรสลัดจิมยังตอกย้ำให้เห็นถึงความเปี่ยมทักษะของ Van Cleef & Arpels ในการพรรณนาตัวละครผ่านเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรอัญมณีอย่างพิถีพิถันและการแสดงออกอย่างแนบเนียนผ่านการรังสรรค์งานโลหะที่สื่อถึงภาพพอร์เทรตขนาดจิ๋วที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอกของเรื่องได้อย่างมาก “ทุกครั้งที่คุณดูเครื่องประดับเหล่านี้ คุณจะค้นพบสิ่งใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่ารายละเอียดใหม่ๆ หรือลวดลายที่คุณมองข้ามไป” เธอกล่าว

Tatler Asia
Pirate John clip (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)
Above เข็มกลัดโจรสลัดจิม (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Pirate John clip (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)

ส่วนบทที่ว่าด้วย Exploring the Island นั้นสื่อถึงการนำความงามของดินแดนดิบเถื่อนซึ่งสตีเวนสันแต่งขึ้นมาทำให้มีชีวิต สร้อยคอ Palmeraie Merveilleuse ที่มีใบไม้ทองคำกับทองขาวและมรกตโคลอมเบียน้ำงามขนาด 47.93 กะรัต ทำให้เราสัมผัสถึงบรรยากาศป่าชื้นเขตร้อนที่น่าหลงใหล แต่ลองดูใกล้ๆ อีกนิดจะเห็นว่ามรกตเม็ดนั้นเจียระไนแบบหลังเบี้ย ไม่ใช่การเจียระไนแบบเน้นเหลี่ยมมุมที่จะเรียกร้องความเป็นจุดสนใจ แต่รูปทรงออร์แกนิกที่เรียบลื่นผสานกับความงดงามนั้นสะท้อนความลับของเกาะในเรื่องได้เป็นอย่างดี ส่วนสร้อยข้อมือ Coquilles Mysterieuses ที่มีให้เลือกทั้งแบบประดับทับทิมหรือแซปไฟร์ด้วยเทคนิค mystery setting แบบดั้งเดิมนั้น ยังคงรักษาธีมนี้ไว้เช่นกัน Julie Clody Medina กล่าวว่า เมซงแห่งนี้ก็ออกเดินทางเพื่อเสาะหาอัญมณีเม็ดที่สมบูรณ์แบบที่สุดเช่นกัน “สี่ปีที่แล้วเราเริ่มเสาะหาอัญมณีที่เราต้องการ ซึ่งถือเป็นการตามล่าขุมสมบัติของเราเช่นกันโดยมีธีมของคอลเล็กชั่นนี้ในใจ เราได้แรงบันดาลใจจากสี การเจียระไน ความใสสะอาด น้ำหนัก ตลอดจนลักษณะและจิตวิญญาณของอัญมณีแต่ละเม็ด จากนั้นสตูดิโอออกแบบจะขัดเกลางานดีไซน์แล้วช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญอัญมณี และนักออกแบบก็จะจัดวางอัญมณีชิ้นที่ใช่ลงไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อที่ทุกอย่างจะได้ออกมาสมบูรณ์แบบ นี่คือความงดงามของคอลเล็กชั่นนี้”

เมื่อถูกถามถึงความเชื่อมโยงส่วนตัวที่เธอมีต่อคอลเล็กชั่นนี้ Julie Clody Medina กล่าวว่า “คุณไม่จำเป็นต้องกระโดดลงเรือและข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อจะเป็นคนที่ได้ชื่อว่านักผจญภัย แต่การเดินทางนั้นอาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกิดอยู่ภายในก็ได้ บทที่ 3 ของคอลเล็กชั่นของเราที่ชื่อ The Treasure Hunt สื่อถึงการรวบรวมความทรงจำจากสถานที่หลากหลาย และสะท้อนเรื่องราวของผู้คนมากมาย ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ของฉันเท่านั้น”

อ่านเพิ่มเติม:  6 ผลงานเครื่องประดับชั้นสูงที่เปล่งประกายความหรูหรา ความสุข และความสง่างาม

Tatler Asia
Palmeraie Merveilleuse necklace and matching brooch (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)
Above สร้อยคอ Palmeraie Merveilleuse และเข็มกลัดเข้าคู่กัน (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Palmeraie Merveilleuse necklace and matching brooch (Photo: courtesy of Van Cleef & Arpels)

เข็มกลัด Carte au Tresor ในบทนี้ที่เป็นรูปม้วนแผนที่ทองคำพร้อมเชือกโรสโกลด์ประดับเพชรที่รัดอยู่ เป็นการพูดถึงสิ่งของในเรื่องราวได้อย่างขี้เล่น  แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือเป็นเครื่องเตือนใจที่ว่าขุมสมบัติที่แท้จริงคือการออกไล่ล่ามันนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว หากคุณมองให้ใกล้ขึ้นอีกระหว่างรอยพับของแผนที่ จะพบว่ามีทับทิมเฝ้ารอให้คุณค้นพบอยู่ ส่วนต่างหู Lumieres d’Udaipur ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบของ Mughal ถือเป็นการบรรยายถึงความละโมบในการออกไปสำรวจดินแดนห่างไกลและความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ของดินแดนเหล่านั้นได้อย่างชาญฉลาด ต่างหูคู่นี้ประดับเพชรแฟนซีสีเหลืองอมส้มเจียระไนแบบเอเมอรัลด์คัต 2 เม็ดน้ำหนัก 4.52 กะรัตในต่างหูแต่ละข้าง และสามารถปรับมาใส่เป็นจี้ได้ด้วย แหวน Coffre Precieux ประดับแซปไฟร์ทรงหมอนน้ำหนัก 14.32 กะรัตซึ่งเป็นมากกว่าแค่อัญมณีเม็ดงาม เพราะมันทำให้เรานึกถึงหีบสมบัติที่เต็มไปด้วยแซปไฟร์ ทับทิม และเพชร ที่เฝ้ารอให้มีคนค้นพบมันอยู่

ด้วยคอลเล็กชั่น Treasure Island นี้ เมซงแห่งนี้ได้รังสรรค์คอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงที่ไม่เพียงงดงามแต่ยังกระตุ้นความคิดอีกด้วย อย่างที่ Julie Clody Medina กล่าวไว้อย่างเหมาะสมว่า คอลเล็กชั่นนี้ “เป็นเหมือนคำเชื้อเชิญให้ฝัน ให้กล้า และให้ค้นพบ มันยังไร้จุดจบอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกสำรวจท้องทะเลและเกาะสมบัติไปจนถึงการเก็บสะสมและรวบรวมจนเป็นคอลเล็กชั่น มันเป็นตัวแทนของนักสะสมของเรา ซึ่งกำลังสร้างมรดกตกทอดของตัวเองในเส้นทางการเป็นผู้ที่หลงใหลในเครื่องประดับชั้นสูง”

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย